Share →

ในพาร์ทแรกของ “การทำการตลาดออนไลน์ด้วยวิดีโอบน YouTube” เราได้พูดถึง 2 หัวข้อสำคัญ คือ

1. วิธีคิดเมื่อคุณเริ่มต้นลงวิดีโอบน YouTube เพื่อเผยแพร่แบรนด์และการสร้างจำนวนผู้เข้าชม
2. สิ่งที่คุณสามารถทำได้ในการบันทึกวิดีโอของคุณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น

ในพาร์ทที่ 2 นี้ เราจะพูดถึงเทคนิคที่คุณต้องทำหลังจากได้ทำการบันทึกวิดีโอ พร้อมการตั้งไตเติ้ล การใส่คำอธิบายต่างๆ และ การแท็ก

ก่อนอื่นขอตอบคำถามที่ถามกันเข้ามาในพาร์ทก่อนหน้านี้สักสองสามข้อนะคะ

1. ความยาวสูงสุดของวิดีโอที่สามารถอัพโหลดขึ้น YouTube ควรยาวประมาณไหน?
คำตอบคือ ยาวประมาณ 10 นาที คนที่เข้า YouTube ช่วงแรกๆเลย ก่อนมีกฎห้ามอัพโหลดวิดีโอความยาวเกิน 10 นาทีเราเรียกกันว่า ”รุ่นคุณปู่” แต่ว่าก็มีเฉพาะช่วงปีแรกๆเท่านั้นล่ะ ถ้าคุณเสิร์ชบนเวบคุณจะเห็นคนที่ประกาศขายแอคเค้าท์”รุ่นคุณปู่”ของพวกเค้าในราคาสูง เพราะ มีหลายคนที่อยากจะอัพโหลดวิดีโอที่มีความยาวมากกว่า 10 นาที แล้วมันถูกกฏมั้ยอ่ะ? คือ…. ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ คุณคงต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวแล้วล่ะ
มีการกล่าวว่า 10 นาที หรือ น้อยกว่านี้ เป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะที่จะสร้างวิดีโอที่มีเนื้อหาที่ดีและทำให้ผู้คนเข้าชมเวบไซท์ของคุณและเผยแพร่แบรนด์ของคุณ

2. ฉันควรจะทำยังไงถ้าวิดีโอของฉันยาวเกิน 10 นาที ?
สิ่งที่คุณจะทำได้คือ แก้ไขให้วิดีโอของคุณยาวน้อยกว่า 10 นาที หรือ ตัดแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท และใส่คำอธิบายในวิดีโอ คำอธิบายประกอบ หรือการโต้ตอบในวิดีโอเพื่อให้คนดูรู้ว่าวิดีโอเหล่านี้เกี่ยวข้องกัน —- เดี๋ยวจะมีการพูดถึงเรื่องนี้อีกทีนะคะ

3. มีวิธีที่จะเช็คสถิติของวิดีโอบน YouTube ง่ายๆมั้ย?
ขอตอบว่ามี ใน YouTube จะมีสิ่งที่เรียกว่า “Insight” อยู่ นั่นจะเป็นสิ่งที่บอกเราเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆของแต่ละวิดีโอของเรา รวมถึงจำนวนผู้เข้าชม ประเทศของผู้ที่เข้าชม และบอกกระทั่งพาร์ทไหนของวิดีโอเราที่มีคนสนใจดูมาก —– เดี๋ยวจะพูดเรื่องนี้อีกทีนะคะ

สิ่งหนึ่งที่เราจะทำคือ เพิ่มโมดูล “Insight” ในหน้าโฮมเพจ YouTube ของเรา ดังนั้นหลังจากที่ลงชื่อเข้าใช้ เราก็จะสามารถมองเห็นประเภทของผู้เข้าชมและวิดีโอที่เป็นที่ยอดนิยมได้ในทันที การสร้างโมดูล “Insight” นั้นสามารถทำได้โดยลงชื่อเข้าใช้บัญชี YouTube ของคุณ และคลิกที่ปุ่ม “Add/Remove Modules” หลังจากนั้นเลือก “Insight Chart”

เอาล่ะ กลับมาต่อกันที่เรื่องหลักของเราต่อกันดีกว่า

วันนี้เราจะพูดถึงการตั้งไตเติ้ล คำอธิบาย และการแท็กวิดีโอของคุณ สามสิ่งนี้สำคัญมากซึ่งคนที่กำลังตื่นเต้นที่ “ในที่สุดวิดีโอของพวกเขาก็ได้ขึ้นไปอยู่บน YouTube สักที” ส่วนใหญ่จะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป

ไตเติ้ลวิดีโอ

การตั้งไตเติ้ลวิดีโอของคุณก็ใช้วิธีเดียวกับที่คุณตั้งชื่อแต่ละโพสท์ในบล็อกที่คุณเขียน ซึ่งคุณต้องทำให้แน่ใจว่า

1. มีคำหลัก (Keyword) ที่กำหนดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอของคุณ
2. ไม่ใช่คำทั่วไป – หมายถึงเป็นคำที่มีความหมายแฝงและดึงดูดความสนใจของผู้คน

การมี Keyword หลายๆคำมีความสำคัญมาก คุณอย่าลืมว่า YouTube เป็นเสิร์ชเอ็นจิน คือเป็นโปรแกรมการค้นหารูปแบบหนึ่ง ซึ่งมี Google เป็นเจ้าของ และเราเองก็ค้นหาหลายๆวิดีโอของ YouTube โดยใช้ Google ซึ่งจะทำให้คนที่เข้ามาดูวิดีโอของเราไม่ใช่แค่มาจาก YouTube เท่านั้น แต่เข้ามาจากการค้นหาจาก Google ด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้ามี Keyword เยอะๆจะสามารถเรียกให้คนเข้ามาดูได้ง่ายซึ่งจะทำให้การตลาดออนไลน์ของเราได้ผลดีอีกด้วย

YouTube ไม่ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆผ่านทางวิดีโอของคุณหรือรับฟังคำพูดของคุณ ที่คุณจะได้เห็นตอนผลเสิร์ชออกมาคือวิดีโอที่เกี่ยวข้องมากที่สุดกับ Keyword นั้นๆ
ดังนั้น รายละเอียดที่คุณพูดถึงในวิดีโอจะไม่มีผลกระทบโดยตรงกับผลการค้นหา แต่การจัดอันดับส่วนมากแล้วจะขึ้นอยู่กับ จำนวนครั้งที่ดู (Views), การแท็ก, วิดีโอที่เนื้อหาคล้ายกัน และการแสดงความคิดเห็น ที่จริงไม่มีใครรู้วิธีการจัดอันดับที่แน่นอนหรอกนะ (แน่ล่ะ!) แต่สิ่งที่ผู้เข้าชมทำนั้นจะมีผลต่อสถิติของวิดีโอมาก นั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญที่เราควรมีอะไรมากระตุ้นให้ผู้เข้าชมได้มีการโต้ตอบกับวิดีโอนั้น และการแสดงความคิดเห็นก็เป็นวิธีที่ดีนะ

เคล็ดลับเด็ดๆ : คุณอาจจะนึกออกว่าคุณอยากใช้ Keyword อะไรตั้งแต่ก่อนเริ่ม ลองเสิร์ช Keyword นั้นบน YouTube ดูนะว่ามีอะไรขึ้นมาบ้าง คุณก็จะได้วิดีโอที่เป็นที่นิยมที่สุดและมีผู้เข้าชมมากที่สุด ที่น่าสนใจก็คือ ข้างๆวิดีโอที่กำลงเล่นอยู่ จะมีวิดีโอที่มี Keyword เกี่ยวข้องกันแสดงอยู่ในพื้นที่ด้านขวามือ ถ้าวิดีโอของคุณอยู่ตรงนั้นล่ะก็จะทำให้มีคนที่เปิดผ่านมาและอาจจะคลิกดูวิดีโอของคุณด้วย การปรากฏออกมาตรงนั้นบ่อยๆหมายถึงโอกาสที่จะได้จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นและจะทำให้การตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพ

การใส่คำอธิบาย

การใส่คำอธิบายนั้น คือการที่คุณบอกกับคนอื่นว่าวิดีโอของคุณนั้นเป็นวิดีโอเกี่ยวกับอะไร ฟังดูเหมือนง่าย แต่ยังไงซะนั่นก็เป็นส่วนที่สำคัญมากของเทคนิคที่อยากให้คุณลองทำดู

การใส่รายละเอียดนั้น มักจะเริ่มต้น URL ของบล็อกของคุณ (หรือเวบไซท์ที่คุณกำลังโปรโมท)
ที่คุณเห็นในภาพข้างต้นเป็นวิดีโอที่พูดถึง วิธีสร้าง Facebook Landing Page สิ่งแรกที่คุณเห็นในคำอธิบายด้านล่างของวิดีโอ(ดูลูกศรสีฟ้า) คือที่อยู่เวบไซท์
แม้ว่ามันจะถูกตัดออกเล็กน้อยแต่ก็ยังสามารถคลิกได้อยู่นะ และคุณจะได้ผู้เข้าชมจากลิ้งค์นี้ทุกวัน ถ้าคุณมีลิ้งค์ที่อยู่ตรงกลางหรือด้านล่างคำอธิบาย คนจะขยายหน้าจอวิดีโอเพื่อดูลิ้งค์นั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เคยทำ

ดังนั้น ลองเริ่มต้นการตลาดด้วยลิ้งค์ของคุณ ให้ลิ้งค์นั้นอยู่ตรงคำอธิบายวิดีโอ เพื่อที่คนจะได้คลิกมัน

การใส่คำอธิบายที่เป็นความจริง (ต่อจากลิ้งค์) ก็สำคัญเหมือนกัน

การใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ โปรแกรมการค้นหาของ YouTube (และ Google) คัดกรองว่าวิดีโอของคุณเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

อ้อ แล้วก็ ปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถใช้โค้ด html ในการอธิบายรายละเอียดของวิดีโอได้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องพยายามที่จะใส่มันเข้าไปหรอกนะคะ และ ลิ้งค์จากYouTubeไปเวบไซท์ของคุณจะไม่ถูกติดตามไม่ว่ายังไงก็ตาม นั่นหมายความว่าการสอดส่องของ Google จะไม่นับลิ้งค์นั้นเป็นลิ้งค์ย้อนกลับ (backlink) แต่การคงความเชื่อมโยงนี้ไว้ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าชมวิดีโอคลิกเข้าไปยังเวบไซท์ของคุณ

แท็ก

แท็กคือการใช้คำง่ายๆที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอนั้นๆ คุณสามารถใส่แท็กได้มากเท่าที่ต้องการ แต่แนะนำว่า ประมาณ 7 หรือ 10 แท็ก ก็เยอะพอแล้วล่ะ

เคล็ดลับที่น่าสนใจ #1 : คล้ายๆกับการตั้งไตเติ้ลของวิดีโอของคุณ ที่ให้ป้อน Keyword ของคุณลงในเครื่องมือค้นหาของ YouTube และหาวิดีโอยอดนิยมที่มีจำนวนเข้าชม (Views) เยอะๆ การขยายหน้าจอดูคำอธิบายของวิดีโอและ มองดูตรงด้านล่างของวิดีโอที่ถูกเปิดขึ้นเพื่อดูบรรดาแท็กที่ถูกนำมาใช้ในวิดีโอนั้นๆ ถ้าคุณอยากให้โอกาสตัวเองที่จะแสดงวิดีโอของคุณขึ้นต่อจากวิดีโอที่ถูกเลือกให้เป็นวิดีโอยอดนิยม ก็ให้เลือกใช้แท็กของวิดีโอเหล่านั้นในวิดีโอของคุณเอง และก็เป็นอีกครั้งที่เราไม่รู้ขั้นตอนที่แน่นอน แต่นี่จะเป็นวิธีที่จะเพิ่มโอกาสของการแสดงวิดีโอถัดจากวิดีโอที่คุณเลือกและได้รับโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมได้อย่างแน่นอน

เคล็ดลับที่น่าสนใจ #2 : ถ้าคุณวางแผนที่จะอัพโหลดหลายวิดีโอ คุณสามารถสร้างแท็กของตัวเองซึ่งจะเป็นชุดตัวอักษรที่ไม่ซ้ำกันหรือคำที่คุณใช้แท็กในแต่ละวิดีโอ เมื่อคุณทำเช่นนั้น บางครั้ง YouTube จะแสดงภาพขนาดย่อ(ภาพตัวอย่าง)ของวิดีโอของคุณที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอที่อยู่ถัดจากวิดีโอที่เปิดอยู่ของคุณเองเพราะตัวระบุที่ไม่ซ้ำกัน และมันจะดีกว่ามากที่วิดีโอของคุณจะแสดงในพื้นที่ถัดจากวิดีโอของคุณเอง(ไม่ใช่วิดีโอของคนอื่นหลงมาอยู่ในบรรดาวิดีโอของคุณ) เพื่อที่ผู้ที่เข้ามาดูจะได้วนเวียนอยู่ในเนื้อหาที่คุณต้องการนำเสนอ

ต่ออีกนิด
หวังว่าคุณจะสนุกกับเคล็ดลับที่นำมาฝากนะคะ ทั้งเรื่องของการตั้งไตเติ้ล การใส่คำอธิบาย และการแท็กวิดีโอ YouTube ของคุณ ในพาร์ทที่ 3 เราจะมาพูดถึงสิ่งที่คุณควรจะทำหลังจากอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปบน YouTube แล้ว เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมในส่วนของวิดีโอและเวบไซท์ของคุณ

Share →
0 comments
Read more:
รายได้เสริม … ฮีโร่ของมนุษย์เงินดือน
Close