Share →

ธุรกิจซัก อบ รีด ตอบสนองชีวิตคนรุ่นใหม่

       ชีวิตเร่งรีบในยุคนี้ทำให้การประกอบธุรกิจประเภทการให้บริการกำลังเป็นที่ต้องการสำหรับคนรุ่นใหม่ทุกคน การบริการบางประเภทที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้  ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ และขยายสาขาอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้นยังเกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่หันมาจับทางธุรกิจประเภทการให้บริการเหล่านี้เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของผู้บริโภคที่ต่างยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเดือน เพื่อแลกซื้อกับความสะดวกสบายที่ตนเองได้รับหรือได้เพิ่มเวลาส่วนตัวมากขึ้น

เฉกเช่น ธุรกิจซักอบรีด ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจให้บริการที่ผู้ประกอบการหลายคนน่าจะทราบกันดีว่า เป็นธุรกิจที่จะส่ายหน้าหนีไม่ได้เลยเพราะว่าเป็นธุรกิจที่ลงทุนครั้งแรกครั้งเดียว แต่ให้ผลลงทุนที่คุ้มมากๆ รายได้มั่นคงแน่นอนต่อเดือนเฉลี่ยแล้วเกิน 10,000 บาท  ถ้าตั้งในทำเลดีๆ เช่น หอพัก คอนโดมิเนียม รับรองรายได้บวกเพิ่มขึ้นไปอีกแน่นอน

ยกตัวอย่างธุรกิจซักอบรีดที่โด่งดัง อย่าง ซินไฉฮั้ว  ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2477 นับเป็นเวลากว่า 70 ปีแล้วที่อยู่คู่กันมากับประเทศไทย จนตอนนี้ขยายสาขาครอบคลุมไปถึงเขตปริมณฑล จุดนี้คือ ตัวชี้วัดให้เห็นถึงความสำเร็จและความนิยมของธุรกิจซักอบรีดว่ายังคงเป็นธุรกิจที่ยังอยู่ต่อไปได้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ตามแฟชั่นจึงไม่ต้องเสี่ยงกับกระแสเทรนด์ต่างๆ ที่เปลี่ยนกลับไปกลับมาอยู่บ่อยครั้ง  หรืออย่างปัจจุบันก็เกิดธุรกิจซักอบรีดประเภทแฟรนไชส์ออกมา ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าจะเป็นธุรกิจที่สามารถเจริญเติบโตได้จนเจ้าของธุรกิจซักอบรีดเดิมสามารถขยับขยายขายเป็นแฟรนไชส์ได้

 

ธุรกิจซักอบรีดต้องทำอะไรบ้าง?

หลายคนสงสัยว่าธุรกิจซักอบรีดนั้นต้องทำอะไรบ้าง แค่เข้าเครื่องซักผ้าเสร็จแล้วอบและรีดเท่านั้นจริงๆ หรือเปล่า? วันนี้เรามีคำตอบครับ

สำหรับธุรกิจซักอบรีดสามารถจำแนกได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือ ธุรกิจซักอบรีดขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ประเภทนี้ต้องมีมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งตามกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กับอีกประเภทคือ ธุรกิจซักอบรีดขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายโรงงานที่จะต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ซึ่งธุรกิจซักอบรีดประเภทหลังก็คือธุรกิจซักอบรีดที่ผมกำลังพูดถึง เป็นธุรกิจที่ให้บริการเรื่องการซักเสื้อผ้าที่เจ้าของธุรกิจต้องพิถีพิถันใส่ใจทุกขั้นตอนนับตั้งแต่การรับเสื้อจากลูกค้า ทั้งรับจากหน้าร้าน หรือบางแห่งอาจไปรับเองที่บ้านของลูกค้า เมื่อรับมาแล้วก็ต้องแบ่งแยกไว้ชัดเจนว่าเป็นเสื้อผ้าของลูกค้าท่านใด ทำสัญลักษณ์จดจำเช่น ผูกไหมพรมเพื่อสะดวกต่อการส่งคืนให้ลูกค้าอย่างถูกต้อง แล้วทำการคัดเลือกเสื้อ แยกประเภทของการซัก เช่น แยกเสื้อ แยกกางเกงชาย แยกกางเกงผู้หญิง และ กระโปรง ซักแยกกัน เพราะกางเกงจะสกปรกมากกว่าเสื้อผ้า การซักรวมกันจะทำให้ความสกปรกจากกางเกง ย้อนกลับมาติดที่เสื้อผ้า ทำให้ผ้าหมอง คุณภาพในการซักเสื้อผ้าของคุณก็จะด้อยลงไป แยกผ้าขาวผ้าสี แยกผ้าที่สกปรกมากไว้ซักนานหน่อย เพื่อให้สิ่งสกปรกออกมามากที่สุด คัดแยกเรียบร้อยก็ลงมือซักเสื้อผ้า

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนทำธุรกิจนี้อาจจะเหนื่อยมากกว่าคนปัจจุบันนะครับ เพราะขณะนั้นอาจจะต้องซักขยี้ด้วยมือ ใช้แปรงขัดกันให้เมื่อย  แต่ทุกวันนี้คนที่ทำธุรกิจซักอบรีดส่วนใหญ่ต่างหันมาใช้เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องทุ่นแรงในการซักกันแล้ว และหันไปโฟกัสที่น้ำยาปรับผ้านุ่มที่ต่างเน้นเป็นพิเศษเพราะเรียกลูกค้าได้ นั่นก็คือ กลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่หอม แต่ไม่ฉุนและอยู่ติดทนเสื้อผ้า เจ้าของธุรกิจซักอบรีดบางคนถึงกับคิดกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มขึ้นมาแล้วจัดทำมาไว้ใช้เองในการซักเสื้อผ้าของลูกค้าเลยก็มี เป็นการใช้เอกลักษณ์ของกลิ่นหอมๆ ที่ติดไปกับเสื้อผ้าหลังจากการซักรีดเรียบร้อยแล้วให้สื่อถึงความละเอียดใส่ใจกับทุกขั้นตอนในการให้บริการซักอบรีดกับเสื้อผ้าของลูกค้าทุกคน

เมื่อซักเสร็จเรียบร้อย หน้าที่ของการให้บริการซักอบรีด แน่ล่ะครับก็ต้องทำให้แห้ง ถ้าฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนนึกจะตกก็ตก เล่นเอาเสื้อผ้าของลูกค้าที่ตากไว้ไม่แห้ง ด้วยเหตุนี้จึงต้องนำเสื้อผ้าที่ไม่แห้งไปพึ่งพาเจ้าตู้อบผ้า อบบรรดาเสื้อผ้าเหล่านี้ให้แห้งทันจัดส่งคืนลูกค้า จึงเป็นที่มาของ ซักอบรีดไงล่ะครับ หลังจากนั้นก็มารีดให้เรียบ โดยมากจะใช้เตารีดไอน้ำกัน แม้ว่าจะแพงหน่อย แต่ก็รีดง่าย ไม่ต้องเสียเวลาจับผ้าบ่อยๆ และประหยัดไฟมากกว่า ขั้นตอนสุดท้ายก็จัดส่งเสื้อผ้าที่ซักอบรีดเสร็จแล้วให้ถึงมือลูกค้าตามวันเวลาที่นัดกันไว้

นั่นล่ะครับ คือ บริการซักอบรีด หน้าที่หลักๆ ก็เรียงลำดับตามคำเลยครับ “ซัก – อบ – รีด” เมื่อทุกคนทำความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจซักอบรีดกันจนเห็นภาพชัดเจนแล้ว เห็นเหมือนกับผมแล้วใช่มั้ยครับว่าเป็นธุรกิจที่คนธรรมดาอย่างเราๆ เองก็สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจซักอบรีดเป็นกิจการของตนได้เช่นกัน

ซึ่งวันนี้ผมก็มีคำแนะนำมาฝากคุณผู้อ่านอยู่ 3 ข้อด้วยกันแต่ก่อนจะพูดคำแนะนำ 3 ข้อนั้น ก่อนอื่นเลยลำดับแรกถ้าคุณเริ่มสนใจอยากทำธุรกิจซักอบรีดแน่นอนแล้ว คุณต้องสำรวจการตลาดก่อนนะครับ จริงที่ว่าธุรกิจนี้ไม่ตามแฟชั่นและก็อยู่ได้ แต่ถ้าหากว่าในทำเลที่คุณจะทำมีคนทำธุรกิจซักอบรีดมากอยู่แล้ว เราเป็นมือใหม่ไปสู้กับเจ้าถิ่นจะไหวมั้ยครับ เพราะเจ้าถิ่นเค้าก็มีฐานลูกค้าของเขาอยู่แล้ว ถ้าเราเปิดร้านซักอบรีดในแหล่งที่มีคนเปิดร้านซักอบรีดเยอะอยู่แล้ว แต่จำนวนคนใช้บริการเท่าเดิม นั่นแปลว่าคุณจะต้องไปแย่งลูกค้ามาจากร้านอื่นๆ ซึ่งยากนะครับ การจะเปลี่ยนใจลูกค้าให้หันมาใช้บริการซักอบรีดกับร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ ดังนั้นลำดับแรกคุณจึงต้องสำรวจจำนวนร้านที่ทำธุรกิจซักอบรีดว่ามีมากเท่าใด เป็นแบบเปิดร้านซักอบรีดถาวรหรือเป็นร้านเครื่องหยอดเหรียญซักผ้า ตามด้วยสำรวจความต้องการใช้บริการ เพื่อเป็นการลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลัง เช่น ลองเดินดูสำรวจบริเวณทำเล สังเกตคนที่อาศัยว่านิยมซักผ้าเองหรือไม่ มีพื้นที่ระเบียงสะดวกต่อการซักผ้าหรือไม่ เป็นต้น

เอาล่ะทีนี้มาว่ากันต่อถึง 3 ข้อหลักสำคัญที่ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจซักอบรีดต้องมีกันนะครับ ได้แก่

1)      มีเงินทุนในการเปิดร้าน ซื้ออุปกรณ์ - สำหรับการเปิดร้านครั้งแรกเลยตกราวประมาณ 20,000

บาทสำหรับค่าเครื่องซักผ้า เตารีด โต๊ะรีดผ้าที่คุณต้องมี ซึ่งในการเลือกอุปกรณ์เข้าร้านคุณก็ต้องหาความรู้และให้ความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ อย่างเครื่องซักผ้าที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจซักอบรีด ก็ต้องรู้ว่าควรจะเลือกใช้แบบไหน ขนาดไหนดีหรือไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะ ทั้งหมดต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจซักอบรีดด้วยว่าเพื่ออะไร ขนาดไหน การที่เราสามารถเลือกใช้เครื่องซักผ้าที่ดี ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการซักและดูแลถนอมเสื้อผ้า ราคาที่กล่าวไปยังไม่รวมค่าทำเลที่คุณจะซื้อหรือเช่านะครับ

2)      หาทำเลที่ตั้งร้านซักอบรีด –  ควรจะเล็งไปที่บรรดาหอพักต่างๆ  เน้นสถานที่มีลูกค้าที่ไม่นิยมซัก

ผ้าหรือไม่สะดวกที่จะซักผ้า ตากผ้าเอง เช่น หอพักนักศึกษา หอพักนักเรียน หอพักพนักงาน  ยกระดับขึ้นไป ก็ได้แก่ คอนโดมิเนียม  แฟลต  อพาร์ทเม้นท์ แต่สมัยนี้คนนิยมหันมาอาศัยในหมู่บ้านกันก็เยอะ เกิดหมู่บ้านจัดสรรขึ้นมากมาย  และถ้าคุณอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรอยู่แล้ว อาจจะใช้แหล่งที่ใกล้และสะดวกที่สุด เช่น บ้านที่อยู่ระหว่างทางเข้าออกหมู่บ้านจัดสรรสักหลังหนึ่งเป็นทำเลตั้งร้านขึ้นมาก็ได้ นอกจากเป็นที่สัญจรไปมาของคนในหมู่บ้านแล้ว ยังสะดวกต่อการรับส่งเสื้อผ้าถึงมือลูกค้า นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจซักอบรีดต้องเช็คระบบท่อน้ำด้วยนะครับให้มีระบบน้ำสะอาดเอื้ออำนวยต่อการบริการซักอบรีด และทางที่ดีก็ควรสร้างระบบน้ำสำรองไว้ยามฉุกเฉิน หากเกิดเหตุน้ำไม่ไหลกระทันหัน

3)      แรงงาน – แม้ว่าจะมีเครื่องซักผ้าเป็นตัวช่วย แต่ก็ต้องมีแรงงานไว้สำหรับตากเสื้อผ้า รีดผ้า และจัดส่ง

เสื้อผ้าให้ลูกค้า รวมถึงคอยให้บริการลูกค้าในส่วนอื่นๆ ถ้ามีลูกค้าเข้าร้าน เป็นงานบริการที่มีคุณเป็นแรงงานคนเดียวไม่พอแน่ครับ แนะว่าต้องจ้างแรงงานเพิ่ม แต่ถ้าเริ่มทำโดยมีความตั้งใจว่าจะเป็นธุรกิจครอบครัว ก็ใช้แรงงานจากคนในครอบครัวเดียวกันนี่ล่ะครับ เป็นการประหยัดค่าแรงไปในตัว

 

รู้ไว้ใช่ว่า เมื่อลงมือทำธุรกิจซักอบรีด

 

       1. ใส่ใจเสื้อผ้า เอาใจลูกค้า เมื่อจับทางทำธุรกิจซักอบรีดก็ต้องใส่ใจต่อการซักผ้าทุกชิ้น เน้นความสะอาดและให้ความสำคัญถึงชนิดของผ้า เนื้อผ้าต่างๆ เพราะผ้าบางประเภทต้องซักด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ผ้าชีฟอง ผ้าไหม ชุดสูท ที่ต้องซักด้วยมือ และต้องแยกผ้าขาวและผ้าสีให้เรียบร้อยก่อนซัก ลงลึกไปอีกต้องทราบด้วยว่าผ้าบางชนิดก็ห้ามใช้ผงซักฟอกที่มีคลอรีน หรือต้องซักแห้งเท่านั้น การรีดผ้าแต่ละเนื้อผ้าต้องรีดด้วยความร้อนเท่าใด คนทำธุรกิจซักอบรีดต้องใส่ใจหมั่นศึกษาป้ายแนะนำการดูแลรักษาที่ติดมากับเสื้อผ้าอยู่เสมอ

กลุ่มลูกค้าของธุรกิจซักอบรีด มี 2 กลุ่มใหญ่หลักๆ ได้แก่ กลุ่มนักศึกษาที่อาศัยอยู่ตามหอพัก คอนโดมิเนียม มีกำลังซื้อปานกลางถึงสูงซึ่งยอมจ่ายให้กับค่าบริการเหล่านี้เพื่อซื้อความสะดวกสบายให้ตัวเองอย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้น ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงาน อาศัยอยู่ตามบ้านในหมู่บ้าน อพาร์ตเม้นท์ หรือคอนโดมิเนียม มีกำลังซื้อปานกลางถึงสูงเช่นกัน แต่การยอมจ่ายให้กับค่าบริการเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็เพราะความจำเป็นเนื่องจากทำงานจนไม่มีเวลาว่างซักเสื้อผ้า  แต่ถ้าทำเลที่ตั้งของร้านอยู่ใกล้รีสอร์ท โรงแรม อาจจะได้กลู่มลูกค้าพิเศษเพิ่มอีก 1 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจที่ต้องใช้ผ้าหรือเสื้อผ้าปริมาณมาก กลุ่มนี้จะใช้บริการซักอบรีด เพราะเสื้อผ้าทีมีมากจนไม่สามารถทำเองได้ การซักอบรีดเสื้อผ้าในปริมาณมากๆต้องอาศัยการจัดการที่เป็นระบบ ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจเหล่านั้นมักไม่มีความถนัดต่อการจัดการสิ่งนี้  จึงหันมาใช้บริการจากธุรกิจซักอบรีดเข้ามาจัดการเสื้อผ้าจากธุรกิจของพวกเขาแทน

       2.อย่าคิดแพงเกิน ส่งผ้าให้ครบ ลูกค้ามาเอง การรับผ้ามาซักของธุรกิจซักอบรีดจะมีอยู่ 2 แบบครับ คือ รับซักแบบเหมาเป็นรายเดือน  กับรับซักเป็นรายชิ้น อัตราค่าบริการโดยประมาณสำหรับลูกค้าเหมารายเดือน ส่วนใหญ่จะจำกัดจำนวนผ้าไม่เกิน 60-70 ชิ้น เดือนละ 700 – 1000 บาท อัตราค่าบริการสำหรับเสื้อผ้าทั่วไปชิ้นละ 10-20 บาท สำหรับชุดทางการ ประเภทเครื่องแบบ ชุดราตรี เฉลี่ยชุดละ 80-100 บาท และผ้าห่ม ผ้านวม ผืนละ 50 บาท พยายามอย่าตั้งค่าบริการแพงเกินไปครับ เพราะจะถูกเปรียบเทียบกับร้านอื่นได้ แต่ก็อย่าคิดถูกซะจนลูกค้าคิดว่า “คิดถูกแต่ซักโหล่ยโท่ยอย่างงี้ รู้งี้ซักเองดีกว่า”  พอคิดไม่แพงไม่ได้ก็เลยคิดถูกซะเลย แต่คุณภาพในการซักไม่มี ลูกค้าก็หายเหมือนกัน

เวลาโฆษณาร้าน ไม่จำเป็นต้องติดป้ายชื่อร้านขึ้นมาเป็นทางการก็ได้ครับ ถ้าเราเพิ่งเริ่มทำธุรกิจซักอบรีด เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีป้าย ให้เขียนป้ายเล็กๆ ไว้หน้าร้านว่าให้บริการซักอบรีดสิ่งใดบ้างเท่านั้นพอ หรือใช้วิธีการแจกใบปลิวให้ลูกค้ารู้จักร้าน จัดโปรโมชั่นพิเศษเรียกลูกค้าในระยะแรก เมื่อลูกค้าลองเข้ามาใช้บริการแล้วเกิดความประทับใจก็จะเป็นผู้โฆษณาร้านของเราให้ลูกค้าคนอื่นได้ลองเข้ามาใช้บริการเองครับ ซึ่งลูกค้าของบริการธุรกิจซักอบรีดจะต่างจากลูกค้าประเภทอื่นๆ เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่จะเชื่อว่าบริการซักอบรีดของร้านนี้ดีก็จากการโฆษณาปากต่อปากมากกว่า ดังนั้นผู้ให้บริการซักอบรีดจะต้องเน้นการให้บริการอย่างมีคุณภาพ ซักรีดเสื้อผ้าด้วยความเอาใจใส่เสมือนเป็นเสื้อผ้าของตนเอง ตรงต่อเวลาในการรับส่งเสื้อผ้า ส่งเสื้อผ้าครบตามจำนวนที่รับมา ไม่สลับปะปนกับของคนอื่น อาจทำใบรับเสื้อผ้าขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า มีการรับเสื้อ กางเกง กระโปรง แต่ละประเภท อย่างละกี่ตัว รวมแล้วคิดเป็นเงินเท่าใด เพื่อความชัดเจนทั้งเสื้อผ้าของใคร มีจำนวนเสื้อผ้าเท่าใด ค่าบริการเท่าไหร่ จัดส่งวันไหน และยังยืนยันได้หากเกิดกรณีเสื้อผ้าสูญหาย ซึ่งทางร้านก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ เจ้าของร้านบางคนทำป้ายระบุไว้เลยนะครับว่าถ้าเกิดการสูญหายจะชดใช้ในอัตราเท่าใด เป็นการรับประกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการให้บริการทางหนึ่ง ลูกค้าก็จะมีความรู้สึกสบายใจ มั่นใจว่าเสื้อผ้าที่นำมาให้ร้านซักจะได้รับกลับคืนครบตามจำนวน นอกจากนี้ผู้ที่ทำธุรกิจซักอบรีดจะต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอยู่เสมอ ท่องจำไว้ว่าลูกค้าคือศูนย์กลาง ถ้าคุณบริการดี ลูกค้าก็จะชักชวนบอกต่อๆ กันให้มาใช้บริการซักอบรีดของคุณ ธุรกิจซักอบรีดจะอยู่ได้ก็ด้วยความพึงพอใจของลูกค้านั่นเองครับ

 

ตัวเลือกเสริม เติมกำไร

       1.พ่วงบริการเสริม เมื่อธุรกิจซักอบรีดของเราเริ่มมีลูกค้ามากขึ้นแล้วแต่ถ้าคุณยังไม่อยากขยายกิจการก็ขยายการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าเพิ่มเติม เน้นการให้บริการที่เกี่ยวกับผ้าเช่นเดิม ได้แก่ ให้บริการรับแก้ทรงเสื้อผ้าต่างๆ รับซ่อมแซมเสื้อผ้า ย้อมสีผ้าทุกชนิด หรือรับจ้างเย็บผ้าโหล เพิ่มช่องทางสร้างรายได้เพิ่มและเติมกำไรให้แก่ธุรกิจซักอบรีดของคุณได้ดีแต่อย่าลืมว่าการให้บริการเสริมเหล่านี้ คุณต้องมีความพร้อมทางด้านความรู้เกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ ที่พูดไปและมีแรงงานมากพอต่อการรับงานบริการเหล่านี้เพิ่มด้วยนะครับ

       2.เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นตัวเลือกที่ใครหลายๆ คนน่าจะคุ้นหน้าค่าตาของมัน เพราะเดี๋ยวนี้หลายๆ แห่งที่ทำธุรกิจซักอบรีดหันมาเปิดร้านซักอบรีดโดยใช้เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญอย่างเดียวก็มี ซึ่งคนที่จับทางธุรกิจซักอบรีดอยู่แล้วเมื่อมีทุนมากขึ้น คุณอาจจะซื้อเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญมาบริการลูกค้าเพิ่ม จับกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีเวลาซักผ้า ไม่อยากซักผ้า แต่อยากตากเองรีดเอง เมื่อซื้อมาแล้วแนะนำว่าให้เขียนป้ายกำกับถึงวิธีการใช้ให้ดีด้วยนะครับ ว่าแต่ละตัวถังใส่ปริมาณเสื้อผ้าต่อการซักในแต่ละครั้งได้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าที่ดีผมแนะว่าให้เจ้าของร้านตั้งเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญไว้ในร้านจะปลอดภัยมากกว่า เจ้าของร้านจะได้ช่วยกันดูได้ว่าลูกค้าใส่เสื้อผ้าลงในเครื่องปริมาณเท่าไหร่ มีนะครับ ลูกค้าประเภทใส่เสื้อผ้าอัดๆลงไปในตัวถังครั้งเดียว จะได้เสียตังค์ครั้งเดียว ซึ่งแบบนั้นมันเสี่ยงต่อการทำให้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญของเราพังแน่ๆ และถ้าคุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าซ่อม เศรษฐกิจแบบนี้ค่าซ่อมไม่ใช่ถูกๆแน่ครับ ป้องกันไว้ให้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเป็นกำไรดีกว่าขาดทุนเถอะครับ

แม้ว่าธุรกิจซักอบรีดในปัจจุบันจะเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมด้วยมีจำนวนผู้หันมาใช้บริการจากธุรกิจค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์มากนัก ขอเพียงมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลผ้าบ้าง รวมทั้งมีใจรักในการบริการก็ช่วยให้ธุรกิจซักอบรีดของคุณประสบความสำเร็จได้

อย่างไรก็ตามก็มีสิ่งที่เจ้าของธุรกิจซักอบรีดควรพึงระวังก็คือ การรักษาพนักงานหรือลูกจ้างในร้านที่มีความเอาใจใส่และมีฝีมือให้คงอยู่กับเราไว้ เพราะการทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการต้องยอมรับครับว่าจะเจริญเติบโตได้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการบ่อยๆ ก็ขึ้นอยู่การให้บริการของพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างให้บริการดี ใส่ใจกับคุณภาพของการซักอบรีดทุกขั้นตอน

ดังนั้นเจ้าของธุรกิจซักอบรีดอย่าลืมบริหารธุรกิจของคุณอย่างใส่ใจลูกจ้างทุกคนเสมือนเป็นคนในครอบครัวด้วยนะครับ  ไม่มีสิ่งใดครับที่จะรั้งให้คนอยู่กับเราได้นานๆ นอกจากการซื้อด้วยใจอีกแล้ว

Share →
0 comments
Read more:
powerpoint
สมการ สัญลักษณ์ อะไรพิเศษ ก็ใส่ใน powerpoint

Close