Share →

ปัจจุบันมองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านกาแฟเต็มไปหมด ไม่ว่าจะขึ้นเหนือล่องใต้ ที่แน่ๆ ชื่อ “กาแฟเขาทะลุชุมพร” “กาแฟอะเมซอน”  น่าจะเป็นชื่อหนึ่งๆ ที่คุณอาจจะเคยพบเห็นอยู่บ่อยครั้งในทุกๆ ที่ที่คุณไปเยือน เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสฮิตว่า  ธุรกิจแฟรนไชส์ เหล่านี้กำลังเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้ที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการใหม่เป็นอย่างมาก  ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่มีสูตรสำเร็จในการบริหารจัดการทั้งทางด้านการผลิต  ระบบการบริหารงาน  รูปแบบการบริการ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์  วัตถุดิบ  การพัฒนาบุคคล  และที่สำคัญคือ  การดำเนินงานด้านการตลาด ภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการและความมีชื่อเสียงของบริษัทเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอยู่ก่อนแล้ว  ทำให้ผู้ที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัว จึงมองหาธุรกิจแฟรนไชส์มาเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ในการเริ่มต้นทำธุรกิจของตน เพราะสะดวกสบายมากกว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจในแบรนด์ของตนเองที่ต้องนับหนึ่งหรือศูนย์เลยก็ว่าได้ ไม่ต้องศึกษาหาความรู้มากหรือจำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจมากนักก็สามารถซื้อสิทธิมาประกอบการได้   อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะดีไปเสียหมด เพราะไม่มีสิ่งใดในโลกที่ได้มาง่ายดาย ยิ่งในโลกของธุรกิจด้วยแล้วในการจะตัดสินใจเลือกที่จะประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จด้วยดีนั้น  จึงควรศึกษาถึงรายละเอียดของระบบธุรกิจแฟรนไชส์ให้ดีเสียก่อนเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนจะตัดสินใจลงทุน เพราะธุรกิจทุกประเภทต่างมีจุดเด่น จุดด้อยกันทั้งนั้น

สำหรับ “ธุรกิจแฟรนไชส์” ตามความหมายแล้วก็คือ ธุรกิจที่จะต้องประกอบด้วยบุคคลหรือนิติบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้อง  2  ฝ่าย  คือ  ฝ่ายผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธิหรือผู้ให้สิทธิ  (Franchisor)  และผู้ซื้อสิทธิ  (Franchisee)  โดยทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันว่า  ผู้ซื้อสิทธิจะดำเนินการขายสินค้า  หรือบริการ  ภายใต้สัญลักษณ์  เครื่องหมายการค้า  ชื่อสินค้า  เทคโนโลยี  และระบบการดำเนินงานทั้งหมดของผู้ให้สิทธิ  ในพื้นที่ที่ได้ทำการตกลงกันในสัญญา  โดยผู้ให้สิทธิเป็นผู้กำหนดมาตรการในการดำเนินงานภายใต้ระเบียบ  เงื่อนไข  ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน  โดยผ่านการถ่ายทอด  การฝึกอบรม  การให้ความช่วยเหลือ  และการควบคุม  โดยผู้ซื้อสิทธิจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับเจ้าของสิทธิเพื่อเป็นค่าลิขสิทธิ์ในการใช้สิทธิเป็นการตอบแทน  นั่นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ยังสมองตื้อ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะลงทุนทำธุรกิจอะไรดี ขายไอเดียที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ จึงเลือกแฟรนไชส์มาเป็นช่องทางในการเพิ่มกำไรจากเงินทุนของคุณที่มี เพียงแค่คุณยอมจ่ายในค่าลิขสิทธิ์ คุณก็ได้เป็นเจ้าของกิจการที่มีชื่อแล้ว ที่กล่าวอย่างนี้ก็เพราะเมื่อเอ่ยชื่อแฟรนไชส์ออกไปก็ย่อมมีคนรู้จักอยู่แล้วนั่นเอง ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ที่พบเห็นในปัจจุบัน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. แฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์ (Product franchising) หมายถึง ระบบแฟรนไชส์ที่เจ้าของสิทธิ์อนุญาติให้ผู้ซื้อสิทธิ์ใช้ชื่อทางการค้าของตน ในการผลิตผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ตามลักษณะภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันเช่น ธุรกิจน้ำอัดลม ผู้ผลิตรถยนตร์ เป็นต้น

2.แฟรนไชส์ในรูปแบบของธุรกิจ (Business-format franchising) หมายถึง ระบบแฟรนไชส์ที่ผู้ซื้อสิทธิ์ดำเนินการ โดยใชิวิธีปฎิบัติในด้านต่างๆ เช่น กระบวนการด้านการผลิต การใช้อุปกรณ์เครื่องมือ การตกแต่งสถานที่และรูปแบบการบริการทางธุรกิจ ตามข้อกำหนดของเจ้าของสิทธิ์ แฟรนไชส์ประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากนักธุรกิจไทย มีความสามารถในการพัฒนาธุรกิจของตนเองขึ้นมาจนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากลูกค้า ทำให้มีการเริ่มขยายตลาดออกไป โดยใช้แนวทางการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

เกริ่นมาเสียยืดยาวและดูจะง่ายดายอะไรเช่นนี้กับการเริ่มต้นประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตามเราขอให้คุณหันมาเรียนรู้ให้ลงลึกไปอีกสักนิดถึงจุดเด่นจุดด้อยของมันก่อนที่คุณจะตัดสินใจ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้เกิน 50% น่าจะเทใจไปแล้วว่าอยากทำธุรกิจแฟรนไชส์

 

เริ่มกันที่จุดเด่นของธุรกิจแฟรนไชส์กันเสียก่อน

       สำเร็จรูป  ในที่นี้คือคุณจะได้รับสิทธิมากมายเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจนั้นๆ ชนิดที่เรียกว่ามาพร้อมสำเร็จเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เมื่อคุณได้มาเพียงแค่แกะซองเทบะหมี่ เครื่องปรุงลงน้ำร้อน รอเวลาสุกก็รับประทานได้เลย   คุณจะได้ทราบสูตรสำเร็จในการบริหารจัดการธุรกิจตั้งแต่ระะบบการจัดการ การบัญชี การขาย ขั้นตอนการบริการ การควบคุมคลังสินค้าในรูปของคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิ ในการขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ  เช่น  การพิจารณาเลือกพื้นที่ประกอบการ  การจัดเตรียมแผนผังและรายละเอียด (Lay out) ของสถานที่  การฝึกอบรมให้ความรู้  การจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์  การจัดการคลังสินค้าและวัตถุดิบ  การตลาดและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ นับตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณสนใจและตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์นั้นจนกระทั่งถึงวันที่เปิดดำเนินการธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับประโยชน์จากการจดทะเบียนการค้า เครื่องหมายการค้า ความลับเกี่ยวกับกรรมวิธี และสูตรการผลิตต่าง ๆ ทางการค้าร่วมด้วย และยังมีที่ปรึกษาสำเร็จรูปมาพร้อมเลย โดยผู้ซื้อสิทธิจะได้รับบริการฝึกอบรม  การให้คำปรึกษา  การสนับสนุนและช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ  โดยก่อนที่จะเปิดกิจการ  เจ้าของสิทธิจะดำเนินการช่วยเตรียมการด้านต่าง  ๆ  โดยเฉพาะการฝึกอบรมพนักงานเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที  หรือเปิดดำเนินการแล้ว  นอกจากนั้น  ยังมีการติดตามให้คำปรึกษาแก่ผู้ซื้อสิทธิเป็นระยะ  ๆ  รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านต่าง  ๆ  ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจ ระหว่างกานดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ยังได้รับผลทางด้านกิจกรรมทางการตลาด การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่ทางผู้ขายสิทธิที่จัดทำขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลทางด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการให้ทันสมัยอยู่เสมอตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหลัก

       ไม่เสียเวลา  เนื่องจากแฟรนไชส์ส่วนใหญ่มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ดี เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่แล้ว ทำให้การเปิดร้านแฟรนไชส์ขึ้นมาใหม่สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้ทันที ไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิด ลองถูก และเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่การผลิตสินค้า เลือกทำเล การบริหารจัดการสินค้าในสต็อกหรือแม้แต่การบริหารเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจใหม่ และก็ยังไม่จำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นจากศูนย์

       ความเสี่ยงต่ำ ด้วยโลโก้ (Logo) หรือแบรนด์ (Brand) เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เป็นการประกอบธุรกิจที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก และยอมรับของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายดีอยู่แล้วไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาหลัก ๆ ในช่วงเริ่มประกอบธุรกิจ ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจแฟรนไชส์ได้ผ่านการทดสอบตลาดและประสบผลสำเร็จเรียบร้อยแล้ว และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินหรือธนาคารเมื่อยามที่คุณต้องการเงินทุนมาหมุนเวียนในธุรกิจอีกด้วย ดังจะสังเกตได้ว่ามีหลากหลายธนาคารที่เริ่มเล็งกลุ่มเป้าหมายมายังลูกค้าที่กำลังทำธุรกิจ SME ซึ่งโดยมากปัจจุบันธุรกิจ SME เหล่านี้ก็จะเจริญเติบโตและขยายต่อยอดไปสู่การขายแฟรนไชส์ไปถึงมือนักธุรกิจหน้าใหม่ ธนาคารก็จะมีความเชื่อถือ มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าธุรกิจเหล่านี้มีโอกาสจะเจ๊งน้อยกว่าธุรกิจหน้าใหม่นั่นเอง

มาต่อกันที่จุดด้อยของธุรกิจแฟรนไชส์กันบ้าง

       เดากำไรไม่ได้ แม้ว่าแบรนด์หรือสินค้าจะเป็นที่รู้จักแล้วแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างกำไรได้งอกงามเหมือนเช่นเจ้าของแฟรนไชส์ที่เคยทำได้มาก่อน ขณะที่บางคนซื้อไปแต่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือแฟรนไชส์บางแบรนด์เปิดในทำเลแห่งหนึ่งมีการเจริญเติบโตมีความก้าวหน้า แต่เมื่อมาเปิดอีกทำเลแห่งหนึ่งอาจจะต้องประสบกับความล้มเหลว ตรงนี้จะเห็นได้แม้ว่าแฟรนไชส์ที่ซื้อมาจะเป็นแบรนด์ที่ดีแต่หลักสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คือ กลุ่มเป้าหมายและการแข่งขันในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีกลุ่มเป้าหมายและการแข่งขันที่แตกต่างกันซึ่ง ตรงนี้ผู้ซื้อสิทธิจะต้องคำนึงถึง ฉะนั้นก่อนที่จะดำเนินการเพื่อซื้อแฟรนไชส์ ผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องคำนึงว่าแฟรนไชส์แบรนด์ที่กำลังจะซื้อเหมาะกับตนเองหรือเปล่า ทั้งเรื่องของสินค้า บริการการดำเนินการ และแฟรนไชส์แบรนด์ดังกล่าวเหมาะกับทำเลที่ตนเองมีอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่เหมาะต้องทำอย่างไรจะหาพื้นที่ใหม่หรือว่า จะเปลี่ยนแฟรนไชส์อันนี้ต้องดูต่อไป

และที่สำคัญอันนี้เป็นข้อสังเกตส่วนตัวที่ผู้เขียนอยากจะแนะไว้สะกิดใจก็คือ อย่าลืมว่านิสัยของคนไทยด้วยแล้วนั้นมีความเป็นชาตินิยมอยู่สูง (มาก) โดยเฉพาะนิยมของใหม่ ซึ่งเมื่อสินค้าบางตัวหรือแบรนด์บางแบรนด์ดำเนินมาได้สักพัก แม้ว่าจะยังเป็นที่รู้จักแต่เมื่อถามถึงยอดการซื้อขายอาจมียอดขายที่ลดลง เพราะความนิยมหรือความเห่อของใหม่ของคนไทยเริ่มลดลงแล้วนั่นเอง จนถึงจุดอิ่มตัวและปิดตัวไปก็มีให้เห็นแล้ว อย่างเช่น โรตีบอยที่เคยโด่งดังต่อแถวเข้าคิวยาวจนสื่อหลายสำนักไปทำคราวเมื่อสมัยสยามสแควร์ยุคเอวลอยนุ่งขาเดฟ แต่เมื่อถามถึงตอนนี้กลายเป็นชื่อที่อยู่เพียงในความทรงจำเท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะแบรนด์ดังกล่าวถึงจุดอิ่มตัวประกอบกับคนไทยเลิกเห่อในตัวสินค้าดังกล่าวแล้ว เมื่อเจ้าของกิจการไม่สามารถพัฒนาสินค้าต่อไปได้จึงต้องยอมจำนนปิดตัวลงไปในที่สุด

ดังนั้นต้องอาศัยเวลาศึกษาเพิ่มเติมก่อนคิดจะซื้อธุรกิจแฟรนไชส์หนึ่งๆ ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เพราะแรกเริ่มเลยผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ และค่าการจัดการในรูปแบบของ Franchise Fee ก่อนเริ่มกิจการไปแล้ว โดยที่ยังไม่ทราบว่ากิจการดังกล่าวสุดท้ายแล้วจะสร้างกำไรได้หรือไม่ นอกจากนี้เมื่อธุรกิจนี้สามารถสร้างกำไรได้แล้วผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ก็จะต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ในรูปของ Royalty Fee และ Advertising Fee ตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้เสมอ

       ลงทุนมาก  จำนวนเงินที่ลงทุนนั้นมากกว่าเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก  แม้ว่าในการลงทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องจักร วัสดุต่างๆ จะได้สิทธิซื้อในราคาที่ต่ำกว่า การซื้อขายอาจเป็นการซื้อขายในรูปแบบของการซื้อแบบยกเซต ซึ่งโดยมากจะได้อุปกรณ์ วัสดุเหมารวมอยู่ก่อนแล้ว เป็นการประหยัดต้นทุนไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์แยกส่วน และยังลดความยุ่งยากในการจัดหาวัสุดอุปกรณ์อีกด้วย แต่เมื่อพิจารณาไปยังค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องเสียไปก่อนล่วงหน้า เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการประกอบกิจการ เช่น เจ้าของสิทธิ์จะเรียกเก็บ ค่า Royalty ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกเท่าไร  ระหว่างการดำเนินธุรกิจ เจ้าของสิทธิ์จะเรียกเก็บ ค่าฝึกอบรม หรือ ค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกหรือไม่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำเดือน มีอะไรอีกบ้างและเป็นจำนวนเท่าใด เมื่อรวมค่าใช้จ่ายหลากหลายเหล่านี้เข้าด้วยกันก็จะพบว่าเป็นจำนวนเงินที่สูง ดังนั้นเงินจำนวนนี้จะคุ้มค่าต่อการลงทุนก็ต่อเมื่อแฟรนไชส์ที่คุณซื้อมาได้รับผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน อย่างไรก็ตามนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่ผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายใดๆ

 

       ขาดอิสระ อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้ที่คิดจะประกอบธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องทำความเข้าใจ คอยเตือนสติตัวเองและยอมรับไว้อยู่เสมอ เพราะเมื่อดำเนินธุรกิจไปได้สักพักแล้วเกิดปัญหาขึ้น ในการแก้ไขหรือการดำเนินงานก็ยังคงจะต้องบริหารจัดการและปฏิบัติการตามมาตรฐานของเจ้าของสิทธิที่กำหนดไว้ จะคิดต่าง บริหารจัดการด้วยวิธีอื่นนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความเป็นเอกภาพของผู้ซื้อสิทธิ จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์จะขาดอิสระ ถูกจำกัดด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่มีสิทธิ์มีเสียงกับการบริหารของเจ้าของแฟรนไชส์ ซึ่งอาจจะขาดความคล่องตัวไปบ้างในแง่ของคนซื้อแฟรนไชส์ เพราะจะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ระบุไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นข้อกำหนดหรือสัญญาบางอย่างอาจจะทำให้ผู้ซื้อสิทธิรู้สึกไม่เป็นธรรมได้ในภายหลัง เช่น ราคาค่าวัตถุดิบค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตลอดจนการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เป็นต้น

       ไม่มีความแน่นอน เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่เดาได้ยาก ใครจะทราบกันล่ะว่าวันหนึ่งภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือของเจ้าของสิทธิในธุรกิจแฟรนไชส์อังกล่าวอาจจะตกต่ำลงหรือเกิดความล้มเหลวในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบกระเทือนมายังธุรกิจแฟรนไชส์ที่คุณซื้อสิทธิ ทำให้คุณอาจประสบปัญหาจากการที่เจ้าของสิทธิไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาในเรื่องเกี่ยวกับการให้การสนับสนุน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ ขณะเดียวกันหากคุณเกิดบริหารธุรกิจของคุณผิดพลาด ย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขาย เมื่อคุณไม่มีกำหนดในเรื่องการประกันยอดขาย ก็เสี่ยงต่อการถูกบอกเลิกสัญญาจากเจ้าของสิทธิ์ได้ง่ายเช่นกัน

 

จากจุดเด่นจุดด้อยของธุรกิจแฟรนไชส์ที่กล่าวมานั้นก่อนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ใดๆ คุณจึงต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายของบริษัทแฟรนไชส์ที่สนใจว่าลักษณะสินค้าหรือบริการเป็นอย่างไร บริษัทมีนโยบายทางการตลาดอย่างไร มีการเข้มงวดในการคัดเลือกผู้ซื้อสิทธิมากน้อยเพียงใด มีมาตรฐานการจัดทำคู่มือการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างชัดเจนหรือไม่ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของบริษัทในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญา อย่างไรก็ตามทุกๆธุรกิจที่คิดจะเริ่มต้นล้วนต้องอาศัยการศึกษาหาข้อมูลเป็นสำคัญทั้งนั้น อย่าละเลยที่จะเสียเวลาหาข้อมูล เพราการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปทั้งชีวิตเลยก็ได้

Share →
0 comments
Read more:
บทที่ 4 url pic
บทที่ 4 หลักการออกแบบและการพัฒนาเว็บไซต์ที่ดีสำหรับการเข้าถึงของ search engine เบื้องต้น ตอนที่ 2

Close