Share →

รูปแบบธุรกิจออนไลน์ ทำง่ายๆ ด้วยตัวคุณ

       เมื่อพูดถึงธุรกิจออนไลน์ คนทั่วไปมักร้องยี้อยู่ในใจ เพราะยังติดกับความเชื่อเก่าๆ ว่าเป็นการทำธุรกิจเครือข่ายที่ได้กำไรง่ายแสนง่ายเพียงแค่ชักจูงคนอื่นๆ ให้เข้ามาร่วมเป็นสายเดียวกับคุณด้วยคำพูดเย้ายวนใจว่าสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ นั่นเป็นเพราะว่าวงการธุรกิจเครือข่ายมักใช้ช่องว่างเกี่ยวกับคำว่า “ธุรกิจออนไลน์” ซึ่งเป็นการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตมาทำให้ผู้อื่นสับสนนั่นเอง

แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำธุรกิจออนไลน์ไม่ได้หมายถึงการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างที่ทุกคนเข้าใจเลยค่ะ เราลองมาทำความรู้จักกับ “ธุรกิจออนไลน์” ที่แท้จริงกันดีกว่า

ธุรกิจออนไลน์ คืออะไร

       ธุรกิจออนไลน์ หรือ  E-Commerce  คือ การทำธุรกิจการค้าผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ซื้อหรือลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าวก็จะจ่ายค่าสินค้าได้ทันทีผ่านระบบบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่ร่วมรายการ จากนั้นเว็บไซต์หรือแหล่งนำเสนอสินค้าในอินเตอร์เน็ตก็จะตัดสินค้าออกจากคลังและจัดส่งสินค้านั้นไปถึงมือลูกค้า ซึ่งในการทำอีคอมเมิร์ซหรือธุรกิจออนไลน์นี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำเว็บไซต์หรือช่องทางการจำหน่ายสินค้าขึ้นมาเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีความหมายรวมไปถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาที่ต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยจะสามารถทำการค้าขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจเพราะง่ายต่อการโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และยังสามารถโฆษณาไปถึงประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย

       ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจออนไลน์เริ่มมีมาได้สักพักตั้งแต่ช่วงที่ใครๆ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น และในปัจจุบันก็เป็นที่นิยมและแพร่หลายมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่ไม่ว่าจะไปที่ใด การส่องหาสัญญาณ Wifi ฟรีกลายเป็นกิจวัตรที่ทุกคนต้องทำ  ทำให้เส้นทางการทำธุรกิจออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซทั้งในไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและจากปัจจัยสนับสนุนด้านอื่นทั้งจากจำนวนคนใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นแล้ว การเปิดตัวบริการบัตรเครดิต หรืออีแบงกิ้งของบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็ถือว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดธุรกิจออนไลน์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การจัดโปรโมชั่นใช้บัตรเครดิตชำระสินค้า สามารถผ่อนได้ 0% หรือใช้แลกสะสมแต้ม เป็นต้น

        จากรูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ที่พบเห็นแต่ก่อน เช่น การซื้อขายทางออนไลน์ หรือ E-Classified การทำเว็บไซต์แคตตาล็อกสินค้าออนไลน์ หรือ Online Catalog Web Site  ร้านค้าออนไลน์ หรือที่ใครเรียกกันว่า E-Shop Web Site หรือการทำธุรกิจออนไลน์ผ่านการประมูลสินค้า ที่เรียกว่า Auction ก็จะเห็นได้ว่าเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตใน พ.ศ.นี้ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับเกิดการขยายตัวและขยายรูปแบบของการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น และนับวันสิ่งเหล่านี้ก็เริ่มเข้าใกล้ตัวมากขึ้นทุกที ยิ่งสำหรับคุณผู้หญิงด้วยคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับการซื้อสินค้าออนไลน์ ส่งผลให้จากที่เป็นลูกค้า อาจเริ่มผันตัวเองสู่การลงทุนเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์แล้วเริ่มจัดการซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจังแทน

โอกาสทางธุรกิจยังรอเราอยู่ วันนี้ผู้เขียนจึงได้รวบรวมรูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังหาช่องทางหรือรูปแบบสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในนยุคปัจจุบัน

Website

       การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์นั้น โดยมากจะเป็นการขายสินค้าผ่านออนไลน์ ถ้าคุณมีสินค้าพร้อมอยู่แล้วและเมื่อคิดจะเริ่มธุรกิจลักษณะนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรมี หนีไม่พ้นเลยก็คือ Website ของตัวคุณหรือเปิดขึ้นมาในนามร้านค้าของเราก็ได้ เพราะการมีเว็บไซต์เป็นหลักแหล่งเป็นตัวช่วยเรียกความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือในตัวสินค้าจากลูกค้าได้ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการทุกๆ ส่วนได้ด้วยตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนบางคนอาจจะต้องอาศัยการจ้างทำเว็บไซต์ เนื่องจากการทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองยังเป็นเรื่องยาก ส่วนเรื่องราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับระบบต่างๆ ที่เราต้องการนำเสนอให้ลูกค้าได้เห็น

       แต่ในปัจจุบันการทำเว็บไซต์ขึ้นมาสักเว็บหนึ่งไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะคุณสามารถเรียนรู้และทำได้เอง โดยศึกษาวิธีการสร้างเว็บไซต์จากหนังสือ หรือจาก Youtube ที่มีผู้ทำ How to ไว้อยู่แล้ว แต่ทางออกที่ง่ายที่สุด คือ ใช้บริการเว็บไซต์ออนไลน์สำเร็จรูปที่มีบริการอยู่หลายแห่ง

       อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างไร คุณควรลองเข้าไปดูวิธีการทำเว็บไซต์ของบรรดาเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ชื่อดังก็จะเป็นผลดีมากๆ เพราะจะได้เห็นถึงวิธีการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าสนใจ วิธีการโปรโมทสินค้าในเว็บไซต์

       ยกตัวอย่างเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง  www.wamli.com เป็นเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจออนไลน์โดยมีฐานบริการอยู่ที่ดูไบค่ะ สร้างจุดเด่นของเว็บไซต์ไว้ให้เป็นแหล่งรวมการช้อปปิ้ง สังคมออนไลน์และเกมส์เข้าไว้ด้วยกัน สินค้าที่จำหน่ายจะเป็นสินค้าที่มีดีไซน์ ลูกค้าเข้าชมแล้วเห็นแล้วต้องอยากได้ แม้ว่าจะไม่ใช้สินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันก็ตาม สินค้าที่จัดจำหน่ายมีตั้งแต่สินค้าที่ใช้งานได้จริงไปจนถึงสินค้าที่มีไว้เพื่อความสนุกสนาน สินค้าที่เหมาะเป็นของขวัญ อุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ รวมไปถึงสินค้าทางเทคโนโลยี

       รูปแบบของการนำเสนอของเว็บไซต์ wamli.com นี้จะแตกต่างไปจากรูปแบบการค้าขายอีคอมเมิร์ซแบบเดิมๆ ค่ะ ด้วยการรวบรวมเกมส์เครือข่ายทางสังคมและสินค้าแปลกๆ จากทั่วโลกมาไว้ในที่นี่ที่เดียว วิธีการนี้ทำให้เว็บไซต์ดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจออนไลน์แต่ยังกลายเป็นชุมชนออนไลน์ที่เป็นแหล่งพบปะ พักผ่อนของนักท่องเว็บให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของกลุ่มคนที่มีรสนิยมหรือความชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จในขณะนี้ เป็นตัวอย่างของการทำเว็บไซต์ทางธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จในการดึงฐานลุกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

       นอกจากนี้ภายในเว็บไซต์ได้มีการแยกสินค้าไว้เป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการเลือกดูสินค้า มีระบบการสั่งซื้อที่คลิกแล้วลากได้เลย  แม้ว่าจะเป็นรูปแบบการค้าขายออนไลน์ต่างประเทศ แต่ด้วยแนวคิดการทำธุรกิจออนไลน์ มุมมองต่างๆ ที่น่าสนใจนี้โดดเดนและประสบความสำเร็จจนต้องปรบมือให้ เลยขอเอามาบอกเล่าไว้ให้ผู้สนใจมองไว้เป็นตัวอย่างในการทำธุรกิจออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ค่ะ 

Social Media

       เป็นสื่อในสังคมออนไลน์ที่ปัจจุบันคนไทยต่างนิยมใช้งานกันมากและมีการใช้งานในรูปแบบการสื่อสารสองทาง (Interactive) ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Social Media ประเภทต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถเข้ามาแบ่งปันความรู้ ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ให้แก่กันได้อย่างอิสระและสามารถโต้ตอบแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างทันทีทันใด ทำให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร

       ดังนั้นจึงจะพบเห็นการทำการธุรกิจออนไลน์บนพื้นที่สังคมออนไลน์อยู่อย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่าทำการตลาดแบบ Social Media Marketing (SMM) คือ การทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ เพราะจะเป็นตัวช่วยที่ทรงประสิทธิภาพมากในการโปรโมทเว็บไซต์ของคุณได้นะคะ

       หลังจากที่คุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว  การทำ Social Media Marketing นี้จะช่วยดันให้เว็บไซต์ของคุณขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในเว็บไซต์ของ Google ได้ ข้อดีของการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์นี้ยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทันใจ และช่วยในการ PR หรือประชาสัมพันธ์ เพราะมีระบบการแชร์ที่กระจายข้อมูลให้คนรู้ในวงกว้างและเกิดการบอกต่อในหมู่มากได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการทำการตลาดแบบ Social Media Marketing ก็ไม่ได้ทำได้แค่ในเฉพาะเว็บไซต์ Facebook  , Twitter เท่านั้น แต่ยังสามารถโปรโมทเว็บไซต์หรือแบรนด์สินค้าผ่านทาง Youtube, Flickr หรือ Blog ต่างๆ  ได้ด้วย แนะนำค่ะอย่าง Blog ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถเขียนบทความต่างๆ ได้โดยง่าย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML คุณก็สามารถทำได้แล้ว ปัจจุบันก็จะพบอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ

1 .Executive Blog การใช้บล็อคที่เขียนด้วยผู้บริหารระดับสูง เรียกว่า CEO Blog อันนี้เป็นการสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าค่ะ

2. Company Blog การใช้บล็อคโดยตัวแทนของบริษัท บอกสิ่งที่เป็นไปหรือสิ่งที่เกิดขึ้น ข้อดีของบล็อคลักษณะนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ นำเสนอภาพลักษณ์ บอกเล่าความเป็นตัวตนของบริษัทได้ค่ะ

       รูปแบบสุดท้ายน่าจะเป็นรูปแบบของการใช้ Blog ในการทำธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็กได้อย่างเหมาะสมที่สุดนะคะ เพราะเป็น Product Blog คือ การใช้บล็อคอย่างเฉพาะเจาะจงที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่จัดจำหน่าย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างอิสระ  เห็นได้ตามทั่วไปจากบล็อคที่ขายสินค้าผ่านการรีวิวิสินค้า หรืออย่าง Youtube ซึ่งถือว่าเป็น Social Media Sharing ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่แสนสะดวกนะคะ ให้คุณสามารถอัพโหลดรูปภาพ วิดีโอ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการในธุรกิจออนไลน์ของคุณ แบ่งปันไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการได้อีกด้วย การทำการตลาดแบบ Social Media Marketing นี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณามากกว่าการโฆษณาแบบอื่นๆ ค่ะ เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสาร โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าหรือบริการได้ ตลอด 24 ชม. อย่างที่ทราบกันว่าโลกอินเตอร์เน็ตไม่เคยหลับใหล

       นอกจากนี้แล้วข้อดีของการใช้ Social Medie เหล่านี้ก็คือ กลุ่มคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งจากคอมเม้นท์ของกลุ่มคนเหล่านี้นี่แหละค่ะ ที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อขายในธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ มีผลต่อการเพิ่มยอดขายในตัวสินค้าหรือบริการของคุณ ดังจะพบได้จากบทวิจัยของ Nielsen Global Online Consumer Survey ที่ได้สำรวจทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อรูปแบบโฆษณาต่างๆ ทั้งหมด 16 รูปแบบพบว่า

       พวกเขาเชื่อถือคำแนะนำจากคนรู้จัก 90% เชื่อความคิดเห็นบนออนไลน์ 70% เชื่อโทรทัศน์ 62% เชื่อหนังสือพิมพ์ 61% และเชื่อวิทยุ 55% จากข้อมูลดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วนะคะว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับในชีวิตจริงแล้ว มันก็คือการตลาดแบบปากต่อปาก หรือที่เรียกว่า Viral Marketing นั่นเอง คือ เกิดการบอกต่อๆ กันไปว่าสินค้านั้นดี บริการนี้ดีหรือไม่ดี ซึ่งจากคำคนไม่กี่คนนี่แหล่ะค่ะที่สามารถขยับกลายเป็น Mass ขึ้นมาได้ ทำให้เสียงของปัจเจกชนจากเดิมที่เป็นเสียงเล็กๆ กลายเป็นเสียงใหญ่ที่ใครๆ ต่างหันมาให้ความสนใจ

       สรุปแล้วรูปแบบธุรกิจออนไลน์ผ่าน Social Media นั้นเป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่ง่ายสุดๆ คุณสามารถสร้างแบรนด์หรือตัวสินค้า สร้างบริการของธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จัก พร้อมๆ กันนั้นยังได้ประชาสัมพันธ์และเป็นช่องทางในการสำรวจทัศนคติและ Feedback จากลูกค้า โดยสำรวจได้จากคอมเม้นท์ต่างๆ เป็นผลดีต่อการพัฒนาธุรกิจออนไลน์ของคุณในอนาคตต่อไปได้

Marketplace

            บางคนที่พอรู้จักอาจจะกำลังสงสัยว่าแล้วแตกต่างจากการสร้าง Website อย่างไร คำตอบก็คือแตกต่างในส่วนที่ว่า การสร้าง Website ก็คือการสร้างเว็บเพื่อนำเสนอสินค้าของคุณโดยตรงแต่ Marketplace  หรือ E-Marketplace นี้คือ การสร้างตลาดกลางขึ้นมา เพื่อรวบรวมสินค้าและร้านค้าหรือบริษัทมาไว้ที่เดียวกันค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือ เหมือน ebay ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันอย่างดี มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งค่ะที่เป็นขาประจำของ Marketplace สาเหตุที่พวกเขายังนิยมการซื้อหรือค้นหาสินค้าที่ต้องการผ่านช่องทางดังกล่าวก็เพราะ Marketplace ช่วยลดเวลาในการค้นหาข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับสินค้าที่กำลังสนใจ ลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูลระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ลดเวลาในการติดต่อ ซื้อขายแลกเปลี่ยน การตัดสินใจในการทำการซื้อขายโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาออกมานัดเจอกันนอกสถานที่ รวมถึงยังมีประโยชน์ในด้านลูกโซ่การซัพพลายของอุตสาหกรรม เพราะลูกค้าสามารถรู้ได้ว่ามีสินค้าอะไรขายบ้าง ราคาเท่าไหร่ เช่นเดียวกับผู้ขายสินค้าค่ะที่ก็จะรู้ได้ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการสินค้าอะไร ในปริมาณเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยคุณในการบริหารจัดการลดสินค้าที่สามารถเกิดการค้างสต๊อกในธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ค่ะ 

คำถามว่าแล้วการสร้าง Marketplace นี้มีประโยชน์ต่อนักธุรกิจออนไลน์อย่างไร?

       ด้วยช่องทางเสมือนเป็นตัวกลางการเป็นตลาดนัดออนไลน์ขนาดใหญ่นี้นี่เองที่เหมาะสำหรับการเป็นพื้นที่ไว้ทำการค้าขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจเป็นหลัก (B2B – Business to Business)  หรือ การค้าขายแบบร้านค้าขายไปยังผู้บริโภค (B2C- Business to Consumer) นั่นแปลว่า ผู้ที่นำข้อมูลมาลงไว้ที่เว็บไซต์เหล่านี้ รวมถึงคุณเองก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นในการที่จะพบเจอลูกค้าจากทั่วโลก มีโอกาสได้รับออเดอร์สินค้าจากต่างประเทศ โดยที่คุณเองไม่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินไปโปรโมทสินค้าคุณที่เมืองนอกแต่อย่างใด เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยค่ะ

       แต่ถ้าการสร้าง Marketplace อาจจะดูยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับคุณ การทำธุรกิจออนไลน์ในเบื้องต้นนี้คุณอาจเริ่มต้นด้วยการไปเป็นส่วนหนึ่งของ Marketplace ที่มีผู้สร้างไว้แล้วก่อนก็ได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากเว็บไซต์อยู่ด้วยกันที่ให้บริการเป็น Marketplace เพียงแค่คุณนำข้อมูลทางธุรกิจออนไลน์ที่คุณกำลังดำเนินอยู่หรือนำข้อมูลสินค้าของคุณไปใส่ไว้ใน Marketplace เหล่านั้นในรูปแบบของการสร้างเว็บไซต์หรือแค็ตตาล๊อกสินค้า ลูกค้าก็จะหมุนเวียนคลิกเข้ามาเลือกชมสินค้าของคุณเอง ถือว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งธุรกิจออนไลน์ที่ง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วของจริงค่ะ

 Drop Shipping

        Drop Shipping คือการทำธุรกิจออนไลน์โดยที่คุณนำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้อยู่กับเรา (อาจจะเริ่มงง) มาใส่ไว้ในเว็บไซต์ที่ตนเองสร้างขึ้นเพื่อทำการโปรโมทสินค้า จนได้รับการติดต่อเข้ามาแล้วจึงค่อยสั่งสินค้าไปยังผู้ขายสินค้าจริงๆ (ไม่งงแล้วใช่มั้ยคะ) แปลง่ายๆ ค่ะ ก็คือ การเป็นนายหน้าสินค้าชนิดต่างๆ นั่นเอง เพียงแต่อันนี้ไม่ได้เป็นการแปะลิ้งค์อย่างที่พบเห็นกันทั่วไปจนน่ารำคาญใจ แต่เป็นการขายสินค้าโดยตรงเพียงแต่สินค้าจะยังไม่ได้อยู่ที่เราในเริ่มแรก เป็นธุรกิจออนไลน์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเริ่มธุรกิจออนไลน์แต่ยังขาดเงินทุนในการจัดหาซื้อสินค้ามาไว้เป็นสต็อกก่อน สำหรับคนที่สนใจธุรกิจออนไลน์รูปแบบนี้จะต้องทำการติดต่อและตกลงกับผู้ขายที่มีสินค้านั้นๆ ก่อนนะคะเพื่อให้ได้ราคาทุนหรือราคาส่ง เมื่อตกลงกันได้แล้วจึงค่อยนำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวมาใส่ในเว็บไซต์ของตัวเอง จนเมื่อมีลูกค้าสนใจติดต่อสั่งซื้อเข้ามาค่อยแจ้งไปยังผู้ขายสินค้าที่มีสต็อกให้จัดส่ง รายได้ก็จะมาจากกำไรที่หักจากต้นทุนหรือราคาส่งนั่นเอง จะเห็นได้ว่า Drop Shiping มีข้อดีในแง่ของเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขายสินค้าแต่ไม่มีทุนในการสต็อกสินค้า และไม่ต้องยุ่งยากในเรื่องของการจัดส่งสินค้าอีกด้วย

       มีเคล็ดลับนิดนึงค่ะสำหรับขั้นตอนของการทำธุรกิจออนไลน์ Drop Shipping นี้ อันดับแรกเลยให้คุณเลือกกลุ่มลูกค้าก่อนว่าจะขายให้กับลูกค้าวัยใด เพศใด รวมถึงจะขายให้กับคนไทยหรือคนต่างชาติ เพราะการทำธุรกิจออนไลน์นี้ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังกระจายไปถึงต่างประเทศด้วย การเลือกลุ่มลูกค้านี้จะช่วยให้เราสามารถรู้ได้ว่า สินค้าดังกล่าวหากเมื่อการซื้อขายแล้วจะจัดส่งถึงมือลูกค้ากี่วันและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าเท่าไร ถ้าเรามัวแต่สนใจว่าจะขายอะไร ต้นทุนสินค้าเท่าไร แต่ลืมคำนวณค่าจัดส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้า แม้ว่าจะได้สินค้าในราคาต้นทุนที่ต่ำแต่หากต้องเสียค่าจัดส่งแพงก็จะขาดทุนกันเปล่าๆ 

       ดังนั้นในการเลือกทำธุรกิจออนไลน์ไม่ว่าจะรูปแบบใด มีความน่าสนใจมากแค่ไหน ผู้ประกอบการมือใหม่ต่างก็ต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ในรูปแบบที่คุณเลือกก่อนลงทุนอย่างถี่ถ้วนด้วยนะคะ เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นค่ะ

Share →
0 comments