Share →

ธุรกิจร้านเบเกอรี่ เติมความหวานให้ชีวิต

ร้านเบเกอรี่ เสน่ห์หอมหวานด้านธุรกิจ

เมื่อเอ่ยถึงธุรกิจเกี่ยวกับการทำขนม หลายคนพุ่งความสนใจไปที่ธุรกิจร้านเบเกอรี่เป็นอันดับต้นๆ

ด้วยเสน่ห์ของขนมอบหน้าตาฝรั่งที่กินง่ายสะดวกสบายรวดเร็วตอบโจทย์ชีวิตเร่งด่วนในปัจจุบันที่ไม่เพียงแต่มีสีสันสวยงาม ตกแต่งน่ารัก รสชาติดี อร่อยกลมกล่อมเท่านั้น

แต่ยังเป็นขนมที่บ่งบอกรสนิยมของลูกค้าได้และยังเป็นขนมที่มีความหลากหลาย ทั้งเค้ก คุ้กกี้ โดนัท ขนมปัง พายหน้ารสชาติต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน เรียกว่าเป็นทางเลือกอันยอดเยี่ยมให้ลูกค้าเลือกกินได้ในแต่ละวันอย่างไม่ซ้ำจำเจ

ยิ่งเมื่อเข้าช่วงเทศกาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ คริสมาสต์ วาเลนไทน์ วันเกิดพ่อแม่พี่ป้าน้าอาเพื่อนฝูง ขนมเบเกอรี่ก็ยังเป็นอีกตัวเลือกอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจเลือกเป็นของขวัญตามโอกาสและเทศกาลต่างๆ ทำให้ปัจจุบันมีร้านเบเกอรี่เกิดขึ้นมากมาย บ้างก็เป็นร้านธุรกิจส่วนตัว บ้างก็เป็นแบรนด์ดังมาขยายสาขา สะท้อนภาพธุรกิจดังกล่าวว่ายังคงเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโต ขยับขยายได้อย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นผลจากความนิยมของคนไทยที่ยังคงชื่นชอบขนมสไตล์ยุโรปอยู่ไม่เสื่อมคลาย ด้วยเหตุนี้ธุรกิจเบเกอรี่จึงเป็นความฝันของใครต่อใครที่ฝันอยากจะเป็น

แน่นอนการเดินบนเส้นทางธุรกิจขนมหวาน ย่อมไม่ได้แสนหวานเหมือนรสชาติของขนมที่เป็น กว่าที่ร้านเบเกอรี่ชื่อดังทั้งหลายจะก้าวมาเป็นที่รู้จักได้ เจ้าของธุรกิจก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมานับไม่ถ้วน นี่ก็คือภาพสะท้อนอีกอย่างหนึ่งแ แต่ก่อนที่เราจะแนะเคล็บลับสานฝันคุณให้เป็นจริงได้ เราขอพาคุณไปทำความรู้จักกับธุรกิจร้านเบอเกอรี่ในภาพรวม ขณะนี้ก่อน เพราะปัจจุบันนี้เองก็มีผู้ประกอบการหลายคนอยู่เหมือนกันที่หันมาจับธุรกิจร้านเบเกอรี่ ซึ่งเมื่อแบ่งตามประเภทของการตลาดแล้วธุรกิจดังกล่าวก็จะแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ร้านเบเกอรี่ระดับตลาดบน กับร้านเบเกอรี่ระดับตลาดล่าง

ร้านเบเกอรี่ตลาดบน : หรือที่เรียกว่าตลาดเบเกอรี่ค้าปลีก ขณะนี้กำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวอยู่ในระดับที่ดีมาก ทำให้มีนักลงทุนรายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างทยอยเข้ามาทำการตลาด นับว่าเกิดการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงทั้งจากแบรนด์ในประเทศและแบรนด์จากต่างประเทศ จะเห็นได้จากการที่แบรนด์ต่างๆ งัดกลยุทธ์รูปแบบต่างๆ มาใช้ เช่น การให้บริการจัดส่งถึงที่ รับจัดงานเลี้ยงด้วยโปรโมชั่นพิเศษ และการรับสมัครสมาชิกเพื่อมอบส่วนลดให้แก่ลูกค้า กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เหล่านี้จะนิยมนำมาใช้มากโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ขนมเบเกอรี่ขายดีที่สุด รวมถึงการเปิดแฟรนไชส์โดยอิงกับห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศก็ได้ส่งผลให้การแข่งขันของธุรกิจร้านเบเกอรี่ระดับตลาดบนมีความคึกคักเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างร้านเบเกอรี่ระดับบน ก็ได้แก่ ร้านเบเกอรี่ในโรงแรม จะเห็นว่าบรรดาโรงแรมใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงต่างก็มีแผนกครัวทำเบเกอรี่ไว้สำหรับบริการลูกค้าของโรงแรมโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นลูกค้าต่างชาติที่เข้าพักกับลูกค้ารายใหญ่ที่มีฐานะที่เข้ามาใช้บริการจัดเลี้ยงหรือสัมมนากับทางโรงแรม ดังนั้นราคาของขนมเบเกอรี่ในโรงแรมจึงค่อนข้างมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาดทั่วไป

อย่างไรก็ตามก็มีบางโรงแรมที่ได้จัดจำหน่ายขนมเบเกอรี่ให้แก่ลูกค้าข้างนอกที่ติดใจในรสชาติความอร่อยของขนมและหลงใหลในบรรยากาศโอ่อ่าของร้านเบเกอรี่คุณภาพระดับโรงแรม การขยายช่องทางการจำหน่ายเบเกอรี่ไปสู่กลุ่มลูกค้าในระดับกลางและล่างก็ได้ส่งเสริมให้ธุรกิจร้านเบเกอรี่ตลาดบนมีความคึกคักเพิ่มขึ้นอย่างที่ได้กล่าวไป

ร้านเบเกอรี่ตลาดล่าง : ได้แก่ ร้านเบเกอรี่ทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะไม่มีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง อาศัยจุดเด่นของรสชาติของขนมเบเกอรี่ ทำเลที่ตั้งที่อยู่ในย่านชุมชนทำให้ซื้อขายได้ง่ายผนวกกับราคาไม่แพง รวมถึงความเชื่อใจจากลูกค้าประจำ

เช่นเดียวกับ เบเกอรี่รับสั่งทำตามบ้าน ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความสดใหม่ของขนมเบเกอรี่ เพราะทำตามออเดอร์จากลูกค้าที่เข้ามาในแต่ละวัน ราคาขนมเบเกอรี่ก็มีความเหมาะสมกับคุณภาพวัตถุดิบและรสชาติที่ถูกปากกลุ่มลูกค้า ในช่วงระยะหลังจะเห็นว่าเจ้าของธุรกิจเบเกอรี่ระดับนี้หันมาเรียกลูกค้าด้วยการแสดงวิธีการทำขนมเบเกอรี่ต่างๆ ให้ลูกค้าได้เห็น เพื่อเน้นโชว์ความสดใหม่ของขนม โชว์ทุกขั้นตอนการทำขนมที่มีความสะอาดในทุกๆ ขั้นตอน ไม่น่าเชื่อว่าวิธีนี้จะได้ผลมาก ทำให้ลูกค้าเดินเข้าร้านและตัดสินใจซื้อขนมเบเกอรี่มากขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีบางร้านที่หันมาใช้กลยุทธ์เสริมสร้างรายได้เพิ่มด้วยการนำขนมเบเกอรี่ใส่รถเข็นเร่ขายตามตลาดนัด หรือขายขนมเบเกอรี่ตามหน้า Facebook เพื่อให้ร้านเบเกอรี่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากและกว้างที่สุดคือ ทั่วถึงไปทุกเพศทุกวัย

อย่างไรก็ตามความน่าสนใจของการทำธุรกิจร้านเบเกอรี่ที่ไม่ว่าจะเป็นประเภทเจาะตลาดบนหรือตลาดล่างก็ตามต่างมีร่วมกัน นั่นก็คือ ไม่เพียงแต่เป็นธุรกิจที่ทำและขายขนมอบเบเกอรี่ต่างๆ เท่านั้นแต่ยังเป็นธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจสามารถเสริมธุรกิจอื่นๆ ลงไปในธุรกิจเดียวกันได้อย่างลงตัวได้ง่าย ยกตัวอย่างง่ายๆเลย ก็คือ คุณสามารถขายกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจเสริมพ่วงลงไปในการทำธุรกิจร้านเบเกอรี่ของคุณได้นั่นเอง

สานฝัน…เจ้าของธุรกิจเบเกอรี่(1)
เอาล่ะ มาถึงช่วงเวลาสำหรับผู้ที่กำลังสนใจธุรกิจร้านเบเกอรี่ให้ได้ลองไปไถ่ถามตัวเองซะให้ถี่ถ้วนก่อนกับ 3 ข้อนี้ เพราะถ้าคุณรู้ คุณตอบคำถามได้ เส้นทางธุรกิจนี้ย่อมหอมหวานแน่นอน

1 รู้จุดขายของตัวเอง
นั่นคือการถามว่าคุณเป็นคนอย่างไร และมีอะไรที่สนับสนุนให้คุณกล้าตัดสินใจลงสนามการแข่งขันครั้งนี้ ถ้าคุณมีฝีมือการทำขนมเบเกอรี่ที่เลื่องชื่อ ใครๆ ได้ชิมเป็นต้องติดใจ นั่นคือจุดขายด้านฝีมือ แต่ถ้าคุณมีแต่ฝีมือในการทำขนมแต่ขาดทักษะการเป็นผู้นำ ความเป็นนักบริหารธุรกิจ เวทีประลองยุทธ์ครั้งนี้ก็อาจยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับเริ่มต้นทำธุรกิจ แน่นอนถ้าคุณอยากทำธุรกิจเบเกอรี่ คุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำขนมอบชนิดต่างๆ และสามารถอยู่กับการทำขนมได้ทั้งวัน เท่านั้นไม่พอคุณต้องมีความใจกว้างต่อการรับฟังคำติชม มีความอดทนและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า แม้ไม่ใช่งานบริการ แต่ลูกค้าก็คือพระเจ้า ยิ่งคุณเป็นคนทำขนม ขนมคือสิ่งที่ต้องเข้าไปอยู่ในร่างกาย คุณจะต้องซื่อสัตย์ใส่ใจกับทุกขั้นตอนในกรรมวิธีการทำขนมเบเกอรี่ทุกชนิด ใช้วัตถุดิบมีคุณภาพและสะอาดในทุกขั้นตอน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความเป็นกันเองกับลูกค้าและต้องกระตือรือร้นสนใจในข่าวสารข้อมูลและสถานการณ์ปัจจุบันที่อาจจะมีผลต่อการประกอบธุรกิจ นั่นคือการถามตัวคุณเองว่ามีคุณสมบัติต่อการเริ่มต้นทำธุรกิจทางด้านนี้หรือไม่ ฝีมือคุณไปในทิศทางใด มีเจ้าของธุรกิจบางคนมีทั้งฝีมือในด้านรสชาติและมีไอเดียในการทำขนมเบเกอรี่แบบฉบับของตัวเองมีหน้าตาไม่เหมือนใคร อันนี้ก็คือจุดขายอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นด่านแรกต้องหาตัวเองให้เจอ อะไรคือจุดขาย ซึ่งก็จะนำไปสู่การตอบโจทย์ต่อไปได้ทำให้รู้ว่าตลาดของตัวเองนั้นอยู่ที่ใด

2 รู้ตลาดของตัวเอง
อย่างแรกต้องศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าหลังจากที่คุณรู้จุดขายของตัวเองว่าคืออะไรแล้ว ก็ต้องดูว่าจุดขายของตัวเองเหมาะสมกับลูกค้าในระดับใด ตัดสินใจเลือกให้ได้ก่อนว่าธุรกิจร้านเบเกอรี่ที่จะทำนี้จะเจาะตลาดบนหรือตลาดล่าง แล้วจึงศึกษาลักษณะการเดินซื้อขนมเบเกอรี่ของลูกค้าในระดับนั้นๆ

ทั่วไปกลุ่มลูกค้าก็จะแบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ ลูกค้าระดับบน กลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสูง มีความต้องการสินค้าที่มีความพิเศษ มีรสชาติและรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีคุณภาพและได้มาตรฐาน รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ มากกว่าการให้ความสำคัญเรื่องราคา ความสนใจในร้านเบเกอรี่จึงมุ่งไปที่ร้านเบเกอรี่ที่ตั้งอยู่ตามโรงแรมขนาดใหญ่ ห้องอาหารหรูๆ ที่ตกแต่งตามสไตล์ยุโรป

กลุ่มลูกค้าระดับกลาง กลุ่มลูกค้าระดับนี้จะมีรายได้ปานกลางถึงค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่ก็คือคนที่ทำงานตามอาคารสำนักงานในย่านธุรกิจต่างๆ และนักศึกษา มีความสนใจมุ่งไปที่ร้านเบเกอรี่ตามห้างสรรพสินค้าตลอดจนร้านเบเกอรี่ทั่วไปที่ในย่านธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระดับนี้ได้ในเรื่องของรสชาติ คุณภาพ เพียงแต่มีราคาที่ถูกลงมาจากระดับแรกเพราะมีกำลังซื้อน้อยกว่า

และสุดท้าย คือ กลุ่มลูกค้าระดับล่างหรือตลาด Mass ลูกค้ากลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับราคามากกว่าสิ่งอื่น เพราะมีกำลังซื้อน้อยสุด แต่ถึงอย่างไรรสชาติก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ร้านเบเกอรี่ที่คนในกลุ่มนี้ให้ความสนใจ ก็คือ ร้านเบเกอรี่ทั่วไปตามตลาดหรือตามหมู่บ้าน อาจเป็นร้านขนมเล็กๆ ที่ไม่มีมีป้ายชื่อร้านนั่นเอง นอกจากนี้การรู้ความต้องการของกลุ่มลูกค้า รู้ตลาดของตัวเองยังต้องพิจารณาไปถึงสารพัดขนมต่างๆที่จะโดนใจลูกค้าด้วย จากนั้นเจ้าของธุรกิจจึงค่อยลงมือวางแผนงานเป็นขั้นเป็นตอน แยกแยะและจัดประเภทเบเกอรี่ของคุณให้เป็นหมวดหมู่ เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับขนมเบเกอรี่ในร้านและเหมาะสมกับลูกค้า

3 รู้ความเป็นตัวของตัวเอง
เมื่อรู้แล้วว่าจุดขายของคุณคืออะไร รู้กลุ่มลูกค้า คุณก็ต้องค้นหาภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร คุณจะทำอย่างไรที่จะเนรมิตร้านเบเกอรี่ของคุณให้มีภาพลักษณ์โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ข้อนี้อาจจะยากที่สุด แต่ก็คงไม่ยากเกินกำลังที่จะทำให้จุดขายโดนใจกลุ่มลูกค้า เรากำลังบอกคุณว่าในเส้นทางธุรกิจไม่มีคนใดประสบความสำเร็จจากการเลียนแบบคนอื่น ความเป็นตัวของตัวเองนี้อาจสื่อผ่านชื่อร้านหรือโลโก้ของร้านให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย จัดโชว์ขนมเบเกอรี่สูตรพิเศษที่หาชิไม่ได้ที่อื่นไว้หน้าร้าน พร้อมคำอธิบายคุณสมบัติสั้นๆ ของขนม ดึงดูดความสนใจของลูกค้า ให้เข้ามาลองชิมการนำเสนอความเป็นตัวของตัวเองไปสู่ลูกค้าจะช่วยซื้อใจลูกค้าให้มีความใกล้ชิดและผูกพันกับร้านเบเกอรี่ของคุณได้

สานฝัน…เจ้าของธุรกิจเบเกอรี่(2)
ถึงตอนนี้ เราเชื่อว่าการที่คุณเริ่มมีความคิด มีความฝันอยากทำธุรกิจเบเกอรี่ ส่วนหนึ่งนั่นเป็นเพราะคุณมีฝีมือในการทำเบเกอรี่รสชาติอร่อยดีเยี่ยมอยู่ก่อนแล้ว แต่ถ้าคุณขาดฝีมือคุณก็คงอาจมองเห็นช่องทางในการรับขนมเบเกอรี่จากร้านอร่อยเจ้าดังร้านอื่นมาขายต่อได้ หรือคุณอาจกำลังสนใจซื้อแฟรนไชส์จากธุรกิจเบเกอรี่ที่เค้าประสบความสำเร็จแล้ว ทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเป็นทุนทางความคิดที่ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญนำพาคุณไปสู่เป้าหมายสูงสุดในการทำธุรกิจเบเกอรี่ได้

โดยรูปแบบของการทำธุรกิจร้านเบเกอรี่ในปัจจุบันนั้นก็สามารถทำได้หลายรูปแบบตั้งแต่เป็นเจ้าของกิจการคนเดียว มีผู้ร่วมหุ้นในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ตายตัวซะทีเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจทุกประเภท นั่นก็คือ ขนาดของเงินลงทุน ที่ต้องยอมรับว่าคนที่เริ่มหันมาจับทางธุรกิจร้านเบเกอรี่ส่วนใหญ่มักจะเจอกับปัญหาการลงทุน เพราะมีเงินไม่มากพอ

“ดังนั้นทุกคนต้องทราบไว้ก่อนเลยว่าธุรกิจเบเกอรี่เป็นธุรกิจที่มีแต่ฝีมืออย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องมีเงินทุนสูงและรู้จักเขียนแผนธุรกิจนับตั้งแต่ต้นให้ดีเข้าไว้”

สำหรับธุรกิจร้านเบเกอรี่ที่ทำขนมเอง เงินลงทุนหลักๆ ก็จะประกอบด้วย ค่าวัตถุดิบ ค่าโสหุ้ยการผลิต และค่าแรงงาน หากมีการจ้างคนงานขึ้น ส่วนธุรกิจร้านเบเกอรี่ที่ซื้อมาเพื่อขายต่อ เงินลงทุนก็จะได้แก่ ค่าขนมเบเกอรี่ตามใบเสร็จ ค่าขนส่ง เป็นต้น สำหรับกรณีที่ร่วมหุ้มกับผู้อื่นก็ต้องคำนึงถึงจำนวนของผู้ออกทุน รวมถึงความสะดวกและความคล่องตัวในการดูแลธุรกิจ มีระยะเวลาในการลงมาดูร้านเท่าใด เจ้าของธุรกิจจะต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อให้สามรถเลือกรูปแบบการทำธุรกิจเบเกอรี่ที่เหมาะสมกับกำลังของตนเองได้ ทั้งนี้อาจใช้ความไฮเทคของเทคโนโลยีเหมือนเจ้าของธุรกิจอื่นหลายๆ คนที่ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ต่างหันมาเล่นสื่อโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น

เราขอแนะคุณว่าคุณอาจใช้ช่องทางดังกล่าวเป็นตลาดในการบุกเบิกเปิดร้านเบเกอรี่ ลองเริ่มต้นรับทำเค้ก คุกกี้ ขนมปังตามคำสั่งของลูกค้าดูก่อน หากได้รับฟีดแบ็กดีจากลูกค้าก็ค่อยขยับขยายไปสู่การเปิดร้านใหญ่อย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นการลดความเสี่ยงของการทำธุรกิจร้านเบเกอรี่ระยะแรกในระดับหนึ่ง เพราะการเปิดหน้าร้านต้องใช้การลงทุนสูง ถ้าขาดทุนก็จะเจ็บตัวมาก การลองทำส่งในระยะแรกจะดีกว่าการตัดสินใจก้าวพรวดอย่างรวดเร็วโดยไม่ระมัดระวัง ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งยังเป็นการพิสูจน์ด้วยว่า ฝีมือเราเองมีความเที่ยงแล้วหรือยัง? อย่าลืมว่ารสชาติของขนมเบเกอรี่คือสิ่งแรกที่ดึงดูดใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อขนมเบเกอรี่จากร้านเรา คุณก็อาศัยช่วงเวลาเดียวกันนี้ระหว่างทดลองขายขนมได้ฝึกปรือฝีมือให้รู้จักคุมฝีมือการทำขนมให้นิ่ง รักษาความคงที่ของระดับรสชาติขนมต่างๆ ให้ได้ เมื่อเริ่มถึงเวลาผันตัวเองสู่การเปิดหน้าร้านจริงจัง จะได้เป็นการเพิ่มลูกค้า ไม่ใช่ลดจำนวนลูกค้าที่มี

ต่อมาเมื่อเปิดร้านมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เจ้าของธุรกิจเบเกอรี่ก็อย่าลืมที่จะทำแผนการตลาดให้ดี หมั่นทบทวนแผนการตลาดอยู่เสมอ เพราะบางคนถึงแม้จะชัดเจนนับตั้งแต่ก้าวแรก มีการเตรียมพร้อมด้วยการเขียนแผนธุรกิจไว้อย่างดี มีทำเลที่ดี มีเงินทุนมากพอ แต่สุดท้ายแล้วก็ไปไม่รอดสวนทางกับเจ้าของธุรกิจเดียวกันเจ้าอื่นๆ เดาสาเหตุได้ก็คงเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากคู่แข่งในนามของเบเกอรี่ อย่างที่ได้บอกไปว่าธุรกิจร้านเบเกอรี่เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันทางการตลาดอย่างคึกคัก มีแบรนด์ต่างๆมากมายเกิดขึ้นตลอดเวลา คนที่จะรักษาธุรกิจร้านเบเกอรี่ได้นานจึงต้องหมั่นทบทวน วิเคราะห์ธุรกิจของตนเอง รวมถึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักปรับปรุงพัฒนาสูตรขนมเบเกอรี่ในร้าน กระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อขนมเบเกอรี่เพิ่มขึ้นเสมอ

“สกัดคู่แข่ง ด้วยการใส่ไอเดียเก๋ๆลงไปในสูตรขนมเบเกอรี่ของคุณ วันนี้คิดไม่ออก ไม่เป็นไร เราเชื่อว่าความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงของคุณ จะทำให้คุณปิ๊งไอเดีย แล้วสร้างสรรค์ขนมเบเกอรี่ในแบบเฉพาะของคุณออกมาเรียกลูกค้าได้อย่างบรรเจิดเข้าสักวัน”

เราต้องขอย้ำคุณไว้ เพราะไม่อยากเห็นความประมาทในการทำธุรกิจเกิดขึ้น เดี๋ยวธุรกิจเบเกอรี่แสนหวานจะกลายเป็นแสนขม ล้มไม่เป็นท่าเพียงเพราะเจ้าของธุรกิจมัวแต่ชะล่าใจ หมั่นเอาใจใส่ต่อการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของขนมเบเกอรี่ในร้าน ควบคู่ไปกับการสร้างเอกลักษณ์ให้กับร้านของคุณ อย่าลืมที่จะใส่ลูกเล่นให้กับบรรจุภัณฑ์ ความสวยงามความมีเอกลักษณ์ทั้งรสชาติของขนม แพ็คเกจ รวมถึงการให้บริการที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า รับรองเลยว่าธุรกิจเบเกอรี่ของคุณก็จะอยู่ต่อไปได้ไม่หวั่นกับอีกกี่สิบเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ที่กำลังเล็งช่องทางธุรกิจแสนหวานนี้อยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

Share →
0 comments
Read more:
powerpoint
เทคนิคการใช้หลายจอในการ present งาน ใน powerpoint

Close