Share →

       เมื่อพูดถึง “ธุรกิจส่วนตัว” เชื่อว่าหลายๆ คนต่างก็ใฝ่ฝันโหยหาอยากเป็นเจ้าของกิจการกันทั้งนั้น แต่ก็น้อยคนนักที่จะสานฝันจนกระทั่งประสบความสำเร็จได้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวได้สมใจเหมือนนักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านที่มีอยู่ในปัจจุบัน

       ยิ่งยุคนี้สมัยนี้ต้องยอมรับว่าการตลาดของไทยเราก็แข่งขันสูง จะหยิบจับค้าขายอะไรก็ดูท่าจะไปรอดได้ยาก อย่าว่าแต่ไปรอดเลย แม้แต่จะเริ่มต้นก็ส่อแววให้ชั่งใจแล้วชั่งใจอีกว่าจะลงทุนดีไหมหนอ? อยากทำนี่ก็มีคนทำแล้ว อยากทำนั่นก็มีคนทำเยอะแล้ว เมื่อคิดมากเข้าๆ ไอ้คำๆ นี้ก็เลยเริ่มหลุดลอยหายไปจากวงจรความคิด ยอมโบกมือลากลับมากินเงินเดือนอย่างเดียวเหมือนเก่า แต่พอครั้นจะจับจ่ายใช้สอยเงินเดือนที่มีก็แสนจะช้ำอกช้ำใจ หวนกลับมาคิดใหม่ “หรือเราจะเอาเงินเก็บไปลงทุนอะไรสักอย่างดีนะ?”

       นั่นล่ะ “เป็นคำถามที่น่าสนใจ” เราขอเบรกคุณก่อนที่คุณคิดจะเปลี่ยนใจอีกครั้ง เพราะแม้ว่าการลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างก็ตามจะตั้งอยู่บนความเสี่ยง แต่ทุกความเสี่ยงถ้าเราเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้และวางแผน ดำเนินขั้นตอนไปแต่ละขั้นอย่างรอบคอบและถูกวิธี ขอยืนยันฟันธงตรงนี้เลยว่า อนาคตธุรกิจของคุณพุ่งฉลุยแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปเรียนรู้ว่าแต่ละขั้นตอนในการเริ่มต้นทำธุรกิจมีอะไรบ้าง เราลองมาทำความรู้จักกับคำว่า “ธุรกิจส่วนตัว” กันก่อนดีกว่า

            คำว่า ธุรกิจ (Business) หมายถึง  การกระทำหรือกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับสถาบันการผลิต  การจำหน่าย  และการให้บริการ  โดยกลุ่มบุคคลมีการกระทำร่วมกันเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกัน  คือ  ได้กำไร หรือได้รายได้เป็นการตอบแทนการลงทุนด้วยทรัพย์สินและแรงงานในกิจการนั้น อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวอาจเสี่ยงต่อการขาดทุนด้วย

            โดยปัจจุบันมีรูปแบบธุรกิจที่ดำเนินอยู่แตกต่างกัน แบ่งได้เป็น 5 ประเภท คือ 1. ธุรกิจกิจการเจ้าของคนเดียว 2. ห้างหุ้นส่วน  แยกออกเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด 3. บริษัทจำกัด 4. การสหกรณ์ มีแยกย่อยหลายประเภท เช่น สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า เป็นต้น และ 5. รัฐวิสาหกิจ

       ดังนั้น “ธุรกิจส่วนตัว”นี้ หลักๆ เลย ก็คือการเป็นเจ้าของกิจการแต่เพียงผู้เดียวนั่นเอง โดยเจ้าของกิจการจะเป็นผู้บริหารธุรกิจและบริหารการเงินด้วยตนเองทั้งหมด โดยมีการจ้างลูกจ้างเพียงไม่กี่คนในการประกอบกิจการ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดต่างๆ เช่น เงินทุนในการจ้างลูกจ้าง หรือความจำเป็นในการจ้างลูกจ้าง เพราะธุรกิจบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีลูกจ้างก็ได้

       ข้อดีของการทำธุรกิจส่วนตัวก็คือการก่อตั้งทำได้ง่าย มีความรู้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเริ่มได้ หาทำเลที่ตั้งได้ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก กำไรก็เป็นของเจ้าของกิจการผู้เดียว แต่ข้อเสียก็คือต้องรับผิดชอบหนี้สินเพียงผู้เดียวเช่นกัน ขณะเดียวกันยังขยายกิจการได้ยากอยู่ ด้วยทุนจำกัดและกิจการที่เพิ่งเริ่มต้นยังไม่มีความมั่นคงเทียบเท่ากับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานโดยองค์กรรัฐหรือเอกชนอย่างชัดเจน และเป็นเวลานาน  

       เมื่อนึกภาพธุรกิจส่วนตัวได้เข้าใจตรงกันแล้ว ต่อไปเราก็มาเรียนรู้กันต่อดีกว่าว่า….. แล้วในการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวสักอย่างนึง จะต้องมีอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังสนใจลงทุนทำธุรกิจ ใช้เวลาตรงนี้เช็คตัวเองไปเลยแล้วกัน เพราะในการเริ่มต้นหรือการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จได้นั้นอาศัยหลายปัจจัยด้วยกัน  

 ข้อแรก รู้จักตัวคุณเอง

       รีบถามตัวเองก่อนเลยว่าตัวคุณเองพร้อมหรือยังกับการเป็นเจ้าของกิจการ บางคนอยากไม่อยากเป็นลูกจ้างคนอื่นแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายื่นใบลาออก กลัวอนาคตจะไม่มั่นคง จงจำไว้ว่าการตัดสินใจบางครั้งก็สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้ ยิ่งถ้าตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้ว ขอให้เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดแล้วเราจะทำมันได้ดี

       เมื่อถามใจตัวถึงความพร้อมแล้ว ข้อต่อมาลองถามความกล้าของตัวเองดูบ้าง ว่ากล้าที่แบกรับความเสี่ยงที่จะเข้ามาหรือไม่ ซึ่งความเสี่ยงที่ว่านี้ก็อย่างที่รู้กันคือ การขาดทุน การไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ คุณมีความอดทนได้มากน้อยแค่ไหน มีความรู้ มีความพยายามในการบริหารธุรกิจคุณให้โตขึ้นได้ท่ามกลางอุปสรรคหรือไม่ ทั้งอุปสรรคภายในองค์กร เช่น สุขภาพร่างกายคุณเอง ลูกจ้างฉ้อโกง หรืออุปสรรคจากภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สภาพอากาศแปรปรวน ใครจะรู้ว่าเร็วๆ นี้อาจจะมีน้ำท่วมครั้งใหญ่อีกก็เป็นได้  อุปสรรคเหล่านี้พร้อมถาโถมเข้าหาคุณตลอดเวลา

       นอกจากนี้ยังต้องมีความกล้าที่จะตัดสินใจในการแก้ปัญหา มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ หาข้อมูลข่าวสาร คอยอัพเดทสิ่งใหม่ๆ เพราะการตลาดและเศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา อะไรที่เก่า อะไรที่ซ้ำก็ย่อมขายยาก อะไรที่ดำรงอยู่แล้วก็ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลง ก้าวสู่ความแตกต่างเพื่อสร้างความน่าสนใจให้ธุรกิจเติบโตไปได้

       อย่างธุรกิจชาเขียวของคุณตัน อิชิตัน ที่เริ่มตีตลาดต่อยอดไปสู่เครื่องดื่มสมุนไพร ออกมาในรูปแบบใหม่ ชาเขียวผสมจับเลี้ยง ให้ชื่อทางการตลาดว่า “เย็นเย็น” เรียกว่าเป็นอีกขั้นของการเปลี่ยนแปลง พัฒนาสินค้าในเครือให้เป็นที่สนใจด้วยการสร้างความแตกต่างและช่วงชิงโอกาสในการเจาะตลาดเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งก่อนหน้านี้คุ้นๆ หลายคนอยู่น่าจะรู้จักอยู่แล้ว ก็คือ เครื่องดื่ม “ไอวี่” ที่เจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคผู้ชื่นชอบดื่มสมุนไพรจำพวกเก็กฮวย หล่อฮั้งก้วย จับเลี้ยงอยู่ก่อนแล้ว  การที่คุณตันปฏิวัติชาเขียวรูปแบบใหม่ออกมาก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดนั่นเอง

       นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า คำว่า พร้อมของคุณที่คุณจะต้องตอบตัวเองออกมามันคือการพร้อมระยะยาว ไม่ใช่การพร้อมแค่ในระยะเริ่มต้น และที่ว่ามาเหล่านี้ก็คือส่วนหนึ่งที่คุณต้องถามตัวเองก่อนทำธุรกิจว่าพร้อมผจญกับมันไหม ซึ่งสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณมีกำลังใจและต่อสู้อยู่กับมันได้ก็คือ ความรัก ความชื่นชอบ ความสนใจในธุรกิจที่คุณกำลังดำเนินอยู่หรือธุรกิจที่กำลังจะเริ่มต้นทำ ถ้าคุณชอบ คุณสนใจ และพร้อมแล้ว แน่นอนภาวะความเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัวคุณ (Leadership) ย่อมเปล่งแสงเจิดจรัสทำงานดำเนินธุรกิจนี้ให้เจริญเติบโตได้ยิ่งๆ ขึ้นไป

 ข้อสอง เงินคุณล่ะ

       หากจะไม่พูดถึงหรือจะพูดอ้อมๆ ก็เห็นทีว่าจะไม่ได้ เพราะ “เงินทุน” เป็นปัจจัยสำคัญและยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง!!! (ที่ต้องขอใส่อัศเจรีย์เน้นไว้เสียเลย) ต่อให้มีความพร้อมทางแรงใจมากแค่ไหน แต่ถ้าสตางค์ในกระเป๋า ในบัญชีคุณมันยังไม่มากพอต่อการลงทุน ก็จงชะลอใจไว้ก่อน อย่าเพิ่งริเริ่มลงทุนแต่ประการใดเลย  อย่าลืมว่าการลงทุนธุรกิจใดๆ ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงทั้งนั้น  

       แม้ว่ายุคนี้จะมีธนาคารหลากหลายสีออกมาให้โปรโมชั่นกู้ยืมที่โฆษณาฉายล่อตาล่อใจอยู่ทุกคืนวัน ก็ต้องขอกล่าวไว้ตรงนี้ด้วยความหวังดีเป็นอย่างยิ่งว่าต้องศึกษาดีๆ ถึงรายละเอียดในการกู้ยืม อย่างกู้เงินจากสถาบันการเงินนั้นก็มีเงื่อนไขที่เราควรทราบ คือ เราต้องมีหลักทรัพย์หรือการค้ำประกัน แต่หากไม่ต้องการกู้จากสถาบันการเงินล่ะก็ ลองมองหารอบๆ ตัว ญาติพี่น้องที่พอจะช่วยเหลือคุณได้ ลองเข้าไปเจรจาดู แต่ถึงจะสนิทชิดเชื้ออย่างไร นักธุรกิจที่ดีต้องมีวินัยและมีความซื่อสัตย์สุจริต เมื่อได้กู้ยืมเงินจากใครก็แล้วแต่ ควรรักษาวินัย จ่ายให้ครบภายในเวลาที่กำหนด ก็จะสร้างประวัติที่ดีให้กับคุณได้

       อันนี้สำหรับกรณีที่คุณมีเงินทุนน้อยนิดแต่อดใจไม่ไหวอยากเปิดธุรกิจจริงจัง จะรอเก็บสะสมเงินด้วยตัวเองก็ต้องใช้เวลานานอีก จึงแนะนำว่าให้หาที่ปรึกษาทางการเงินที่มีความรู้และประสบการณ์ให้ดีเสียก่อนการตัดสินใจ ซึ่งบางคนอาจจะมองทางเลือกอื่นด้วยการชิมลางการประกอบธุรกิจโดยหันไปเริ่มต่อยอดธุรกิจของทางบ้านเป็นการเรียนรู้ หาประสบการณ์ไปก่อนระหว่างที่กำลังเก็บทุนรอเนรมิตกิจการในฝันของตนให้เป็นจริง  หรือทางที่ดีที่สุดขอย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นใหม่ว่า ถ้าเงินทุนไม่พอก็ชะลอไว้เถิด ยิ่งธุรกิจส่วนตัวด้วยแล้ว ลงทุนเอง พลาดเอง เจ็บเองแล้วจะเสียใจ หมดกำลังใจกันเปล่าๆ แย่กว่านั้นยิ่งเป็นการสร้างหนี้ก้อนโตแทนที่จะได้กำไร ละจะหาว่าไม่เตือน

ข้อสาม ผู้สนับสนุน

       ในที่นี้ขอเหมารวมถึงทุกๆ คนที่อยู่รอบตัวคุณ กำลังสงสัยใช่ไหมแล้วมันเกี่ยวยังไง คำตอบ คือ เกี่ยว เพราะพวกเขาเหล่านี้ล่ะคืออีกกุญแจสำคัญที่จะส่งผลให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นและเติบโตไปได้ ถ้าครอบครัวใครมีธุรกิจอยู่แล้ว การต่อยอดธุรกิจของทางบ้านก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนในยุคเศรษฐกิจน่ากังวลอย่างนี้เพราะเราเองก็ไม่ต้องไปเริ่มจากนหึ่งแถมยังมีผู้รู้ซึ่งก็คือคนในครอบครัวเป็นที่ปรึกษาให้กับเราได้ หรือถ้าเพื่อนคุณ ครอบครัวคุณเขาสนับสนุน เห็นชอบกับสิ่งที่คุณอยากเริ่มต้นทำ แค่เท่านี้ก็เป็นแรงใจที่ดีที่จะผลักดันให้คุณมีพลังในการเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นแล้ว และถ้ายิ่งมีกำลังทุนนั่นก็เป็นฐานให้คุณอุ่นใจได้เปราะหนึ่ง เมื่อหากมีเหตุฉุกเฉินในธุรกิจของคุณ เพราะถึงคราวนั้นพวกเขาเหล่านี้อาจจะเป็นนางฟ้าหรือพ่อเทพบุตรที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคุณได้ หนำซ้ำถ้าพวกเขาเป็นผู้ที่มีความรู้ทางธุรกิจหรือเคยมีประสบการณ์มาก่อน (Mentor) คุณจะได้อะไรๆ จากพวกเขาเหล่านี้อย่างมาก ในเวลานั้นอาจจะต้องคารวะยกให้เป็นโค้ชเลย ทั้งคำปรึกษาและคำตักเตือนที่ดีจากโค้ชจะช่วยให้แนะวิธีการแก้ไขหรือป้องกันในแต่ละขั้นตอนของการทำธุรกิจ ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลานเป็นเต่ายุคโบราณอีกต่อไป

       นอกจากนี้แล้วยังเป็นช่องทางหรือสื่อที่จะโฆษณาธุรกิจของคุณให้เติบโตเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ บางทีอาจจะก้าวกระโดดเลยด้วยซ้ำก็เพราะพวกเขาเหล่านี้มี “การบอกปากต่อปาก” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีเรียกว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่แสนคลาสสิคเลยด้วยซ้ำ สามารถทำให้คนอื่นๆ รู้จักธุรกิจของคุณโดยไม่ต้องเสียสตางค์โฆษณาลงบนพื้นที่แพงๆ  ยิ่งใครมีเพื่อนฝูงมาก เพื่อนบอกต่อเพื่อน เพื่อนของเพื่อนบอกต่อเพื่อนของเพื่อน ต่อๆ กันเป็นทอดๆ เหมือนแชร์เพจใน Facebook  ที่มียอดแชร์เป็นพันๆ เขาจะทำได้ยังไง ก็ด้วยวิธีการนี้แล

 ข้อสี่ สังคมของคุณ

            ที่เราต้องขอแยกย่อยออกมาจากข้อสามก็เพราะสังคมของคุณที่ว่านี้ก็คือการสร้างสังคมของคุณขึ้นมา ต่อเนื่องจากที่พูดไปแล้วถึงอย่างแชร์เพจใน Facebook  คงต้องยอมรับว่า Social Media ได้เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากในแต่ละวัน คงน้อยคนนักที่ในเวลานี้จะตอบว่าไม่เล่น Facebook ไม่เล่น Twitter แต่ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะรายบุคคลเท่านั้น ในแวดวงธุรกิจเอง หลายๆ สินค้า/องค์กร ได้จับจุดใช้ Facebook ประชาสัมพันธ์สินค้า จัดกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายที่สุดในเวลานี้ ดังนั้น

            คุณจงใช้โอกาสนี้ พื้นที่ตรงนี้ สร้างสังคมของคุณขึ้นมาเพื่อเสกให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักด้วยตัวคุณเอง หากท่านๆ ยังไม่รู้จักสื่อโซเชียลมีเดีย ขอให้ลองใช้เวลาสักนิดทำการศึกษาดูว่าโซเชียลแต่ละชนิดเป็นอย่างไร ใช้งานอย่างไร จากนั้นก็แบ่งชีวิตมาไว้ในสังคมออนไลน์มากขึ้น (ถ้าก่อนหน้านี้คุณจอมจ่ออยู่แต่โฆษณาหน้าทีวีหรือหนังสือพิมพ์) อย่ารอที่จะให้เพื่อนของคุณถ่ายรูปร้านอาหารของคุณแล้วอัพลง IG คุณจงชิงพื้นที่นี้สร้างและเนรมิตธุรกิจคุณให้โด่งดังด้วยการสร้างแฟนเพจ เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ที่ง่ายแสนง่ายและที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสร้างแฟนเพจเลย

             เพียงแค่คุณขยันอัพเดท ขยันแชร์ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย หรือข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของคุณก็สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายดายแค่ปลายนิ้วภายในเวลารวดเร็ว และถือว่าเป็นการลดต้นทุนในการโฆษณาธุรกิจไปได้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็ปล่อยให้ลูกค้าได้รีวิว ได้ร่วมแชร์ตามวิถีทางของ Social Media ที่จะหมุนไปเองตามระบบ

 ข้อห้า เวลา

            ปรากการด่านสุดท้ายที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการเริ่มต้นทำธุรกิจของคุณ ก็คือ เวลา มันดูเบสิคมาก หลายคนสงสัยว่าจะเอามาพูดถึงทำไม แต่ในชีวิตจริงของใครหลายคนพลาดท่าด้วยปัญหาเรื่องเวลามาแล้ว ด้วยเหตุผลที่พอตอบมาแล้วฟังดูไม่น่าเชื่อเลย เมื่อถามว่า ทำไมถึงเลิกทำธุรกิจแล้ว ทำไมทำธุรกิจนี้ถึงเจ๊งล่ะ “ก็ผมไม่มีเวลา” ได้ยินคำตอบแบบนี้จะให้เชื่อง่ายๆ ได้ยังไง

            หลายคนเริ่มต้นธุรกิจโดยลืมมองตัวเองว่าเรามีเวลาให้กับมันได้เท่าไร บางคนทำงานประจำตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ เช้าจรดเย็น ซึ่งทำให้มีเวลาทำธุรกิจแค่วันเสาร์อาทิตย์ แต่ปกติตนเองก็รับจ็อบเสริมวันเสาร์วันอาทิตย์พ่วงไว้อยู่แล้ว เข้าใจว่าใครๆ ก็อยากเมกมันนี่ รีบสร้างฐานะให้ตัวเอง แต่ถ้าคุณเวลาไม่มีตั้งแต่แรกหรือเวลาที่มีอยู่ก็ยุ่งจนแบ่งมาทำอะไรเพิ่มเติมไม่ได้แล้วก็ชะลอธุรกิจในฝันไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะเมื่อเริ่มไปแล้วแต่เราไม่มีเวลาให้กับมันก็เหมือนการลงคอร์สเรียนที่ไม่มีเวลาไปเรียน เสียสตางค์ไปแต่ก็ไม่ได้ใบปริญญา เสี่ยงต่อการโดนตราหน้าเอาได้ว่าเป็นคนไม่เอาไหน

            อันนี้เป็นความจริงที่มือใหม่หัดอยากเริ่มทำธุรกิจควรที่จะต้องไปคำนวณเวลาของคุณให้ดีๆ วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนว่าในแต่ละวันคุณใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง แบ่งแยกให้ละเอียดชัดเจน ทั้งเวลางาน เวลาส่วนตัว ที่จะต้องไปเทคแคร์ดูแลคนรอบข้าง จัดแจงเป็นตารางเวลาอย่างละเอียดได้เลยก็นับว่าดีอย่างมาก มันจะช่วยให้คุณได้เห็นพื้นที่เวลาที่เหลือในแต่ละวันได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณวางแผนการทำธุรกิจได้อีกขั้น ดังนั้น คุณต้องบริหารเวลาให้ดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนจะประกอบธุรกิจส่วนตัวเป็นอาชีพเสริม คุณก็ต้องเจียดเวลาจากการทำงานประจำมาบริหารอาชีพเสริมอาชีพนี้ของคุณให้ได้ โดยไม่ให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องไป

            อย่างไรก็ตามในอีกมุม สำหรับผู้ที่จะทำธุรกิจส่วนตัวเป็นอาชีพหลัก ยิ่งต้องตระหนักเรื่อง “เวลา” ให้มากกว่าคนอื่น จากที่เคยไปสอบถามนักธุรกิจหลายราย ที่เป็นทั้งเจ้าของและลูกน้องตัวเองไปในเวลาเดียวกัน พบว่าการทำธุรกิจไม่ได้สบายอย่างที่คิด หากคิดจะทำธุรกิจให้เติบโตไวๆ ต้องใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า บางคนทำงานวันนึงมากกว่า 8 ชั่วโมง หนักหน่อย 15 ชั่วโมงต่อวันก็มี เรียกว่าตื่นมาก็ต้องคิดถึงธุรกิจ ทำธุระส่วนตัวก็ต้องคิดถึงธุรกิจ ต้องวางแผนอยู่เสมอว่าจะทำอะไรต่อไป อย่างไร สรุปแล้ว “เวลา” เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ สำหรับผู้ที่คิดอยากเริ่มต้นทำธุรกิจ ลองสำรวจตัวเองดูอีกครั้ง แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า คุณมี “เวลา” สำหรับ “ทุมเท” ให้ธุรกิจของคุณมากน้อยแค่ไหน

            จากห้าข้อที่กล่าวมาเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่นักธุรกิจหน้าใหม่พึงมีก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว  ใครเช็คตัวเองจากห้าข้อที่กล่าวมาผลเป็นอย่างไรบ้างก็ลองปรับใช้กันดู ถามตนเองให้ละเอียดถ่องแท้ คำนวณเวลาตนเองให้ดี มีผู้สนับสนุนพร้อมหรือไม่ เมื่อปรับใช้พิจารณากันแล้วได้คำตอบมีครบห้าข้อและ “พร้อมแน่” ก็อย่าช้า ลุยสู่การเริ่มต้นเป็นเจ้าของกิจการกันได้เลย

Share →
0 comments
Read more:
หน้าจอโปรแกรม Martview
อ่านหนังสือบนคอมพิวเตอร์ของคุณอย่างมีความสุขด้วย MartView

Close