Share →

ธุรกิจโรงแรม ต้อนรับการมาของ AEC

AEC จุดเปลี่ยนธุรกิจโรงแรม
เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ชื่อดัง ทริปแอดไวเซอร์ เผยผลสำรวจที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจการโรงแรมที่พบว่า ประเทศไทยคือ 1 ใน 3 ของประเทศที่สร้างอาชีพในสายงานโรงแรมมากที่สุดในโลก โดยอยู่ในอันดับ 3 เป็นรองจากอินเดียและบราซิล ชนะประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนด้วยกันอย่าง อินโดนีเซีย ที่พ่วงตามมาติดๆ ในอันดับ 4
จากผลสำรวจนี้สะท้อนภาพการประกอบธุรกิจโรงแรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

จากแต่ก่อนที่เป็นธุรกิจที่ประกอบกันในหมู่นักธุรกิจเฉพาะกลุ่ม เปิดบริการในลักษณะโรงแรมขนาดเล็ก มีจำนวนห้องพักไม่มาก สิ่งอำนวยความสะดวกน้อย เน้นการให้บริการที่เรียบง่าย การคมนาคมยังไม่สะดวก กลายเป็นการทำธุรกิจโรงแรมที่ให้บริการอย่างครบวงจร บริหารงานโดยนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ ความเจริญเติบโตของการประกอบธุรกิจโรงแรมจึงได้มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศให้ดีขึ้นในฐานะที่เป็นปัจจัยสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีมากมายอยู่ในประเทศอยู่แล้วนั้น ให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศต่างตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นอย่างมหาศาล และจากการเป็นอันดับ 3 ก็ได้สะท้อนว่าธุรกิจโรงแรมกำลังเป็นธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน และกำลังมาแรงมากๆ เมื่อประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค AEC ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

รูปแบบธุรกิจโรงแรม
ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจโรงแรมไม่ได้มีรูปแบบหรือกฎตายตัวเท่าไรนัก ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของธุรกิจในการเลือกรูปแบบหรือวิธีการให้บริการโรงแรมแก่ลูกค้าตามความเหมาะสมของตัวเอง ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบในการทำธุรกิจโรงแรมครั้งนั้น ซึ่งนอกจากทำเล พนักงาน สิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการต่างๆ แล้วก็ยังรวมถึงวิสัยทัศน์หรือทัศนคติในการดำเนินธุรกิจของผู้เป็นใหญ่ในธุรกิจดังกล่าวร่วมด้วย ดังนั้นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจโรงแรมในยุค 2013 จึงค่อนข้างมีความหลากหลายและแตกต่างกันอออกไป ซึ่งในที่นี้จะจัดแบ่งไว้ 4 รูปแบบ คือ

1. Independent Hotel (service apartment) เป็นการบริหารโรงแรมด้วยตนเอง พบเห็นโรงแรมลักษณะนี้ได้ทั่วไป นักธุรกิจหน้าใหม่ที่อาจยังไม่ชำนาญทางธุรกิจนี้ โดยจะอาศัยการว่าจ้างทีมงานมาเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในการจัดระบบการบริหารจัดการในการดำเนินธุรกิจในช่วงเริ่มต้นหรือว่าจ้างผู้บริหารที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาทำงานประจำกับโรงแรม

2. Franchise Hotel เป็นการบริหารโรงแรมด้วยตนเอง แต่ซื้อสิทธิ์ในการใช้ชื่อของแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงมาใช้เพื่อให้ได้รับการยอมรับ ซึ่งส่วนมากแบรนด์จะเป็นของชาวต่างชาติ มีข้อจำกัดว่าเจ้าของธุรกิจจะต้องบริหารจัดการโรงแรมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามแบรนด์โรงแรมที่ได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐานใช้กับทุกโรงแรมในเครือ ข้อดีของธุรกิจโรงแรมรูปแบบนี้ ก็คือ เจ้าของธุรกิจจะได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี การตลาดและการขายจากเครือโรงแรม ตลอดจนได้รับคำแนะนำ ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการบริหารและดำเนินธุรกิจโรงแรมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานด้วย

3. Chain Hotel เป็นการดำเนินธุรกิจโรงแรมที่ใช้ชื่อแบรนด์ของเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างจาก Franchise Hotel ในส่วนของการบริหารที่เจ้าของธุรกิจโรงแรมรูปแบบนี้จะไม่ได้ลงมาบริหารงานด้วยตัวเอง แต่จะว่าจ้างทีมงานของเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียงมาบริหารแทน โดยเจ้าของธุรกิจโรงแรมจะต้องเสียค่าจ้างให้แก่ทีมงานผู้บริหารตามที่ได้ตกลงกับเจ้าของเครือโรงแรมนั้นและต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้หรือส่วนแบ่งกำไรตามที่ตกลงไว้ให้แก่เครือโรงแรม สำหรับเป็นค่าธรรมเนียมการใช้ชื่อแบรนด์ของโรงแรมดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจ

4. Alliance Hotel เป็นบริหารโรงแรมในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ ก็คือ การรวมกลุ่มกับโรงแรมอื่นๆ ในการแบ่งปันข้อมูล หรือข่าวสารจำเป็นที่ควรรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจระหว่างพันธมิตรด้วยกัน จัดกิจกรรมทางด้านการตลาดเพื่อสร้างความเข้มแข็ง สร้างศักยภาพในการแข่งขันร่วมกัน ดำเนินตามข้อตกลงในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน แต่จะไม่มีบทบาทในการบริหารงานโรงแรมของพันธมิตร

จากรูปแบบการดำเนินงานโรงแรมทั้ง 4 จะเห็นว่ามีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปจากการทำธุรกิจโรงแรมในยุคก่อนๆ สืบเนื่องจากแบรนด์ของธุรกิจที่มีทั้งที่เป็นของคนไทยและคนต่างชาติอย่างที่ได้กล่าวไว้ ประกอบกับในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ( ASEAN Economic Community ) ซึ่งมีใจความสำคัญอยู่ที่การเปิดเสรีด้านการค้าการบริการและการลงทุนระหว่างกันของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นที่รู้กันดีโดยเฉพาะในหมู่นักธุรกิจว่า

การเปิดประเทศสนองรับนโยบายการค้าเสรีในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แก่ผู้ประกอบการทางธุรกิจหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นที่จะรอช้าไม่ได้และต้องเตรียมพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ก็คือ ผู้ประกอบการทางด้านธุรกิจโรงแรม ที่นับจากเมื่อปี 2541-2542 สมัยที่รัฐบาลในขณะนั้นได้ชูนโยบายให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย หรือ Amazing Thailand

ซึ่งครั้งนั้นก็นับว่าเป็นโอกาสดีของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลพลอยได้จากนโยบายดังกล่าว ทำให้ตลาดการท่องเที่ยวในไทยเจริญเติบโตจนส่งผลดีมาถึงบรรดาธุรกิจโรงแรมต่างๆ ได้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์สูง โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 4 – 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ สมุย ภูเก็ต หัวหิน พัทยา เป็นต้น และยังมีแนวโน้มที่จะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากจำนวนนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เริ่มสนใจเข้ามาลงทุนในไทย อันเป็นผลจากการได้ท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามในเมืองไทยบรรดาเจ้าของธุรกิจโรงแรมในขณะนั้นจึงต่างเร่งปรับตัว เปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานบริหารธุรกิจ เพื่อ พัฒนาการให้บริการสนองรับกับอัตราการเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ที่กำลังเพิ่มสูงอยู่

และในปี พ.ศ. 2556 นี้จึงเป็นนับว่าเป็นโอกาสทองอีกครั้งที่ทำให้เจ้าของธุรกิจโรงแรมต่างๆ เริ่มร้องเฮ กับแนวโน้มของการประกอบธุรกิจในกำมือว่าจะกลับมาคึกคักและอาจทวีคูณมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อสิบปีก่อน เห็นได้จากการเปิดตัวโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือว่าเป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเครือโรงแรมฮิลตัน และถือเป็นแห่งแรกในอาเซียนเลยก็ว่าได้ คาดกันว่าโรงแรมดังกล่าวจะเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการเปิด AEC เรียกว่าเปิดโรงแรมใหม่เพื่อขานรับกับผลคาดการณ์ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่คาดการณ์ไว้ว่า ภายหลังการเปิด AEC แล้ว ประเทศไทยน่าจะสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่มเป็นกว่า 2 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท ผลคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นเท่าตัว ไม่มีทางที่นักธุรกิจโรงแรมต่างๆ จะอยู่นิ่งเฉยกับตัวเลขรายได้ที่น่าสนใจนี้ได้อย่างแน่นอน

การหันมาสร้างโรงแรมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยจำนวนห้องพักหลายร้อยห้อง เจ้าของธุรกิจโรงแรมบางคนอาจปรับโฉมโรงแรมครั้งใหญ่ เสกจำนวนห้องพักจากหลักร้อยที่มีอยู่ให้เป็นหลักพันไว้รองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นในยุคการค้าเสรีเลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องบอกว่าข้างต้นที่กล่าวไปนั้นยังไม่ใช่กลยุทธ์ในการปรับตัวที่เพียงพอต่อการรองรับยุค AEC เมื่อความต้องการของลูกค้าไม่ได้หยุดอยู่แค่จำนวนห้องพักที่เพียงพอ แต่ยังให้ความสำคัญไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ต้องมีไว้พร้อมตอบสนองความต้องการที่มีอยู่ทุกเมื่อไว้อย่างครบครัน และก็ไม่เพียงเท่านี้นักบริหารธุรกิจนัยน์ตาเหยี่ยว ผู้มากด้วยความรู้ ความสามารถ มีความเข้าใจในงานบริหาร ควบคู่กับมีการวางแผนรับมือกับคู่แข่งไว้เป็นอย่างดี ย่อมจะมองเห็นลู่ทางทำการตลาดโรงแรมด้วยวิธีอื่นๆ อีกมากมาย

ลู่ทางทั้ง 5 เตรียมพร้อมรับ AEC

1 กระตุ้นยอดจองที่พัก
การเอาใจลูกค้าด้วยการมอบส่วนลดห้องพักยังถือว่าเป็นสิ่งดึงดูดใจลูกค้าเป็นอันดับ 1 สำหรับผู้เข้าใช้บริการโรงแรมในไทย รองลงมาคือ การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ใช้กลยุทธ์การส่งเสริมการขายอื่น ๆ เช่น บริการที่ให้ความเป็นกันเอง สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การให้บริการนวดสปา การให้บริการฟรี WiFi ตามด้วยโปรโมชั่นให้เข้าพักฟรีพร้อมบริการสำรองห้องพัก การให้บริการที่จอดรถฟรี การให้บริการรถรับส่งในบริเวณใกล้เคียงฟรี อย่าเสี่ยงกับการเพิ่มยอดจองที่พักด้วยการใช้กลยุทธ์ตัดราคา เพราะจะส่งผลเสียระยะยาวทั้งในเรื่องรายได้ที่ไม่สามารถกลับมาทำราคาที่พักให้กลับมาสูงได้อีก รวมถึงเรื่องภาพลักษณ์ของโรงแรมที่เกิดในแง่ลบทันที หากเจ้าของธุรกิจโรงแรมใช้วิธีปรับราคาชนิดฟันทิ้งจนน่าตกใจ

2 “ความเป็นไทย” จุดเด่นโรงแรมไทยยังได้เปรียบ
แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยจะมีชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นนั่งแท่นบริหารกันอยู่มากมายและสร้างแบรนด์โรงแรมดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากลูกค้ามากขึ้นด้วยการให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากล แต่ก็ใช่ว่าธุรกิจโรงแรมของไทยจะไม่ประสบความสำเร็จ
จุดเด่นของโรงแรมไทยที่นับว่าเป็นเอกลักษณ์และซื้อใจลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการโดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติได้อย่างชนิดมัดใจทีเดียวอยู่ นั่นก็คือ การให้บริการที่มุ่งเน้นนำเสนอความเป็นไทย การตกแต่งหรือปรับการออกแบบสถานที่ให้เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงวัฒนธรรมไทย ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว (Niche Market) เป็นความได้เปรียบที่โรงแรมแบรนด์นอกไม่สามารถทำได้หรือถ้าทำได้ก็ทำได้ไม่ดีเทียบเท่าคนไทยบริหารเองด้วยความรักความเข้าใจในความเป็นไทยอย่างแท้จริง

นอกจากลักษณะภายนอก เช่น การตกแต่งสถานที่ การออกแบบห้องนอน การแต่งกายของพนักงานแล้ว ในเรื่องของอาหารภายในโรงแรมและการให้บริการแบบไทยๆ เช่น การไหว้ การยิ้ม หรือการให้บริการอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็เป็นจุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวมานักต่อนัก ดังนั้นเจ้าของธุรกิจโรงแรมจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน

การนำเสนอจุดขายที่แตกต่างไปจากโรงแรมอื่น ทำให้เป็นจุดเด่นที่ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยก็เป็นที่ยอมรับถึงในระดับสากลเช่นกัน เพราะความเป็นเอเชียนั้นถือเป็นจุดเด่นประการหนึ่งที่ชาวตะวันตกต่างให้ความสนใจไม่เสื่อมคลาย

3 พัฒนาไอที รองรับลูกค้าโรงแรมในยุค AEC
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึงทุกมุมโลก จะพบว่าในแต่ละปีลูกค้าใช้บริการจองที่พักออนไลน์ปีนึงเป็นล้านๆ คน นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจออกมาว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้สื่อออนไลน์ในการดึงดูดนักเดินทางเป็นอันดับ 6 ของโลก นับว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากแก่นักธุรกิจโรงแรมทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า เพราะการที่จะอยู่อันดับ 6 ได้นั้นนอกจากจะสะท้อนว่าอัตราการใช้สื่อออนไลน์ของคนไทยมีจำนวนมากแล้ว แต่ยังสะท้อนถึงการได้รับการตอบสนองที่ดีจากการใช้สื่อออนไลน์ประชาสัมพันธ์ทุกข้อมูลไปถึงนักเดินทางตามจุดต่างๆ ของโลก ทำให้ทราบว่าช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมไปทั่วโลกนี้เองเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อำนวยประโยชน์ในด้านการประชาสัมพันธ์ให้แก่การท่องเที่ยวได้อย่างสูง

และขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต่างๆ กำลังวางแผนการตลาดอย่างดุเดือดอยู่นี้เอง จังหวะเหมาะเจาะพอดีหลังจากมีการเปิดตัวของวินโดวส์ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานก็เรียกได้ว่าเป็นนาทีทองของผู้สร้างทั้งหลายที่มีความสามารถ ความถนัดเฉพาะตัว เนรมิตแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้งาน อย่าง Hotels.com คือตัวอย่างของการทำธุถรกิจโรงแรมทางเว็บไซต์ที่ไม่รอช้า มองเห็นช่องทางออนไลน์เป็นศักยภาพที่ดีของการเตรียมพร้อมรองรับกับยุค AEC ที่จะมาถึง

โดย Hotels.com เว็บไซต์ให้บริการจองโรงแรมได้เปิดตัว 2 แอพล่าสุดสำหรับวินโดวส์ 8 เป็นการนำแอพที่ประสบความสำเร็จของ Hotels.com ที่มีอยู่แล้วมาออกแบบเพื่อใช้งานกับแท็บเลตวินโดวส์8 ข้อดีของการพัฒนาแอพใหม่ก็เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการค้นหาข้อมูลโรงแรม และจองที่พักโรงแรมได้สะดวกรวดเร็วขึ้นแม้ในขณะที่ลูกค้ากำลังเดินทาง ลูกค้าสามารถตรวจสอบการจองห้องพัก สามารถอ่านความคิดเห็นของลูกค้ารายอื่นๆ ได้

ง่ายไปกว่านั้นลูกค้ายังสามารถปักหมุดหน้าเว็บไซต์ที่สนใจเป็นหน้าโฮมเพจได้ทุกตำแหน่งในแอพ อย่างเช่น โรงแรมที่กำลังสนใจหรือจะจองเป็นที่พักในครั้งต่อไป ซึ่งข้อดีของมันอย่างที่บอกว่าเป็นช่องทางออนไลน์ก็ย่อมครอบคลุมและกว้างขวางไปทั่วโลก คุณลูกค้าสามารถเจาะข้อมูลระบุเป็นเฉพาะประเทศ เฉพาะเมืองได้ นอกจากนี้ยังแถมโปรโมชั่นพิเศษแด่คุณลูกค้าที่ใช้แอพนี้ผ่านมือถืออีกด้วย นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดแสดงถึงความตื่นตัวและการปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในระบบการจองโรงแรม ซึ่งก็เป็นเพียงตัวอย่างที่เพิ่มเริ่มต้นเท่านั้น การพัฒนาไอทีเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าด้านโรงแรมที่คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนมากขึ้นยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี เป็นหน้าที่ของเจ้าของธุรกิจโรงแรมที่ต้องหันกลับมาคิดให้ออกและวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาธุรกิจโรงแรมตนให้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตให้ได้

4. ภาพลักษณ์ส่งเสริมการขาย
ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องยอมรับว่ามีผลต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรม ภาพลักษณ์โรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการการออกแบบโรงแรมที่พักให้มีลักษณะเป็นอาคารประหยัดพลังงาน ใช้นโยบายประหยัดไฟ ประหยัดพลังงานต่างๆ แล้วหันมาใช้พลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เป็นพลังงานสะอาดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า จัดการทรัพยากรภายในโรงแรมอย่างคุ้มค่าด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษกระดาษมา recycle หรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จะสามารถรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มยอดลูกค้าโรงแรมได้

แม้ว่าการใช้นโยบายเหล่านี้จะเกิดขึ้นด้วยเหตุผล 2 ประการหลักๆ ของเจ้าของธุรกิจโรงแรม คือ 1) เพื่อลดค่าใช้จ่าย กับ 2) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ก็นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่มาถูกทางและควรสานต่อ เพราะการให้บริการด้านการโรงแรมในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นเทรนด์ที่อยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวไปทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงจากการหันมาใช้หลอดประหยัดไฟแล้ว แต่ก็ยังได้รับรายได้และได้รับทัศนคติที่ดี ความเชื่อใจจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับโรงแรมอีกด้วย

ดังนั้นเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่จึงไม่ควรมองข้ามเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ธุรกิจโรงแรมของตนเอง โดยภาพลักษณ์ที่จะส่งเสริมการขายนี้หากยังไปโฟกัสภาพลักษณ์กับการให้บริการ ความสะดวกความสบายที่โรงแรมอื่นๆ ก็สามารถให้แก่ลูกค้าได้เช่นกัน ภาพลักษณ์ที่ทำไปนั้นคงต้องขอบอกเลยว่าไม่มีทางเวิร์กแน่นอน อย่าเสียเวลากับการสร้างภาพลักษณ์ในรูปแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ทั่วไป ถึงจุดเปลี่ยนแล้วที่เจ้าของธุรกิจโรงแรมต้องคิดต่าง มองหานโยบายในการบริหารที่แตกต่างไปจากเดิม ยิ่งคิดต่างได้เท่าไรโอกาสแจ้งเกิดก็ยิ่งมีมากเท่านั้น

5. ภาษาอังกฤษให้พร้อม
ในช่วงที่เริ่มมีการตื่นตัวเรื่องอาเซียนเข้ามา หลายภาคส่วนได้พยายามเน้นย้ำเรื่องภาษาอังกฤษมากขึ้น เนื่องจากชาติไทยเราใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก ในขณะที่หลายๆ ประเทศในอาเซียนมีความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษในระดับนึง ตรงจุดนี้เองทำให้เราเห็นข้อบกพร่องของคนไทยในเรื่องภาษาที่จะสู้คนอื่นไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม หากต้องการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้อย่างถึงพริกถึงขิง เราจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับคนไทยทุกคน ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ ไปจนถึงตำแหน่งใหญ่โต

สำหรับธุรกิจโรงแรม เป็นธุรกิจที่มองว่าพนักงานต้องได้ภาษามาแต่ไหนแต่ไร แต่ถ้าสำรวจกันจริงๆ จะพบว่ายังมีบางโรงแรมที่ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษและยังขาดประสบการณ์ในการทำงานด้านโรงแรมอย่างแท้จริง

ดังนั้นเพื่อต้อนรับการเปิดตัวประชาคมอาเซียนที่จะมีชาวต่างชาติทั้งในประเทศอาเซียนและชาวต่างชาติอื่นๆ หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ผู้ดำเนินการธุรกิจโรงแรมควรอบรมและเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษให้กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมเพื่อให้สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามแม้ว่าภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารตามข้อตกลง AEC แต่ถ้าหากว่าพนักงานหรือเจ้าของธุรกิจโรงแรมแต่ละแห่งจะหันมาสนับสนุนให้พนักงานเรียนรู้ภาษาที่ 3 เป็นภาษาของชาติในเอาเซียน อย่างเช่น ภาษาพม่า ภาษาเวียดนาม ฯลฯ ได้ก็จะยิ่งได้เปรียบมากขึ้น คล้ายกับนโยบายของบางโรงแรมที่เน้นรับพนักงานที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ ก็ยิ่งช่วยให้มีท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาใช้บริการโรงแรมนั้นมากขึ้น เนื่องจากสามารถสื่อสารระหว่างลูกค้า-พนักงานได้สะดวกมากขึ้น

AEC จุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศไทยในครั้งนี้ได้ส่งผลดีต่อธุรกิจในหลายๆ ประเภท รวมถึงธุรกิจโรงแรมให้ผู้ประกอบการร้องไชโยกับแนวโน้มเห็นตัวเลขของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ไม่ไกล เจ้าของธุรกิจโรงแรมหน้าใหม่จึงต้องศึกษาหาความรู้อย่างหนักรวมถึงเจ้าของธุรกิจโรงแรมหน้าเก่าก็ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารธุรกิจโรงแรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของการตลาด เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในระยะอันใกล้

Share →
0 comments
Read more:
Facetune
appแต่งรูปสุดล้ำสำหรับผู้นิยมชมชอบการถ่ายรูปด้วย iPhone

Close