Share →

ทำไมต้องโพสตามเว็บบอร์ด

ลำพังร้านค้าที่มีเว็บไซต์ส่วนตัวเป็นของตัวเอง จะให้เว็บไปถึงกลุ่มเป้าหมายก็ยากพอแล้ว แล้วจะนับอะไรกับร้านค้าหรือธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่มีเว็บไซต์ส่วนตัวของตัวเอง ต้องพึ่งสื่อออนไลน์อื่นๆ อย่าง facebook, instragram ฯลฯ ก็ยิ่งกล้าพูดได้เลยว่าสินค้าที่จะออกไปสู่สายตาลูกค้านั้นยิ่งยากมากขึ้น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแบบไหนก็ตามก็ย่อมต้องการให้ร้านค้าและสินค้าของตัวเอง ออกไปสู่สายตาคนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการตอบรับกลับมาในรูปแบบต่างๆ เช่น การสอบถามสินค้า-ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในเว็บหรือหน้าร้าน, การซื้อขายสินค้า-ก่อให้เกิดรายได้และกำไร

เมื่อมีเป้าหมายแล้ว หลายท่านก็ต้องกลับมานั่งคิดว่าแล้วจะทำอย่างไรให้เป้าหมายประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมองเห็นช่องทางการโฆษณาทั้งสื่อสิ่งพิมพ์หรือโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งทุกอย่างที่พูดมามีค่าใช้จ่ายสูงทั้งนั้น หากเราไม่ได้เป็นธุรกิจขนาดใหญ่จริงๆ กว่าจะค้าขายให้คืนทุนโฆษณาต้องใช้เวลาเท่าไหร่ไม่มีใครตอบได้ ในยุคหลังธุรกิจเล็กๆ จนถึงผู้เริ่มเปิดร้านจึงไม่นิยมช่องทางโฆษณานี้ และหันไปเอาดีทางอื่น ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่เห็นช่องทางเว็บบอร์ดตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือเว็บไซต์ประกาศขายของโดยเฉพาะ ที่สามารถประกาศขายสินค้าหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้อย่างฟรีๆ และสำคัญที่สุดเว็บบอร์ดเป็นช่องทางขนาดใหญ่ที่สื่อสารถึงกลุ่มคนได้จำนวนมากและรวดเร็ว โดยที่คนส่วนใหญ่เข้ามาหาเองไม่ต้องไปยัดเยียดให้ ยิ่งถ้าโพสในเว็บบอร์ดที่ถูกกลุ่มเป้าหมายก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ดังนั้นในช่วงหลังๆ จะเห็นได้ว่าเริ่มมีการโพสขายสินค้าตามเว็บบอร์ดดังๆ มากขึ้น เช่น บอร์ดเว็บไซต์พันทิพดอทคอม บอร์ดเว็บไซต์สนุกดอทคอม ฯลฯ รวมไปถึงมีเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อลงประกาศฟรีมากขึ้น เช่น เว็บไซต์ดีลฟิชดอทคอม เว็บไซต์โฆษณาทูยูดอทคอม เป็นต้น

ประโยชน์ข้อต่อมาของการโพสตามเว็บบอร์ดคือ ถ้าหากเราใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปในประกาศมากๆ และเป็นคีย์เวิร์ดหรือคำที่มีคนค้นมากๆ ก็ยิ่งช่วยให้สินค้าหรือร้านค้าของเราติด google มากขึ้น คราวนี้นอกจากคนจะเข้ามาดูเยอะแล้ว(คนในเว็บบอร์ด) คนที่มาจากการเสิร์ช(คนที่ต้องการสินค้า)ก็จะเข้ามามากขึ้นด้วย

รับจ้างโพส ข้อเสีย

ตัวอย่างเว็บบอร์ดพันทิพมาร์เก็ต www.pantipmarket.com

เว็บที่ดี เป็นอย่างไร?

หากไล่นับเว็บบอร์ดที่มีอยู่ในประเทศไทยตอนนี้คงนับไม่หวาดไม่ไหว เพราะมีเป็นหลายร้อยหลายพันเว็บไซต์/บอร์ด แต่ตัวเลขบอร์ดที่มากก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถโพสขายสินค้าได้ทุกบอร์ด(ไม่เช่นนั้นก็คงรวยไปแล้ว) นั่นเป็นเพราะว่าในบางเว็บบอร์ดก็มีข้อห้าม เช่น ห้ามโพสขายสินค้า หรือลงประกาศใดๆ เลย รวมถึงบางเว็บบอร์ดก็เงียบเชียบเป็นป่าช้า โพสอะไรไปก็ไม่มีคนสนใจ ดังนั้นการเลือกแหล่งเว็บบอร์ดเพื่อประกาศขายสินค้าถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว เพราะคุณภาพของเว็บบอร์ดมีผลโดยตรงต่อการขายสินค้าของเรา ทั้งนี้เราลองมาดูกันว่าเว็บบอร์ดแบบไหนที่ถือว่าเป็นเว็บบอร์ดที่ดี เหมาะสมสำหรับการโพสขายสินค้าบ้าง

1. มีจำนวนคนเข้าเยอะ
สิ่งหนึ่งที่วัดความสำเร็จของเว็บไซต์ได้ดีที่สุดก็คือ ปริมาณคนเข้าเว็บ หมายความว่าถ้าสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา มีเนื้อหา มีรายละเอียดเต็มเว็บไซต์ แต่คนดูเข้ามาไม่ถึงเว็บไซต์ของเราก็ไม่มีประโยชน์อะไร และออกจะเป็นแง่ร้ายด้วยซ้ำ เพราะเมื่อไม่มีคนเข้ามาดูก็ไม่สามารถไปเสนอขายโฆษณาได้ เมื่อขายโฆษณาไม่ได้ก็ไม่มีรายได้เข้าเว็บและผลสุดท้ายเว็บไซต์ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้
หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บไซต์ไหนมีคนเข้าเยอะ อย่างแรกสามารถเช็คได้ง่ายๆ คือ แถบบาร์วัดจำนวนคนเข้าเว็บที่หลายๆ เว็บไซต์จะติดไว้ด้วย นอกจากนี้บางเว็บไซต์ก็สามารถดูได้จาก Truehits ซึ่งเป็นการจัดอันดับเว็บไซต์ยอดนิยมในประเทศไทย โดยมีข้อมูลแสดงผลจำนวนคนเข้าเว็บเป็นรายวันเลยทีเดียว
จากสถิติเว็บไซต์ยอดนิยมในประเทศ 10 อันดับแรก มีดังนี้

  1. เว็บไซต์กระปุกดอทคอม www.kapook.com
  2. เว็บไซต์สนุกดอทคอม www.sanook.com
  3. เว็บไซต์เอ็มไทย www.mthai.com
  4. เว็บไซต์ทีเอชเฮาหนึ่งสองสาม http://th.hao123.com
  5. เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม www.dek-d.com
  6. เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ www.manager.co.th
  7. เว็บไซต์วีเลิฟช้อปปิ้ง www.weloveshopping.com
  8. เว็บไซต์บล็อกแกงค์ดอทคอม www.bloggang.com
  9. เว็บไซต์ไทยรัฐ www.thairath.co.th
  10. เว็บไซต์ที่นี่ดอทคอม www.teenee.com

เว็บไซต์ที่มีคนเข้าเยอะสำคัญอย่างไร? สำคัญตรงที่ว่ายิ่งมีคนเข้าเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนเห็นข้อความหรือสินค้าเรามากขึ้นเท่านั้นเอง อย่างน้อยถ้ามีคนเห็นแค่ 10% ของเว็บที่มีคนเข้าหลักแสนก็มากกว่าคนเห็น 20% จากเว็บที่มีคนเข้าหลักพันแน่นอน

2. มีคนเข้าเว็บไซต์สม่ำเสมอ

นอกจากจะต้องมีคนเข้าเว็บไซต์นั้นๆ เยอะแล้ว ก็ควรที่จะมีคนเข้าสม่ำเสมอด้วย หมายความว่าไม่ใช่ว่าวันนี้มีคนเข้า 100,000 คน วันพรุ่งนี้เหลือ 2,500 คน วันถัดไปเหลือ 700 คน เป็นต้น แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดี เพราะจำนวนคนเข้าไม่เป็นมาตรฐานและทิศทางจำนวนคนเข้าเว็บก็คาดเดาไม่ได้
นอกจากนี้การมีคนเข้าเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอก็รวมไปถึงความถี่ของคนหนึ่งคนในการเข้าเว็บไซต์นั้นๆ สม่ำเสมอในที่นี้อาจไม่ต้องเข้ามาทุกครึ่งชั่วโมงหรือทุกสิบนาที โดยความถี่ในการเข้าเว็บไซต์อาจอยู่ในช่วง 1-2 วัน/ครั้งหรือมากกว่าและใช้เวลาอยู่ในหน้าเว็บนานพอสมควร เพื่อทำให้เว็บไซต์มีการเคลื่อนไหวและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอยู่ตลอดเวลา ประโยชน์ของเว็บไซต์ที่มีคนเข้าสม่ำเสมอเป็นเครื่องหมายการันตีได้ว่าเว็บนี้ยังมีกลุ่มคนเข้ามาแวะเวียนสม่ำเสมอ ซึ่งคนในกลุ่มนี้ก็อาจเป็นลูกค้าของเราในอนาคตนั่นเอง

3. มีกลุ่มคนที่เป็นขาประจำ หรือเฉพาะกลุ่ม

ในปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่มีกลุ่มคนขาประจำของเว็บ ทั้งนี้อาจหมายถึงผู้ชมที่เข้ามาชมเนื้อหาภายในเว็บบ่อยๆ จนเป็นกิจวัตรประจำวัน กับอีกกรณีนึงคือ เป็นเว็บไซต์ที่เปิดเพื่อคนเฉพาะกลุ่มจริงๆ เช่น เว็บบอร์ดสำหรับคนรักจักรยาน เว็บบอร์ดสำหรับคนรักการท่องเที่ยว เว็บบอร์ดสำหรับคนรักความสวยงาม เป็นต้น เราอาจจะมองว่าคนเฉพาะกลุ่มแบบนี้เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ในสังคม หากคิดเช่นนั้นถือว่าคุณคิดผิด ในความเป็นจริงคนเฉพาะกลุ่มเช่นนี้มีพลังกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ เพราะเขามีความสนใจในเรื่องนั้นๆ จริงๆ และทุ่มเทเต็มที่กับสิ่งที่เขาสนใจ ดังนั้นหากท่านมีสินค้าที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับคุณแม่มือใหม่ ของกิฟท์ช้อปสำหรับวัยรุ่น เสื้อผ้าแฟชั่น ฯลฯ ขอเพียงตามหาเว็บไซต์ของกลุ่มคนเฉพาะเหล่านี้ให้ได้ และโพสข้อความลงไป เชื่อแน่ว่าจะได้คนที่สนใจสินค้าของเราจริงๆ สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างแน่นอน

รูปแบบการโพสประกาศในเว็บบอร์ดในปัจจุบัน

ปัจจุบันการตลาดมีการแข่งขันกันสูง สินค้าประเดียวกันอาจมีร้านค้าขายหลายสิบร้านค้าโดยเฉพาะสินค้าที่มาตามกระแส เช่น คอนแทคเลนส์ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้าแฟชั่น รองเท้าฟิตฟล็อบ ฯลฯ หากเสิร์ชสินค้าเหล่านี้ในช่วงที่มีกระแสจะเห็นได้ว่ามีขึ้นมาให้เลือกจำนวนมาก และเมื่อมีคู่แข่งมาก เจ้าของร้านเองก็จำเป็นต้องหาวิธีในการโฆษณาสินค้าให้มากขึ้นเพื่อแย่งชิงลูกค้าให้ได้มากที่สุดเพื่อกำไรสูงที่สุด ดังนั้นการโพสประกาศร้านค้าทางเว็บบอร์ดจึงเป็นหนทางที่ง่ายและเร็วที่สุด โดยรูปแบบการโพสประกาศในเว็บบอร์ดปัจจุบันมีหลายช่องทาง ดังนี้

1. โพสประกาศขายสินค้าตามเว็บบอร์ดด้วยตัวเอง เป็นวิธีเบสิคที่สุด แต่ให้ผลเสียมากที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะการโพสข้อความลง 1 เว็บบอร์ดอาจต้องใช้เวลา 3-5 นาที ดังนั้นใน 1 ชั่วโมงอาจทำได้เพียง 10 กว่าเว็บไซต์ และถ้าหากมีเป้าหมายไว้ว่าวันนึงต้องได้ 100 กระทู้ ไม่ต้องคำนวณก็รู้ว่าต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าจะทำได้ตามเป้า ซึ่งถือว่าเสียเวลามาก สู้เอาเวลาเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการคิด วางแผนและปรับปรุงสินค้าจะดีกว่า
สำหรับวิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการขายสินค้าจำนวนน้อยหรือขายสินค้าแบบกะทันหัน เช่น เอาของของตัวเองมาขาย หรือมีสินค้าไม่เกิน 10 ชิ้น ไม่ต้องการลูกค้าจำนวนมาก การโพสเองให้ผลดีมากกว่าเพราะสามารถเลือกแหล่งประกาศฟรีได้ด้วยตัวเอง และการโพสอย่างจำกัดเว็บไซต์ก็ช่วยควบคุมลูกค้าที่จะเข้ามาได้ด้วย นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับเจ้าของร้านที่ต้องการประหยัดต้นทุนด้านการโฆษณาเป็นหลัก แต่ขอย้ำว่าช่วยประหยัดได้จริงแต่เมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไปอาจไม่คุ้มเท่าไหร่

2. โปรแกรมช่วยโพสประกาศขายสินค้าตามเว็บบอร์ด โปรแกรมช่วยโพสเว็บบอร์ด คือ โปรแกรมที่ช่วยนำข้อมูลประกาศต่างๆ ไปโพสตามเว็บไซต์ต่างๆ เสมือนเราไปโพสด้วยตัวเองและสามารถตรวจสอบได้ว่าไปโพสไว้ที่ไหนบ้าง
โปรแกรมช่วยโพสนี้ถือเป็นโปรแกรมอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ดีที่สุด เนื่องจากผู้พัฒนาโปรแกรมได้วางโปรแกรมไว้อย่างสมบูรณ์ มีระบุเว็บไซต์ที่ข้อความจะไปโพสไว้เรียบร้อยหลายร้อยเว็บไซต์เลยทีเดียว วิธีการใช้งานก็ง่าย เพียงเตรียมข้อความและรูปภาพที่ต้องการประกาศไว้เท่านั้นและกดเลือกให้โปรแกรมทำงาน โปรแกรมก็จะทำงานอัตโนมัติ โดยเอาข้อความประกาศไปลงตามเว็บบอร์ดที่มีอยู่ในโปรแกรม โปรแกรมจะทำงานรันเองตลอดทั้งวัน สามารถวางใจได้ว่าทำงานจริงโดยที่ผู้ขายไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้า สามารถเอาเวลาไปใช้ทำอย่างอื่นได้หลายอย่าง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันโปรแกรมชนิดนี้ยังมีผู้ผลิตออกมาไม่มาก แต่ถ้าหากสนใจสามารถเสิร์ชหาข้อมูลและดูวิธีการทำงานของโปรแกรมนี้ได้ แล้วท่านจะอึ้งในการทำงานของมัน

3. รับจ้างโพสข้อความตามเว็บบอร์ด ในปัจจุบันการรับจ้างโพสเป็นวิธีที่ได้ความนิยมจากแม่ค้ามือใหม่มากที่สุด มากจนขนาดที่ว่ามีอาชีพรับจ้างโพสเกิดขึ้นมาเป็นอาชีพใหม่เลยทีเดียว การรับจ้างโพสนี้ต่างจากการใช้โปรแกรมตรงที่ว่า การรับจ้างโพสเป็นการจ้างคนไปโพสตามเว็บไซต์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะไปโพสด้วยมือหรืออาจใช้โปรแกรมที่ตัวเองสร้างขึ้น เหตุผลที่หลายคนเลือกวิธีนี้เพราะการได้ติดต่อผู้รับจ้างโพสเป็นการติดต่อกับคนโดยตรง น่าจะทำงานง่ายกว่า อีกกรณีหนึ่งคือ บางท่านอาจใช้โปรแกรมช่วยโพสเว็บบอร์ดไม่เป็น ไม่สันทัดเรื่องเทคโนโลยี จึงมองเห็นว่าจ้างคนอื่นโพสสะดวกกว่า อย่างไรก็ตามการรับจ้างโพสที่ดูเป็นวิธีสุดคลาสสิคก็มีข้อเสียอยู่หลายอย่างด้วยกัน ซึ่งข้อเสียของการรับจ้างโพส มีดังนี้

  1. ไม่รู้ว่ารับเงินเราไปแล้ว โพสจริงหรือไม่? เนื่องจากการจ้างโพสเป็นการทำงานกับคน ซึ่งขั้นตอนมีไม่มากก็จริง คือ จ่ายเงินตามโปรโมชั่นที่เลือกแล้วก็รอให้คนรับจ้างโพสนำข้อความเราไปโพสตามเว็บบอร์ด เท่ากับว่าหน้าที่ของเราหมดตั้งแต่การจ่ายเงิน ดังนั้นข้อเสียประการแรกของการรับจ้างโพสคือ หลังจากจ่ายเงินไปแล้ว เราอาจจะไม่รู้เลยว่าข้อตกลงเรื่องการโพสของเราจะเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันหรือไม่ ทั้งจำนวนเว็บที่โพส ข้อความที่โพสและจำนวนข้อความที่โพสต่อวัน เพราะผู้รับจ้างโพสบางรายไม่สามารถตรวจสอบผลงานได้ และไม่มีการส่งรายงานการดำเนินงานให้ดู ดังนั้นหากผู้รับจ้างไม่จริงใจต่อลูกค้า หวังตุกติกกับเงินค่าจ้างที่จ่ายไปหรือเป็นพวกมิจฉาชีพที่มากินทางนี้ ค่าใช้จ่ายที่เราเสียไปอาจสูญเปล่าโดยไม่ได้แม้แต่ข้อความเดียวก็เป็นได้
  2. การรับจ้างโพส โพสข้อความได้ช้ากว่า ผู้รับจ้างโพสแต่ละรายมีวิธีการโพสข้อความแตกต่างกัน บางรายใช้วิธีการโพสข้อความด้วยตัวเอง บางรายใช้โปรแกรมช่วยโพส แต่ส่วนใหญ่แล้วนิยมโพสแบบแมนนวลคือโพสด้วยตัวเอง โดยการไล่ตามเว็บบอร์ดต่างๆ แล้วโพสด้วยมือ ในด้านนึงการโพสแบบนี้ก็มีประโยชน์สำหรับผู้รับจ้างโพส คือ ตัวเองสามารถเห็นได้ว่าได้โพสข้อความแล้วจริงๆ แต่สำหรับข้อเสียอาจตกอยู่กับผู้จ้างโพสแทน เพราะการโพสแบบแมนนวลค่อนข้างเสียเวลามาก ไหนจะต้องเข้าเว็บไซต์ ตั้งกระทู้ หรือตอบในกล่องคอมเม้นกระทู้ ใส่ชื่อคนตั้งกระทู้ รวมถึงสินค้าบางตัวต้องใส่รูปเข้าไปอีก ซึ่งกว่าจะโพสข้อความเสร็จ 1 บอร์ดอาจเสียเวลาหลายนาทีทีเดียว แล้วลองคิดดูว่าถ้าต้องทำให้ได้วันละ 100 โพสจะต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง นี่ไม่นับกรณีว่ามีคนจ้างโพสหลายคน แทนที่หวังว่าจ้างเค้าโพสแล้วจะไวขึ้น อาจยิ่งทำให้ข้อความถูกโพสล่าช้าขึ้นไปอีกเท่าตัว และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าข้อความของเราจะถูกโพสก่อนหรือหลังคนอื่น แม้จะดูไม่มีผลอะไรมาก แต่ขอบอกเลยว่าการโพสช้าก็ส่งผลเสียได้เหมือนกัน เพราะหากกลุ่มเป้าหมายเข้าเว็บมาก่อนที่ข้อความถูกโพสขึ้น ก็ทำให้สูญเสียกลุ่มลูกค้าได้ ความล่าช้าเช่นนี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ดังนั้นหลายครั้งที่ผู้จ้างโพสถึงกับเสียอารมณ์ เพราะทำเองอาจจะเร็วกว่านี้ก็ได้
  3. ค่าใช้จ่ายสูง นับเป็นรายเดือน โปรโมชั่นรับจ้างโพสส่วนใหญ่คิดราคากันเป็นรายเดือน ซึ่งเมื่อเทียบต่อเดือนแล้วถือว่าราคาค่อนข้างสูง โดยราคาตกประมาณ 1,000 บาท/เดือน หรืออาจจะมากกว่า ในขณะที่โพสได้แค่ 100 – 300 เว็บไซต์ หากโชคร้ายหน่อยบางร้านก็โพสกันวันละไม่กี่สิบเว็บบอร์ด มองๆ ดูแล้วคงไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป เรียกว่ามีข้อจำกัดในด้านค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และเมื่อหมดเดือนไปแล้วหากต้องการจ้างโพสต่อก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ทั้งๆ ที่มีราคาสูงและผลงานไม่เป็นที่ประทับใจ นอกจากนี้โปรโมชั่นของผู้รับจ้างโพสบางแห่งอาจมีจุดขายโดยแจ้งว่าการโพสของร้านสามารถเพิ่มยอดคนดูได้และติด seo ของ google ซึ่งตรงนี้บางแห่งไม่นับรวมอยู่ในโปรโมชั่น ต้องคิดราคาเสริม ดังนั้นลำพังคนที่ต้นทุนน้อยและค้าขายยังไม่ค่อยดี การเลือกใช้วิธีรับจ้างโพสคงไม่เหมาะสมเท่าไร เพราะมีค่าใช้จ่ายทุกเดือน
  4.  ปริมาณเว็บไซต์น้อย ไม่ทั่วถึง เป็นข้อเสียที่ต่อเนื่องมาจากค่าใช้จ่าย ประมาณว่าผู้รับจ้างโพสมีเว็บไซต์ที่จะไปโพสอยู่ในมืออยู่แล้ว เพียงแต่ว่า “จำนวน” เว็บไซต์ที่ต้องไปโพส จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับต้นทุนที่ผู้จ้างโพสมี พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งโปรโมชั่นถูกลดแลกแจกแถม สบายกระเป๋ามากเท่าไหร่ เว็บไซต์ที่ผู้รับจ้างจะไปโพสก็ยิ่งมีน้อย(บางทีก็เป็นเว็บที่ไม่ดังอีกด้วย) อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าบางทีอาจโพสเพียงวันละ 10 เว็บ!! ลองคิดดูว่าการตลาดที่ทำเพียงเท่านี้จะให้ผลตอบรับกลับมาที่ดีได้หรือ? จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าได้จริงหรือ? ดังนั้นถ้าอยากได้แบบฟูลออฟชั่น โพสหลายร้อยเว็บไซต์ โดยที่โพสอย่างต่ำวันละ 100 เว็บไซต์ แบบนี้ก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่สูงมาก
  5. เว็บไซต์ไม่ถูกใจ เป็นอีกหนึ่งข้อเสียที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ผู้รับจ้างโพสแต่ละรายรู้เว็บไซต์ไม่เท่ากัน บ้างก็รู้ว่ามีที่ไหนที่สามารถโพสกระทู้หรือโพสโฆษณาได้บ้างก็จะมุ่งหน้าไปโพสในเว็บไซต์นั้นๆ ในคณะที่บางคนก็เลือกเฉพาะเว็บไซต์ที่ตัวเองรู้จัก แน่นนอนว่าบางเว็บไซต์ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือน่าเข้าไปขายสินค้า เนื่องจากไม่มีคนเข้าเว็บก็ไม่มีใครเห็นข้อความ เรียกว่าประกาศข้อความไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ซึ่งนอกจากเว็บไซต์จะไม่ถูกใจแล้ว ผลงานก็ไม่ถูกใจอีกด้วย นอกจากนี้ในบางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้โพสขายของบนหน้าเว็บไซต์เลย พูดง่ายๆ ถ้าอยากขายของก็ให้มาติดต่อการขายโฆษณาซะ แต่ปัญหาอยู่ที่งบไม่มี ยิ่งเว็บดังยิ่งเก็บค่าโฆษณาแพง ดังนั้นหลายคนจึงใช้วิธีแอบไปโพสด้วยการตั้งกระทู้หรือเว็บบอร์ดนั้นๆ ซึ่งสุดท้ายโพสไปแล้วก็มักจะโดนตามลบอย่างไม่เหลือซาก ดังนั้นในเคสแบบนี้ก็จะเห็นได้ว่าหากผู้รับจ้างโพสไม่ได้ศึกษาตัวเว็บไซต์ให้ดีเสียก่อน และไปโพสในเว็บที่ไม่เหมาะสมหรือไม่อนุญาตให้โพสข้อความขายของ ทำให้ถูกตามลบทันที ก็จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายฟรีๆ โดยไม่ได้ผลตอบรับใดๆ กลับมาเลย
  6. ควบคุมคนโพสไม่ได้การรับจ้างโพส เป็นการมอบหมายให้คนอื่นทำหน้าที่โพสข้อความโฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าของเราแทนเรา เพื่อที่ว่าเราจะได้ใช้เวลาไปทำอย่างอื่น แต่การทำงานกับคนไม่สามารถไปสั่งเขาได้ เรียกว่าเราอาจจะควบคุมการทำงานของผู้โพสไม่ได้นั่นเอง ในมุมมองของคนที่ไปจ้างเค้าโพส ก็อยากให้ข้อความโฆษณาของตัวเองอยู่นานที่สุด มีคนเห็นให้มากที่สุด ดังนั้นก็คาดหวังว่าผู้โพสจะต้องโพสข้อความเราตั้งแต่ช่วงเช้าของแต่ละวันและตามเช็คผลให้เรื่อยๆ ว่าข้อความยังอยู่ไหม ถูกลบไปหรือยัง? หรือถ้าผู้รับจ้างโพสมีความเป็นมืออาชีพอีกนิดอาจจะไปโพสข้อความในช่วงเวลาที่มีคนเข้าสูงสุดเพื่อให้มีคนเห็นข้อความมากที่สุดก็ได้ ส่วนในมุมมองของคนรับจ้างโพสก็อยากทำงานให้เสร็จตามออเดอร์ที่มีเข้ามา ดังนั้นในความเป็นจริงเราไม่มีทางรู้หรอกว่าคนโพสเริ่มทำงานให้เราตอนกี่โมง เสร็จกี่โมง โพสให้วันละกี่เว็บไซต์ รวมถึงใส่ใจกับผลที่ได้แค่ไหน หากเจอผู้รับจ้างโพสที่ดีก็คงไม่มีปัญหาเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าโชคร้ายไปเจอคนไม่มีความรับผิดชอบขึ้นมา ผลเสียตกอยู่ที่เราเต็มๆ ทั้งขาดทุน ทั้งไม่ได้ลูกค้า เจ็บแบบนี้ก็ตัวใครตัวมันนะคะ
Share →
0 comments