Share →

รู้หรือไม่…iPhone ที่ใช้อยู่สามารถเป็นผู้ช่วยในการลดน้ำหนักของคุณได้

พูดถึงเรื่องการลดความอ้วนเดี๋ยวนี้ก็นับว่าสำคัญไม่น้อย ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือว่าผู้ชายต่างก็ต้องการมีน้ำหนักที่พอดี มีหุ่นที่พอเหมาะกันทั้งนั้นจริงไหมล่ะค่ะ แต่ว่าน้ำหนักนี่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่อย่างหนึ่งนะคะนั่นก็คือ “ขึ้นง่าย ลงยาก” หรือขึ้นทีหลักกิโล แต่ลงทีแค่ไม่กี่ขีด ส่วนการลดน้ำหนักนั้นก็จัดว่ายากกว่าเพิ่มน้ำหนักอยู่หลายขุม ก็เพิ่มน้ำหนักเราก็แค่กินๆๆและก็กินนี่คะ ไม่เหมือนการลดน้ำหนักที่ต้องคอยควบคุมอาหาร ควบคุมแคลอรี ควบคุมปริมาณน้ำตาล ควบคุมบลาๆๆ และควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แค่คิดก็เริ่มรู้สึกท้อในการลดน้ำหนักแล้วใช่ไหมล่ะค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะอยากจะบอกว่าอย่าเพิ่งถอดใจไปเพราะวันนี้มีของดีมาแนะนำนั่นก็คือแอพพลิเคชันที่ช่วยในการลดความอ้วนนั่นเอง

1. “DietBet”

ลดความอ้วนแล้วยังได้เงิน..แอพแบบนี้มีจริงหรือ!?

ขอบอกว่าเรื่องนี้คือความจริงไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อแต่อย่างใด เมื่อมีผู้สร้างแอพพลิเคชั่น “DietBet” และให้คนใช้เป็นที่วางเดิมพันสำหรับการลดความอ้วน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องลดน้ำหนักลงให้ได้ 4% จากน้ำหนักเดิมภายในช่วงเวลา 1 เดือน

ความน่าสนใจของ DietBet ไม่ได้อยู่ที่แรงจูงใจในเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว โดย แม็ท แดเนียล (Matt Daniel; DietBet’ BP of Business Development) กล่าวไว้ว่า “คนที่อยากลดความอ้วนส่วนใหญ่มักจะไปออกกำลังกายที่ยิม แต่พวกเขาไม่ค่อยรู้สึกสนุกกับมัน แต่ที่ DietBet นี้คนที่เข้าร่วมเล่นเกมจะได้รับประสบการณ์ทางด้านสังคมร่วมกับคนอื่นๆ มีการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และเมื่อพวกเขาสนุกกับมันจึงทำให้มีคนจำนวนมากติดอกติดใจกับการลดน้ำหนักที่ DietBet นี้

ในการเริ่มต้นเล่นเกมวางเดิมพันจะต้องมีใครคนใดกดหนึ่งกดสร้างเกมขึ้นมาก่อน (Create a game) และจากนั้นคนอื่นๆก็จะสามารถเข้าร่วมวางเดิมพันได้ โดยคนเริ่มสร้างเกมนั้นอาจจะเป็นพวกบล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียง หรือบางทีอาจจะเป็นโค้ชผู้เชี่ยวชาญในการออกกำลังกายก็ได้ และในขณะนี้ DietBet มียอดเงินเดิมพันที่อยู่ใน Pot (ที่เรียกแบบนี้อาจจะให้อารมณ์ประมาณว่าเอาเงินของแต่ละคนมารวมๆกันเหมือนใส่หม้อเอาไว้) ขยับเข้าใกล้ 150k ดอลลาร์ เข้าไปแล้ว

ในการร่วมเล่นเกมนั้น ผู้เข้าร่วมสามารถแชร์สิ่งต่างๆให้แก่กันได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความดีๆสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจในการลดความอ้วน เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ และเทคนิคในการออกกำลังกาย นอกจากนั้นยังมีฟอรัมถามตอบปัญหาให้ผู้ร่วมเล่นเกมได้ซักถามกับปัญหาข้อสงสัยต่างๆกับนักโภชนาการ โค้ชผู้ควบคุมดูแลการออกกำลังกาย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมเกมใช่ว่าผู้แข่งขันจะตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักโดยนึกถึงแต่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว “เจมี่ โรเซน” ซีอีโอใหญ่ของ DietBet กล่าวไว้ว่า ภายใน 4 สัปดาห์ ถ้าผู้ร่วมแข่งขันคนใดน้ำหนักลดลงเกินไปกว่า 12% ของน้ำหนักตัวเดิม ผู้เข้าร่วมคนนั้นจะถูกตัดสินทันที เรื่องเงินอาจจะเป็นแรงจูงใจสำหรับการลดน้ำหนักได้ดี แต่อย่างไรก็ตามก็ควรต้องคำนึกถึงเรื่องสุขภาพด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นโรเซนยังกล่าวอีกว่า พวกเขาสร้าง DietBet ขึ้นมาด้วยความตั้งใจและมันเป็นเพียงเกมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก ไม่ใช่การให้คนโหมลดความอ้วนอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อเงินรางวัลแต่อย่างใด ในเกมนี้ทุกคนจะพยายามทำมันให้ดีที่สุดไปพร้อมๆกัน จะไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวและที่เหลือนอกจากนั้นคือผู้แพ้

แม้ว่า DietBet จะยังเป็นเพียงธุรกิจเล็กๆที่มีพนักงานเพียง 4 คนในการทำงาน แต่ด้วยแนวคิดและวิธีการดำเนินงานทำให้ผลลัพธ์ที่ได้พบว่ากว่า 90% ของผู้เข้าร่วมนั้นสามารถลดความอ้วนได้จริงๆ และกว่า 40% ของผู้เข้าร่วมเป็นผู้ชนะและได้รับเงินรางวัลไปในที่สุด (ผู้ชนะทั้งหมดสามารถลดหนักหนักได้เฉลี่ยแล้วประมาณ 9 ปอนด์ ใน 4 สัปดาห์)

ได้อ่านอย่างนี้แล้วใครที่เป็นหนุ่ม-สาวเจ้าเนื้อที่อยากลดความอ้วนแต่ยังขาดแรงบันดาลใจก็สามารถเข้าไปร่วมเล่นเกมนี้ได้โดยการดาน์วโหลดแอพพลิเคชั่นจาก App Store สำหรับ iOS และจาก Play Store สำหรับระบบปฏิบัติการ Android ดีไม่ดีนอกจากจะได้หุ่นเฟิร์มๆให้ภูมิใจแล้วยังได้รับเงินมาเป็นของรางวัล และถือว่าเป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเองอีกด้วย

2. “Lose It”

ในแอพพลิเคชั่นนี้จะให้เราใส่ส่วนสูงและน้ำหนักปัจจุบันลงไป จากนั้นเราก็เลือกว่าอยากให้น้ำหนักลดลงไปเท่าไหร่ (อันนี้อยากให้เลือกแบบพอดีๆนะคะ อยากผอมยังไงก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องสุขภาพกันด้วย ลดความอ้วนให้พอดีๆก็พอกันนะคะ) หลังจากนั้นแอพพลิเคชันก็จะคำนวณแคลอรีที่เราต้องควบคุมมาให้ ภายในแอพฯยังมีโปรแกรมคำนวณแคลอรีในอาหารให้เราด้วยนะคะ ถ้าเราอยากรู้ว่าอาหารที่เรากำลังจะรับประทานนั้นมีแคลอรีเท่าไหร่ก็เพียงแค่พิมพ์ชื่อลงไป (เรื่องของอาหารนี่ขอแนะนำว่าควรจะเป็นอาหารที่เป็นสากลนิดหนึ่งนะคะ อย่างเช่น พิซซ่า ไก่ทอด หรืออะไรประมาณนั้น เพราะถ้าเป็นอาหารพื้นบ้านที่ไม่ได้รู้จักกันอย่างแพร่หลายคิดว่าแอพฯก็ไม่น่าจะรู้จักและคำนวณแคลอรีให้เราถูกนะคะ) ทีนี้พอรู้ปริมาณแคลอรีแล้วเราก็จะควบคุมปริมาณการทานอาหารของเรากันได้แล้วนะคะ อาหารชนิดไหนมีปริมาณมากเกินความจำเป็นของร่างกายเราก็หลีกเลี่ยงซะ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การทำงานที่น่าสนใจซึ่งมีทั้ง ระบบสแกนเนอร์บาร์โค้ด ที่เราสามารถสแกนบาร์โค้ดของผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะรับประทานได้ ฟีเจอร์สร้างเมนูอาหารที่จะถูกควบคุมปริมาณแคลอรีและสารอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายของเรา นอกจากนั้นแล้วยังมีข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอาหารและการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักของเราอีกด้วย เพียงเท่านี้การลดความอ้วนโดยการควบคุมอาหารก็เป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเราแล้วละคะ

3. “MyFisnessPal”

แอพพลิเคชันโด่งดังที่มีผู้ใช้มากกว่า 300,000 คน ด้วยฟีเจอร์หลักที่สามารถคำนวณได้ว่าในวันหนึ่งๆเราต้องรับประทานอะไรให้ได้แคลอรี่เท่าไหร่ หรืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปแต่ละอย่างนั้นมีปริมาณแคลอรี่เท่าไหร่บ้าง ด้วยข้อมูลอาหารที่มีมากกว่า 750,000 รายการเลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้วยังมีเมนูคำนวณการเผาผลาญแคลอรี่เมื่อเราออกกำลังกายไปได้อีกด้วย

ขั้นตอนแรกก็ไม่ต่างจาก Lose It เท่าไหร่นักนั่นก็คือการกรอกประวัติส่วนตัว น้ำหนัก ส่วนสูง น้ำหนักที่ต้องการจะลด/เพิ่ม กิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน โดยหลังจากเรากรอกข้อมูลครบถ้วนหมดแล้วแอพพลิเคชันก็จำคำนวณความต้องการแคลอรีในแต่ละวันแล้วแสดงให้เราเห็นค่ะ นอกจากจะแสดงปริมาณแคลอรีที่ต้องการแล้วยังมีแยกหมวดออกเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันอีกด้วย

แอพพลิเคชั่นแนวๆนี้จะเรียกว่าเป็นไดอารีส่วนตัวของเราก็คงไม่ผิดนัก เพราะเราสามารถเพิ่มข้อมูลลงไปได้ว่าในวันหนึ่งๆนั้นเราทานอะไรเข้าไปแล้วได้แคลอรีเท่าไหร่บ้าง แล้วก็ไม่ใช่เพิ่มข้อมูลแต่เฉพาะอาหารจานหลักเท่านั้นนะคะ น้ำ ขนมนมเนย อะไรต่อมิอะไรที่เราทานในวันนั้นๆก็เพิ่มเข้าไปให้หมด เพื่อที่แอพพลิเคชันจะได้แสดงปริมาณแคลอรีที่แท้จริงเปรียบเทียบกับปริมาณแคลอรีที่เราควรจะได้รับภายในหนึ่งวันค่ะ ทีนี้ถ้าใครมีการออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรีก็สามารถเพิ่มข้อมูลเข้าไปได้ โดยเลือกชนิดกีฬาที่เราเล่น เวลาที่ใช้ในการเล่น เพียงเท่านี้แอพพลิเคชันก็จะคำนวณปริมาณแคลอรีที่สูญเสียไปออกมาให้ จากนั้นก็จะเอาไปหักลบกลบหนี้กับปริมาณแคลอรีที่เราได้รับเข้าไปได้ออกมาเป็น net แคลอรีของวันนั้นๆค่ะ

4. “Fooducate”

เป็นแอพพลิเคชันที่ผู้ใช้สามารถสแกนบาร์โค้ดผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการซื้อหรือต้องการรับประทานได้ จากนั้นก็จะคำนวณเกรดออกมาเป็น A ถึง F ค่ะ นอกจากจะช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วนแล้ว เรายังสามารถทราบได้อีกว่าสิ่งที่เราจะรับประทานนั้นมีปริมาณสารอาหารที่เป็นประโยชน์เหมาะกับร่างกายของเราหรือไม่

5. “Endomondo”

แอพพลิเคชันตัวนี้มีทั้งรุ่นฟรีและไม่ฟรีค่ะ สำหรับตัวเสียเงินนั้นก็อยู่ที่ราคาประมาณ 3 ดอลลาร์ แอพพลิเคชันตัวนี้ไม่ได้เน้นไปที่เรื่องอาหารแต่จะเน้นไปในเรื่องของการออกกำลังกายค่ะ โดย GPS จากตัวเครื่องจะช่วยแสดงค่าต่างๆจากการออกกำลังกายของเรา เช่น ระยะทาง ระยะเวลา และปริมาณแคลอรีที่ถูกเผาผลาญไป เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกายโดยการวิ่ง การเดิน และการปั่นจักรยานทีเดียวเชียวค่ะ และในโทรศัพท์บางรุ่นแอพพลิชันตัวนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลงในในตัวเครื่องได้อีกนะคะ เออกกำลังกายไปฟังเพลงไปก็คงลดความอ้วนได้เพลินดีเหมือนกัน

6. “Fitocracy”

สำหรับใครที่ชื่นชอบการเล่มเกมหรือการแข่งขันเป็นชีวิตจิตใจขอแนะนำว่าห้ามพลาดแอพพลิเคชันตัวนี้เด็ดขาด ซึ่งจากยอดผู้ใช้ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านคน ก็การันตีความฮอตของ Fitocracy ได้ดีเลยทีเดียว ภายในแอพพลิเคชันนี้เราสามารถแลกเปลี่ยนเรื่องราวของการออกกำลังกาย หรือแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักกับผู้ใช้คนอื่นๆได้ แต่สำหรับสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของ Fitocracy ก็คือ ผู้ใช้แต่ละคนเมื่อแรกเริ่มจะมีเลเวลเท่ากับหนึ่ง จากนั้นเลเวลและคะแนนก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามความถี่ของการออกกำลังกาย ระยะเวลา และก็ระดับความยากง่ายของการออกกำลังกายค่ะ เรียกได้ว่านอกจากจะหุ่นเฟิร์มแล้วยังได้ความลุ้นและความตื่นเต้นจากการอัพเลเวลเป็นของแถมด้วยนะคะ

7. “iTrackBites”

แอพพลิเคชันตัวนี้จะช่วยให้คะแนนอาหารแต่ละอย่างที่เรารับประทานแล้วเก็บไว้ในฐานข้อมูล โดยครั้งต่อไปเวลาเราจะเลือกรับประทานอะไรที่คิดว่าเหมาะสมหรือไม่นั้นก็สามารถดูจากคะแนนดังกล่าวได้
Tip: ราคา 1.99 ดอลลาร์ สำหรับ iPhone และ 2.99 ดอลลาร์ สำหรับ Android

แต่การที่เรามีแอพพลิเคชันแบบนี้อยู่ในเครื่องก็ไม่ได้แปลว่าเราจะสามารถลดได้น้ำหนักได้แบบ 100% เต็มนะคะ ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับความพยายามและความมุ่งมั่นของตัวเองล้วนๆ แอพฯพวกนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นแค่ผู้ช่วยคอยเตือนเราว่าต้องกินอะไรเป็นปริมาณเท่าไหร่ก็เท่านั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามขอเอาใจช่วยคนอยากหุ่นดีลดคววามอ้วนสำเร็จกันทุกคนเลยนะคะ

ที่มา: http://mashable.com/2013/06/20/dietbet-lose-weight-win-money/
http://www.salon.com/2013/01/04/can_your_iphone_help_you_lose_weight/
http://www.nydailynews.com/life-stye/health/top-6-smartphone-app-losing-weight-article-1.1310526

Share →
0 comments