Share →

โปสเตอร์โฆษณา

“โปสเตอร์” สื่อโฆษณาไม่มีวันตาย

เมื่อพูดถึง “การโฆษณา” หลายๆ คนจะนึกถึงสื่อวิทยุโทรทัศน์เป็นอันดับแรกๆ รองลงมาก็คือสื่อออนไลน์อย่าง Social Media ทั้งหลายทั้ง Facebook Twitter Instagram ที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สำหรับนักอ่านก็อาจจะนึกถึงสื่อสิ่งพิมพ์ อย่างหนังสือพิมพ์ แม็กกาซีนต่างๆ ที่ต่างก็มีพื้นที่ไว้สำหรับโฆษณาสินค้า ประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้ผู้อ่านได้ร่วมสนุก

แต่คุณทราบหรือไม่ว่านอกจากสื่อโฆษณาต่างๆ ที่คุณมักจะนึกถึงกันนั้น ในแวดวงโฆษณาต่างก็รู้กันดีว่า ยังคงมีสื่ออีกประเภทหนึ่งที่นับว่าเป็นสื่อโฆษณาอันทรงพลังอีกสื่อหนึ่งเลยก็ว่าได้และสื่อโฆษณาที่ว่านี้ก็ได้แก่ “โปสเตอร์โฆษณา” นั่นเอง

หากจะพูดถึงประวัติความเป็นมาของ “โปสเตอร์” ก็พอจะให้ที่มาคร่าวๆ ว่า แผ่น “โปสเตอร์” (Poster) นี้ถือกำเนิดขึ้นโดยฝีมือจิตกรกรชาวฝรั่งเศสในราวคริสต์ศตวรรษ 1890 ต่อมาศิลปินชื่อดัง จูลส์ เชเรท์ (Jules Chéret) ได้เผยแพร่ผลงานโปสเตอร์ไปทั่วยุโรปจนได้รับการนิยม ทำให้เชเรท์ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการโฆษณาด้วยป้าย จากยุค 1890 มาสู่ยุค 2013 แม้ว่าเทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาก้าวสู่ยุค 3G แล้วก็ตาม ทำให้เกิดช่องทางเข้าถึงผู้คนอย่างมากมาย แต่สำหรับการโฆษณาด้วยโปสเตอร์นั้นก็ยังคงอยู่

ข้อความพร้อมภาพขนาดใหญ่พิมพ์ลงบนกระดาษถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนอข้อมูลไปถึงผู้อ่านที่ติดหรือแขวนอยู่ตามผนัง กำแพง ของอาคารสถานที่ต่างๆ ตามพื้นที่ว่างของรถสาธารณะ เป็นที่รู้กันเราต่างเรียกสิ่งนั้นว่า “โปสเตอร์” (Poster) ซึ่งจุดประสงค์ของการใช้โปสเตอร์ก็ไม่ได้มีไว้แค่ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น แต่ยังมีการใช้โปสเตอร์เพื่อการประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานต่างๆ เพื่อเป็นสื่อการสอนในการศึกษา เพื่อใช้พิมพ์ภาพจิตรกรรมของศิลปินคนสำคัญไว้ตกแต่งตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จะเห็นว่าจุดประสงค์ของการใช้โปสเตอร์มีมากมายหลายด้าน แต่ส่วนมากจะนิยมใช้โปสเตอร์เพื่อเป็นสื่อในการโฆษณา กระตุ้นการสร้างยอดขาย กระตุ้นการสร้างส่วนแบ่งทางตลาด ช่วยให้ผู้อ่านรู้จักสินค้ามากขึ้น ขยายฐานลูกค้าใหม่ ตลอดจนให้ผู้อ่านรับรู้ภาพลักษณ์เกี่ยวกับแบรนด์ของสินค้านั้น เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้มั่นคง

ประเภทของโปสเตอร์

โดยทั่วไปนิยมแบ่งประเภทของโปสเตอร์ตามจุดประสงค์การใช้งานหรือตามเนื้อหาของข้อมูลที่ปรากฎในโปสเตอร์ ซึ่งก็จะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ โปสเตอร์เพื่อการโฆษณาสินค้าและบริการ กับโปสเตอร์ที่มิใช่เพื่อการค้า เช่น โปสเตอร์โฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง รณรงค์เพื่อการกุศล เป็นต้น
แต่เมื่อแบ่งประเภทของโปสเตอร์ตามลักษณะสถานที่ตั้งโปสเตอร์ก็จะแบ่งได้ 3 ประเภท คือ

1.โปสเตอร์นอกสถานที่ เช่น บิลล์บอร์ด(Billboard) ซึ่งหมายถึงโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้ตามริมถนน บนกำแพงผนังตึกริมถนน เน้นการเห็นเด่นชัด
2.โปสเตอร์ประเภทเคลื่อนที่ พบเห็นได้มากตามด้านข้าง ท้ายรถ หรือหลังเก้าอี้ของรถโดยสารประจำทาง และสุดท้าย
3.โปสเตอร์ติดภายใน ได้แก่ โปสเตอร์ที่ติดอยู่ตามสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า

>จุดเด่น<

จุดเด่นของการเลือกใช้โปสเตอร์เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณานี้คือ ทำให้สามารถเข้าถึงตลาดได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุม รวดเร็ว โดยเฉพาะการติดตั้งโปสเตอร์ตามสถานที่ต่างๆ กระจายไว้หลายๆ แห่ง เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตามแต่ต้องการเพราะสามารถกำหนดได้ว่าจะติดตั้งโปสเตอร์ดังกล่าวไว้เฉพาะบริเวณพื้นที่ที่ต้องการเข้าถึงในส่วนไหน อีกทั้งยังเป็นสื่อที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา โปสเตอร์โฆษณามีโอกาสถูกพบเห็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีขนาดใหญ่ มีสีสันและเทคนิคต่างๆ ที่ทำให้เป็นที่สะดุดตา สะดุดใจได้ง่าย สามารถใช้เป็นสื่อเสริมสนับสนุนสื่ออื่นๆ ได้ดีในลักษณะการย้ำเตือนความจำหรือเสนอข่าวสารแบบสั้นๆ ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการทำโปสเตอร์สำหรับโฆษณาแล้วถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับจำนวนผู้พบเห็นและกับสื่ออื่นๆ

!ข้อจำกัด!

โปสเตอร์ไม่สามารถนำเสนอข้อมูลหรือข่าวสารได้อย่างละเอียดด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ประกอบกับคนดูจะใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการชำเลืองสายตามอง หรือมองแบบผ่านๆ ขณะเดียวกันคนดูเองก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่สนใจกับการหยุดอ่านข้อความตามสถานที่ต่างๆ อยู่แล้ว เพราะอยู่ในภาวะที่ต้องรีบเร่งเดินทาง ต้องระมัดระวังการใช้ยวดยานบนท้องถนน ซึ่งถ้าโปสเตอร์นั้นทำขึ้นมาไม่สะดุดสายตาคนดูได้มากพอ คนดูก็จะเดินผ่านไป ไม่สนใจรายละเอียดโปสเตอร์อีก

จากข้อจำกัดดังกล่าวคงทำให้ผู้อ่านเริ่มทราบกันแล้วว่าการทำโปสเตอร์นั้นแม้จะดูเป็นเรื่องง่ายแต่ในการทำให้สัมฤทธิ์ผล คือ สื่อความได้สำเร็จ คนดูรับรู้ในข้อมูลที่ได้นำเสนอไปนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายเลย และยิ่งถ้าเป็นการทำโปสเตอร์สำหรับการโฆษณาด้วยแล้ว ก็ต้องขอบอกว่าเป็นการบ้านปราบเซียนเลยทีเดียวเมื่อการทำโปสเตอร์แผ่นหนึ่งจะมีผลต่อการจำหน่ายของสินค้าชิ้นหนึ่งๆ อย่ารอช้าที่จะเรียนรู้ ไปเริ่มกันเลยดีกว่าว่าองค์ประกอบหลักๆ ที่ต้องมีในโปสเตอร์โฆษณานั้นมีอะไรบ้าง

องค์ประกอบหลักสำหรับโปสเตอร์โฆษณา

ให้พึงระลึกไว้เสมอว่าการทำโปสเตอร์โฆษณา คือ การนำสิ่งที่เจ้าของสินค้าหรือผู้ที่ต้องการโฆษณาออกมาเผยแพร่ไปสู่กลุ่มคน จะต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้
รูปของสินค้าที่ต้องการนำเสนอ ( Image ) คำพูด ข้อความ หรือสโลแกนที่จะโฆษณา ( Letter ) และสุดท้ายที่จะขาดไปไม่ได้ ก็คือ ชื่อสินค้า ชื่อแบรนด์หรือบริษัทที่เป็นเจ้าของสินค้าที่จะโฆษณา ( Trade Mark ) นักออกแบบโปสเตอร์จะต้องนำเสนอองค์ประกอบทั้ง 3 นี้โดยเน้นให้ผู้อ่านรับรู้อย่างเข้าใจ กระตุ้นความรู้สึกผู้อ่านให้สนใจในสินค้าที่นำเสนอไปได้

Note !! 5 อย่างนี้ อย่า..ทำโปสเตอร์

ต่อไปนี้คือเทคนิคพิเศษสำหรับการทำโปสเตอร์โฆษณาของคุณให้ทรงพลังสะกดใจคนดูและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อย่าเยิ้นเย้อ

โปสเตอร์โฆษณาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์แค่หน้าเดียว แต่ต้องนำเสนอทั้งข้อความและรูปภาพ ดังนั้นต้องสรุปใจความสำคัญมาให้ดีสักก่อน พยายามจัดลำดับความคิด ความสำคัญว่าควรเขียนอะไร โดยข้อความที่จะปรากฏไว้ในโปสเตอร์โฆษณาจะต้องมีความชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่คลุมเครือ มีความเหมาะสมกับงานที่ทำ เลือกใช้ข้อความที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น สื่อถึงวัยรุ่นควรใช้คำที่ทันสมัย เกาะกระแส นอกจากนี้ควร สั้นกะทัดรัด แต่ได้ใจความ

ถ้าเป็นสินค้า เรื่องคำอธิบายรูปร่างสินค้าให้ตัดทิ้งไป เพราะมีรูปภาพสื่อให้เห็นอยู่แล้ว อาจเลือกสโลแกนสินค้า คุณสมบัติของสินค้าที่โดดเด่นมาพาดหัวใหญ่ๆ หรือถ้าเป็นสินค้าที่กำลังอยู่ในช่วงโปรโมชั่นก็ให้คิดข้อความดึงดูดใจถึงโปรโมชั่นของสินค้าดังกล่าวแทน พยายามอย่าใช้ข้อความ คำอธิบายยาวๆ ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าลงไปทั้งหมด ไม่มีใครหยุดยืนอ่านทุกตัวอักษรในกระดาษโปสเตอร์โฆษณาอยู่แล้ว มิหนำซ้ำถ้ายิ่งใส่มากนอกจากคนอ่านอ่านไม่ทัน อ่านจับใจความไม่ได้แล้ว ยังดูรกหูรกตาจนไม่อยากอ่านหันหน้าหนีไปเลยก็มี

อย่าเรียบร้อย

จริงอยู่ที่ให้โฟกัสเฉพาะข้อความสั้นๆ ใส่ลงไปในโปสเตอร์โฆษณา แต่ก็ใช่ว่าข้อความสั้นที่ว่านี้จะต้องสั้นและเรียบนิ่งอ่านแล้วไม่เกิดอรรถรสใดๆ “จงอย่ายึดติดการนำเสนอข้อมูลตามแบบงานตีพิมพ์ทางวิชาการต่างๆ เพราะนี่คือโปสเตอร์โฆษณาไม่ใช่ตำราเอกสารวิชาการ” ภาษาไทยเป็นภาษาไม่ตายมีคำศัพท์สแลง ศัพท์วัยรุ่นมากมายให้เลือกใช้ ลองเปลี่ยนคำโบราณในประโยคแล้วหันมาใส่คำเหล่านั้นแทนลงไป รับรองว่าช่วยดึงความรู้สึกคนอ่านได้ดี และเมื่อข้อความสะดุดอารมณ์มาพร้อมกับภาพที่สะดุดสายตา

จำใส่ใจไว้ว่ากราฟฟิคที่ดีนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการโฆษณาผ่านโปสเตอร์ อย่าทำโปสเตอร์โฆษณาให้ดูเรียบร้อยเป็นสาวเฉิ่มไปซะหมด ใช้ภาพประกอบที่แปลกตาไม่เหมือนใครเข้ามาเป็นส่วนช่วยดึงดูดความสนใจจากคนดู หรือเลือกใช้สีตัดกันของฟอนท์กับพื้นภาพ ตามทฤษฎีทั่วไปแล้วควรให้ฟอนท์เป็นสีเข้ม ส่วนพื้นที่เป็นสีอ่อนจะดีกว่าจะใช้ตัวอักษรสีอ่อนบนพื้นสีเข้ม ซึ่งสีที่ดีที่สุดของตัวอักษรสำหรับโปสเตอร์ที่จะทำให้เห็นได้ชัดและอ่านได้ง่าย โดยเฉพาะโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องมองดูในระยะไกล คือตัวอักษรสีดำบนพื้นสีเหลือง

อย่าดูยาก

อย่าเลือกใช้แบบตัวอักษรหรือฟอนท์ที่ดูยาก อ่านยาก ไม่ควรเลือกใช้ฟอนท์ลักษณะผอมสูง และอย่าจัดช่องไฟให้เบียดติดกัน
สำหรับขนาดก็ควรใช้ขนาดตัวอักษรใหญ่ ๆ ได้สัดส่วนกับพื้นที่และองค์ประกอบอื่น เช่น ในส่วนครึ่งบนของโปสเตอร์ควรให้ฟอนท์ขนาดใหญ่พอให้คนดูที่ยืนห่างจากโปสเตอร์โฆษณา 6 เมตร อ่านข้อความนี้ได้ ส่วนข้อความที่เหลือให้ใช้ฟอนท์ขนาดเล็กไว้ตรงด้านล่างสุดของโปสเตอร์ หากจำเป็นต้องวางฟอนท์ทับไปบนส่วนที่เป็นภาพก็ไม่ควรให้พื้นภาพบริเวณที่ตัวอักษรจะทบลงไปนั้นเป็นลวดลาย

เพราะจะทำให้อ่านยาก การใช้ภาพก็เช่นกันควรใช้ภาพที่เป็นภาพจำลองจากของจริง ให้คนดูมองแล้วสามารถเข้าใจได้ทันที อย่าเลือกใช้ภาพประเภทงานศิลป์สูงส่งที่ต้องอาศัยความรู้ทางด้านศิลปะเป็นพื้นฐานลึกซึ้งเพียงพอจึงจะดูรูปเข้าใจ และอย่าใช้ภาพประเภทแอบสแทรค (abstract) เพราะจะทำให้คนดูแปลความหมายของภาพไปได้ต่างๆนานา เพราะสำหรับการทำโปสเตอร์โฆษณาแล้ว ภาพหรือกราฟฟิคถือว่าเป็นหัวใจสำคัญส่วนหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้

ภาพจะช่วยสื่อความแทนการใช้ข้อความยาวๆ รูปภาพที่ปรากฎในโปสเตอร์จึงควรมีขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อให้ดึงสายตาคนดูได้ภายในไม่กี่วินาที พยายามโฟกัสรูปภาพให้น่าสนใจเข้าไว้ อาจใช้ภาพจำลองจากของจริงแล้ว closeup เฉพาะส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของสินค้าที่ต้องการเน้นย้ำเป็ฯพิเศษก็ได้ เพราะตามปกติคนเราจะชอบดูรูปมากกว่าการอ่านข้อความอยู่แล้ว ก็จงใช้ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของมนุษย์เรานี้ให้เกิดประโยชน์แก่การทำโปสเตอร์โฆษณาของเราอย่างถึงที่สุด

อย่าเอนเอียง

ในส่วนของการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ในโปสเตอร์โฆษณานั้นก็ต้องคำนึงถึงความสมดุล (Balance) เพื่อป้องกันไม่ให้คนดูรู้สึกว่าโปสเตอร์โฆษณาแผ่นนี้ดูเอนเอียงไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งการจัดองค์ประกอบในโปสเตอร์โฆษณาให้เกิดความสมดุลก็สามารถทำได้ 3 แบบด้วยกัน คือ

1.สมดุลแบบสมมาตร (Symmetrical Balance) สมมาตรก็คือความเท่ากันทั้งสองฝั่ง ในทีนี้ก็มีความหมายเดียวกัน เป็นการจัดองค์ประกอบทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของพื้นที่หน้ากระดาษให้มีลักษณะที่เหมือนกัน ความเหมือนกันของทั้งสองด้านจะช่วยถ่วงน้ำหนักให้เกิดความสมดุล ถัดมา

2.สมดุลแบบอสมมาตร(AsymmetricalBalance) เป็นการจัดองค์ประกอบโดยให้ด้านซ้ายกับด้านขวาของพื้นที่หน้ากระดาษมีลักษณะไม่เหมือนกัน ที่ถึงแม้จะไม่เหมือนกัน แต่เพราะความไม่เหมือนกันในแต่ละด้านนี้เองที่จะถ่วงน้ำหนักให้เกิดความสมดุลขึ้นได้
แบบสุดท้าย

3.ความสมดุลแบบรัศมี (Radial Balance) เป็นการจัดองค์ประกอบในโปสเตอร์โฆษณาให้แผ่กระจายจากจุดศูนย์กลางออกไปทุกทิศทุกทาง

การออกแบบโปสเตอร์โฆษณาให้โดนใจคนดูได้ นักออกแบบต้องสร้างมันออกมาให้ดูง่าย (simplicity) และมีความตรงไปตรงมา (directness) ในการสื่อสารผ่านองค์ประกอบสำคัญทั้ง 3 ส่วน คือ รูปภาพ ข้อความ ชื่อสินค้า เพียงเท่านี้โปสเตอร์โฆษณาก็สื่อสารเรื่องราวไปถึงคนดูได้อย่างสำเร็จ

Share →
0 comments
Read more:
technical analysis หุ้น
กราฟกับการเล่นหุ้น

Close