Share →

3 ทริคง่ายๆ ตั้งชื่อเว็บไซต์ สำหรับมือใหม่ธุรกิจออนไลน์

       ในการทำธุรกิจออนไลน์ สิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่มือใหม่ทั้งหลายจะมองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือ การทำเว็บไซต์ ซึ่งการทำเว็บไซต์ในปัจจุบันทำง่ายขึ้นมาก เพราะมีเว็บไซต์สำเร็จรูปมาเลือกใช้มากมาย หรืออาจจ้างทำเว็บไซต์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่ความยากของมันที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็เชื่อว่ายังคงเป็นสิ่งที่ยากอยู่ นั่นก็คือ…

จะทำอย่างไรให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณเป็นที่รู้จัก?

ยังมีนักธุรกิจมือใหม่หลายคนให้ความสนใจกับรายละเอียดในเว็บไซต์มากๆ (อาจจะมากที่สุด) เพื่อให้ได้เห็นวินาทีที่มีคนเข้ามาคลิกเว็บไซต์ ซึ่งความจริงแล้วเนื้อหาภายในเว็บไซต์มีความสำคัญจริง แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ให้ละเลยไปไม่ได้ นั่นก็คือ “ชื่อเว็บไซต์”  คุณอาจจะลืมไปว่าต่อให้เว็บไซต์ของคุณจะทำออกมาดูดี น่าเชื่อถือ สีสันสวยงาม มีคุณภาพมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณมันไม่โดนใจแล้ว ฟันธงตรงนี้ได้เลยว่า..ไม่มีใครคลิกเข้ามาดูเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณอย่างแน่นอน!!!

ซึ่งหลังจากที่คุณกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนได้แล้วว่า เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์นี้ต้องการนำเสนอหรือต้องการให้เกิดผลอะไร เช่น เป็นเว็บไซต์สำหรับให้ข้อมูลหรือขายสินค้า  เป็นช่องทางแจ้งข่าวสารของบริษัทไปสู่ผู้บริโภค โดยวัตถุประสงค์นี้เองจะเป็นตัวกำหนดรายละเอียดอื่นๆ ที่จะตามมา  เช่น โครงสร้างของเว็บไซต์ รวมถึงลักษณะหน้าตาและสีสันของเว็บเพจ เป็นต้น เมื่อลงตัวแล้วว่าเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะไปในทิศทางใดหรือหา Selling Point คือ จุดขายของเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ได้เรียบร้อยแล้ว ก็มาว่ากันที่การตั้งชื่อเว็บไซต์หรือที่เรียกกันกว่า โดเมนเนม กันเลย ซึ่งวันนี้เราจะมาว่ากันสั้นๆถึง 3 ทริคง่ายๆ ในการตั้งชื่อเว็บไชต์ธุรกิจออนไลน์ให้โดนใจที่แม้แต่มือใหม่อย่างคุณก็สามารถท่องไว้เป็นเบสิคให้ขึ้นใจ

และสำหรับด่านแรกที่ต้องท่องให้แม่นยำไว้ก่อนเลย นั่นก็คือ   “เขียนง่าย จำง่าย มีชัยไปกว่าครึ่ง”

ของมันชัวร์อยู่แล้ว ไม่มีใครหรอกที่จะชอบจดจำอะไรยากๆ ขนาดสูตรคูณที่เราเรียนกันมาตั้งแต่ประถม ยังท่องปาวๆ ได้ถึงแม่12 เอง ชื่อเว็บไซต์ก็เหมือนกัน จะให้ดีที่สุด ชื่อเว็บไซต์ควรสั้น กะทัดรัด แต่สั้นในที่นี้จะต้องได้ความหมายด้วย  สื่อความให้รู้ให้ได้ว่าเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์นี้ทำธุรกิจออนไลน์สิ่งใด เช่น ขายเสื้อผ้า ขายกาแฟ ขายเบเกอรี่ บลาๆ.. คือ เมื่อเอ่ยชื่อไปแล้วคนฟังจะสามารถพอเดาได้ นั่นถือว่าประสบความสำเร็จขั้นแรก

ข้อดีของการใช้คำสั้นๆ เช่นนี้ มีประโยชน์โดยตรงต่อคนอ่าน เพราะช่วยให้จดจำง่าย  แต่หากใครอยากอลังการงานสร้างตั้งชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนยาวๆ อันนี้ก็เป็นสิทธิเสรีภาพแล้วแต่ความชอบ เพียงแต่แนะนำว่าต้องเป็นคำที่สะกดง่าย มีความหมาย และสื่อถึงจุดขายของเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ได้ตรงตัว ไม่ใช่ว่าเอ่ยชื่อไปแล้วชวนนึกถึงป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ แต่พอไปดู Content หรือเนื้อหาในนั้นแล้ว กลับเป็นเว็บไซต์ที่ดำเนินธุรกิจออนไลน์ประเภทขายหุ่นยนต์ ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย หรือถ้าอยากตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจยาวๆ ก็อาจใช้วิธีการเลือกใช้คำที่คนส่วนใหญ่รู้จัก จดจำได้อยู่แล้ว เช่น www.ThaiSecondhand.com  www.thailandgraphicdesign.com ที่เมื่อเอ่ยชื่อเว็บไซต์ไปแล้วคนฟังก็แปลได้ เพราะมีความหมายตรงตัว หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง www.Hotelsthailand.com ซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นเว็บที่ให้บริการเกี่ยวกับการให้ข้อมูลโรงแรมในประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ หากนักธุรกิจต้องการทำเว็บไซต์ ควรเลี่ยงการตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์เป็นภาษาคาราโอเกะ เช่น มาทำไม.com ซึ่งสามารถสะกดตามภาษาคาราโอเกะได้ 2 แบบ คือ  matammai.com กับ matummai.com มันยากต่อการเข้าถึงเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณเพราะต้องเสียเวลามานั่งเช็คข้อมูลอีกว่า สรุปแล้วตกลงชื่อเว็บไซต์ของคุณสะกดแบบไหน กรณีเดียวกับมือใหม่บางคนที่นิยมใช้คำพ้องเสียงกัน โดยเฉพาะกับตัวเลข เช่น love2u.com ที่สามารถอ่านออกเสียงแบบเดียวแต่สะกดได้ต่างกันเป็น lovetou.com กับ love2you.com ดังนั้นตัวเลขก็เป็นอีกหนึ่งคำแนะนำที่ขอแนะและเน้นไว้ว่าถ้าชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์นี้จะเลี่ยงได้ก็เลี่ยง อย่านำตัวเลขมาตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์เลย

ดังนั้นในการตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ที่สรุปแล้วไม่ว่าจะตั้งสั้นจะตั้งยาว ข้อคำนึงที่สำคัญอีกด่านหนึ่ง ก็คือ ควรใช้คำสะกดง่ายเพื่อไม่ทำให้คนฟังเกิดความสับสนในการจำชื่อเว็บไซต์ สามารถพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณได้อย่างถูกต้องเลย สเต็ปแค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว และอย่าเยอะด้วยการใส่เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์พิเศษ จำพวก @!#$%^&*()_+= ต่างๆ ถ้าคิดจะมีให้ตัดทิ้งไปได้เลย

นอกจากนี้ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรมีขีดกลาง (-) อยู่ในชื่อเว็บไซต์ ยกเว้นเสียแต่จะหาชื่อเว็บไซต์อื่นไม่ได้จริง ๆ หรือเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องมีเพราะเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท ถ้าต้องตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์แล้วก็ต้องคอยหมั่นย้ำในทุกๆ วิธีการโปรโมทเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณเองด้วยว่า มีขีดกลางนะ เพราะโดยปกติคนส่วนใหญ่เวลาพูดชื่อเว็บไซต์จะไม่มีใครอ่านเครื่องหมายกัน ซึ่งก็จะทำให้คนที่ได้ยินชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ จดจำชื่อเว็บไซต์ไปเสิร์ชก็จะไม่พบเจอข้อมูล เพราะไม่ทราบว่ามีเครื่องหมายขีดกลางในชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์นั้นด้วย เพื่อเป็นการป้องกันความยุ่งยาก และความสับสนก็ในเคล็ดลับข้อนี้ก็ขอแนะนำว่าให้ตัดเครื่องหมายเหล่านี้ออกไปจากชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์เถอะ เพราะมันดูเยอะ นอกจากไม่ช่วยสื่อความแล้ว ยังดูไม่เป็นทางการ ไม่น่าเชื่อถือเสียอีก เดี๋ยวคนเห็นชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณแล้วจะแอบไปคิดเอาได้ว่าเจ้าของธุรกิจออนไลน์นี้เป็นเด็กอมมืออายุไม่ถึง 12 ขวบแน่ๆ ดังนั้นสิ่งที่ควรใส่ใจก็คือ   ใส่คีย์เวิร์ด เอื้อต่อ SEO”

งงล่ะสิ มือใหม่หัดจับทางธุรกิจออนไลน์ ได้ยินคำนี้ต้องงงแน่ๆ  ถ้าเช่นนั้นใช้เวลาตรงนี้มารู้จักและทำความเข้าใจกับคำนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่า

สำหรับ SEO เป็นคำที่ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง การปรับแต่งเว็บไซต์ โปรโมทเว็บไซต์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด โดยอาศัยจากผลจากการค้นหาผ่านการ Search Engine ชื่อดังเจ้าต่างๆ เช่น Google  Yahoo  bing ฯลฯ ด้วยคีย์เวิร์ด ( keyword) ที่ต้องการ โดยมากก็จะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ ธุรกิจ สินค้าและบริการในธุรกิจออนไลน์ของคุณ ซึ่งจะรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของการทำเว็บไซต์เลยก็ว่าได้  ถ้าทำ SEO ไม่เป็นหรือขาดการวางแผนในส่วนนี้ไปแล้ว เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ที่สร้างขึ้นก็อาจจะถูกมองข้ามได้ อย่าลืมว่าปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์ต่างใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูลกันทั้งนั้น ไม่มีใครพิมพ์ URL ของเว็บไซต์ในการค้นหา แต่ใช้วิธีการป้อนคีย์เวิร์ดลงไปใน Search Engine Box ต่างๆ บางคนถึงกับตั้งค่าเว็บไซต์อากู๋ อย่าง google.com ไว้เป็นหน้าโฮมเพจกันเลยทีเดียว เพื่อสะดวกในค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ จึงไม่น่าแปลกเลยถ้าหากข้อมูลในเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะสามารถค้นหาได้ง่ายๆ และเป็นข้อมูลที่อยู่ในอันดับต้นๆ ใน Search Engine โอกาสที่เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์จะถูกค้นพบจึงมีมากขึ้น แน่นอนว่าโอกาสทางธุรกิจออนไลน์ก็มากขึ้นตามไปด้วย

เห็นภาพกันชัดๆ ไปแล้ว ดังนั้นสรุปได้ว่า SEO ก็เหมือนกับการทำการตลาดอย่างหนึ่งโดยอาจต้องอาศัยการทำความเข้าใจสักหน่อยว่าอัลกอริทึมของ Search Engine นั้นทำงานอย่างไร แล้วคำๆ ไหนที่คนทั่วไปจะสนใจและมีความต้องการที่จะค้นหา เพื่อช่วยเลือกเว็บไซต์ที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้ทำการค้นหานั่นเอง เมื่อค้นพบแล้วก็จะแสดงผลออกมาหลายๆ หน้า หลายๆ เว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ที่ถูกแสดงเป็นอันดับที่ 1 2 3 หรือที่แสดงผลในหน้าแรก แน่นอนย่อมมีโอกาสถูกคลิกเข้าไปดูข้อมูลมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง เว็บไซต์ต่างๆ ที่ไม่เพียงแต่เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ต่างก็ต้องการให้เว็บไซต์ของตนขึ้นอันดับ 1 ของคีย์เวิร์ดนั้นๆ ที่จะเอื้อผลประโยชน์ในหลายๆ ด้านด้วยกัน เช่น ขายสินค้า โฆษณา หรือโปรโมทร้านค้า บริษัทของตนเอง ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง พร้อมกันนี้ SEO ยังช่วยสร้าง Brand Visibility ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดคำว่า “ประกันชีวิต” บริษัทประกันภัยชื่อดังต่างๆ ก็จะปรากฏขึ้นมาภายในหน้าแรกของ Google ยิ่งถ้าเป็นเว็บไซต์ของสมาชิกด้วยแล้วละก็ Brand ของสมาชิกก็จะปรากฏต่อสายตาผู้ค้นหาเป็นจำนวนมาก และสำหรับบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายในหน้าแรกนั้นหากต้องการที่จะอยู่ในหน้าแรกของ Google ก็ต้องซื้อโฆษณาในรูปแบบ PPC ซึ่งค่อนข้างที่จะแพงถ้าหากเป็นคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูง

ด้วยหนึ่งกลยุทธ์ในการโปรโมทธุรกิจออนไลน์ให้เป็นที่รู้จักนี้เองจึงขอแนะนำมือใหม่ในการตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณกันสักนิดเรียกว่าเป็นทริคที่ 2 ก็แล้วกันว่า ให้มีคีย์เวิร์ด ( keyword ) หรือคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออนไลน์ของคุณอยู่ในชื่อเว็บไซต์ด้วยได้ก็เป็นยอดดี เพราะจะทำให้นักเสิร์ชข้อมูลทั้งหลายค้นหาเจอเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ง่ายขึ้น  โดยคุณคิดอะไรไม่ออกอาจจะใช้ชื่อแบรนด์สินค้าในธุรกิจออนไลน์ของคุณไปเลย เพื่อเป็นการเน้นย้ำชื่อแบรนด์ไปพร้อมกัน เช่น Piesoft.net หรือใช้คำที่เป็นคีย์เวิร์ดที่ทุกคนทราบกันดีในวงการธุรกิจออนไลน์ของคุณ ดังชื่อที่บ่งบอกประเภทธุรกิจออนไลน์ของคุณต่อไปนี้ว่าเป็นธุรกิจทำเว็บไซต์ เช่น makewebeasy.com จะเห็นว่ามีการเลือกใส่คีย์เวิร์ด คำว่า  make web ลงไปในชื่อเว็บไซต์ ซึ่งเมื่อมีคนสนใจอยากทราบหรืออยากหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์แล้วใส่คีย์เวิร์ด make web ดังกล่าวใน  Search Engine ผลที่ปรากฏบนหน้าจอก็จะปรากฏชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณไว้อันดับต้นๆ เพราะคุณเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีความหมายตรงตัวนั่นเอง หรืออาจจะพบเห็นจากบริษัทใหญ่ๆ ที่หันมาจับช่องทางออนไลน์ในการทำธุรกิจด้วยนั้น ก็อาจใช้วิธีการเลือกชื่อแคมเปญที่กำลังดำเนินอยู่ หรือคำ หรือวลีที่เกี่ยวข้อง คำดึงดูด คำสะดุดหูมาตั้งเป็นชื่อเว็บไซต์ ซึ่งการตั้งชื่อเว็บไซต์ลักษณะนี้ได้รับความนิยมมากนับตั้งแต่ในช่วงปี 2005 ที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าหลายๆ อัน มักจะทำเว็บไซต์ที่เป็นแคมเปญใหม่ขึ้นมา เช่น แชมพูคลีนิค แล้วเปิดเว็บไซต์โดยใช้ชื่อว่า www.ClearOilyHead.com เป็นต้น

สิ่งสำคัญลำดับสุดท้ายคือ   “อย่าเลียนแบบ”

จงใช้ความพยายามให้มากสักนิดในการครีเอทคำขึ้นมาใหม่ หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อที่ซ้ำซ้อน หรือชื่อสินค้าที่มีลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะโดนบริษัทต้นแบบฟ้องร้องเอาได้ง่ายๆ เดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย ดังกรณีตัวอย่างที่มีให้เห็นมาแล้ว เมื่อ google พบเว็บไซต์เลียนแบบในจีน ตั้งแต่ตัวอักษร สี ไปจนถึงโลโก้  โดยนักกฎหมายของกูเกิ้ลประจำประเทศจีนก็ได้ทำการฟ้องเว็บไซต์ Goojje ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้า แม้ว่าหน้าตาจะไม่ได้เหมือนเป๊ะและเนื้อหาในเว็บไซต์ก็ต่างกันเพราะ Goojje เป็นเว็บไซต์หาเพื่อนไม่ใช่เว็บไซต์ Search Engine เหมือน google แต่กูเกิ้ลก็ให้เหตุผลในการฟ้องว่าความละม้ายคล้ายกันของเว็บไซต์ในจีนอาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเว็บไซต์ของบริษัทในเครือ รายงานข่าวนี้ได้ปรากฎอยู่ในหนังสือพิมพ์ Shenzhen Economic Daily หลังจากเป็นข่าวเว็บไซต์ Goojje ในจีนก็ต้องปิดตัวลง

ด้วยเหตุนี้การเลียนแบบจึงเป็นทางออกที่ควรตัดทิ้งออกไปจากความคิดเป็นอันดับแรกเลย ถึงคุณจะเป็นนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะต้องยอมเสียศักดิ์ศรีไปลอกเลียนธุรกิจของอื่น ขอให้อดทนและต่อสู้ให้ถึงที่สุด เราเชื่อว่าของดีในตัวคุณจะทำงานเอง เมื่อคุณได้พยายามเค้นมันออกด้วยความตั้งใจ

 

จบไปแล้วกับ 3 ทริคในการตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการตั้งชื่อเว็บไซต์นั้นก็มีวิธีการหลายอย่างและไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าชื่อเว็บไซต์นั้นๆ จะเข้ากับลักษณะของธุรกิจออนไลน์ของคุณหรือไม่ และตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายมากน้อยเพียงใด  3 เคล็ดลับข้างต้นก็เป็นวิธีเบสิคๆ ให้นักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ลองศึกษาแล้วไปปรับใช้กันดู เพราะอย่างไรเสียการตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำให้ลูกค้าของคุณนั้นจดจำชื่อเว็บไซต์และเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย ก็จะส่งผลให้ลูกค้าของคุณเข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น โอกาสที่จะเพิ่มยอดขายของคุณได้อีก แต่ด้วยไม่มีใครรู้ว่ามีเว็บไซต์ของคุณอยู่ในโลกใบนี้ ก้าวต่อไปที่มือใหม่ทั้งหลายต้องสนใจ นั่นคือ ต้องสอดส่องหาช่องทางในการโปรโมท ซึ่งช่องทางในการที่จะโฆษณาเว็บไซต์ของเรานั้นมีหลายช่องทาง ตั้งแต่การไปโพสต์ข้อมูลเว็บไซต์ของเรารวมถึงลิ้งค์ตามเว็บบอร์ดต่างๆ  ซึ่งวิธีการเหล่านี้แน่นอนว่าสิ่งที่คนทั่วไปได้เห็นก็ชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณ ถ้าคุณตั้งชื่อได้เหมาะสม ดึงดูด สื่อความดี อ่านง่าย จดจำง่าย โอกาสแจ้งเกิดก็วินๆ แต่ถ้าอ่านยาก อ่านแล้วแปลไม่ออก แน่นอนคนก็จะมองข้ามลิ้งค์ที่คุณได้โพสไว้ ที่นี้เห็นหรือยังว่าการตั้งชื่อเว็บไซต์นั้นมีผลต่อก้าวแรกของธุรกิจออนไลน์ของคุณได้จริง

อีกทางเลือกหนึ่งในการทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์สำหรับมือใหม่ให้เป็นจุดสนใจได้ คุณอาจจะใช้วิธีการจ้างติดแบรนด์เนอร์ตามเว็บไซด์ต่างๆ โฆษณาผ่าน Facebook การทำ Adwords และการทำ SEO เป็นต้น แน่นอนว่าคุณต้องยอมกับค่าใช้จ่ายที่อาจจะถูกเรียกในราคาที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเว็บไซต์ของเราติดหน้าแรกของเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ โอกาสที่เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะถูกคลิกเข้ามาชมก็มีมากขึ้น โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ก็อยู่ไม่ไกลเอื้อมมือ ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันชัดเจนอยู่แล้ว อย่างเช่น การเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ ซึ่งเป็นธุรกิจออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งมีทั้งทำเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม จึงทำให้ธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจออนไลน์ที่จัดว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก

ดังนั้นการที่จะทำให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ติดหน้าแรกนั้นจึงอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ คุณอาจต้องยอมแลกกับค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงนิดหนึ่งหรือไม่ก็ขอย้อนกลับไปที่การตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ในทริคที่ 2 “คีย์เวิร์ด เอื้อ SEO” เราได้อธิบายไว้หมดแล้ว มือใหม่ที่ยังสับสนแล้วเริ่มงงก็ลองกลับไปอ่านทบทวนทำความเข้าใจอีกครั้ง  เพราะคราวนี้คุณอาจจะทำให้เว็บไซต์คุณขึ้นหน้าแรกได้ง่ายๆ เพียงแค่ใส่คีย์เวิร์ดสำคัญในชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณ หรืออีกตัวเลือกหนึ่งที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายด้วย ก็อย่างเช่น ทำธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ในFacebook  ซึ่งจะได้รับความสนใจจากคนยุคปัจจุบันที่ใช้เวลาใน 1 วันคอยหมั่นตรวจเช็คFacebook เป็นประจำตลอดเวลาอยู่แล้ว อีกทั้งคนที่เช็คบ่อยๆโดยมากก็คือผู้หญิง การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านFacebook จึงเหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ เพราะจะช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ต้องเสียค่าทำเลที่ตั้ง ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา เพราะสามารถโฆษณาผ่าน Facebook โดยใช้วิธีการแชร์ การแท็ค เมื่อธุรกิจออนไลน์ในFacebookเจริญเติบโตก้าวกระโดด ก็ถึงเวลาที่คุณควรขยับขยายกิจการของคุณด้วยการตั้งเว็บไซต์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่คุณจำหน่าย หรือข้อมูลต่างๆ รวมถึงช่องทางการติดต่อกับเจ้าของธุรกิจออนไลน์นั้นๆ ซึ่งการมีเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ คุณอาจจะเนรมิตมันขึ้นมาก่อนแล้วจึงค่อยใช้วิธีการเปิดร้านในFacebook หรือคุณจะใช้จังหวะดวงกำลังขึ้น ของกำลังขายดี แล้วมาตั้งเว็บไซต์ อันนี้ก็ไม่ว่ากันแล้วแต่ใครจะสนใจและสะดวกที่จะปฏิบัติ แต่หากเมื่อคุณถึงเวลาแล้วที่จะตั้งเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณไว้เป็นหลักแหล่ง ก็อย่าลืมที่จะนำทริคในการตั้งชื่อเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ทั้ง 3 ประการไปปรับใช้กันดู อย่ามองข้ามเสี้ยวเล็กๆของเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ อย่าง “ชื่อเว็บไซต์” ที่สามารถเพิ่มโอกาสในการดึงกลุ่มเป้าหมายให้คลิกเข้ามาชมได้มากมายมหาศาลกันเลยทีเดียว

Share →
0 comments
Read more:
download (2)
ขยายพื้นที่ทำงานบน desktop ของคุณด้วย Dexpot โปรแกรม Virtual Desktopสุดเจ๋ง(สำหรับ Windows)

Close