Share →

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้สมาร์ทโฟนอย่าง iPhone เป็นชีวิตจิตใจ น่าจะพอทราบกันดีว่าเจ้าเครื่องมือไฮเทคชนิดนี้แบตเตอรี่ของมันหมดเร็วแค่ไหน สำหรับคนที่เปิดเครื่องไว้เฉยๆ ไม่ได้เปิด Wi-Fi หรือ EDGE/3G แต่พวกที่จัดเต็มทั้งเล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกม เล่นแชท หรือชอบคุยโทรศัพท์นานๆ พบว่าบางทีวันหนึ่งก็ต้องชาร์จแบตใหม่ถึงสองครั้งเลยทีเดียว

ฉะนั้นวันนี้เราก็จะมาเสนอ tip เล็กๆน้อยๆในการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือปิดอะไรก็ตามที่เราไม่ได้ใช้งานนั่นเองค่ะ ซึ่งวิธีประหยัดแบต iPhone ดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

1. เปิดโหมด Auto-Brightness

ใน iPhone จะมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงสว่างตัวหนึ่งอยู่ที่เรียกว่า ambient light sensor โดยเซ็นเซอร์นี้จะตรวจจับแสงจากสภาพแวดล้อมรอบข้างและปรับความสว่างหน้าจอของ iPhone ให้เหมาะกับสายตาของเรา นอกจากนั้นแล้วการปรับแสงแบบอัตโนมัตินี้ยังเป็นการช่วยประหยัดการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวเครื่องได้อีกด้วย โดยวิธีการตั้งค่าให้ไปที่ Settings -> Brightness & Wallpaper -> Auto-Brightness On

2. ลดความสว่างของหน้าจอ (Reduce Screen Brightness)

ยิ่งเราปรับหน้าจอให้มีความสว่างมากขึ้นเท่าไหร่ iPhone ของเราก็จะยิ่งเปลืองแบตมากขึ้นเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดนั่นก็คือปรับลดความสว่างของหน้าจอลงมานั่นเองค่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะลดจนมืดถึงขั้นว่าต้องเพ่งมองนะคะ เอาเป็นว่าต้องคำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมต่อสายตาของเราอีกเรื่องหนึ่งด้วย โดยวิธีตั้งค่าให้ไปที่ Settings -> Brightness & Wallpaper

3. ปิด Bluetooth

การเปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลานั้นอาจจะมีประโยคต่อผู้ที่ใช้หูฟังแบบบลูทูธ แต่การที่ iPhone มีการรับส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้แบตหมดได้เร็วยิ่งขึ้น ฉะนั้นแล้วเมื่อใช้เสร็จก็ควรจะเปิดในส่วนนี้เสีย อย่างเช่น ผู้ที่ใช้หูฟังบลูทูธขณะขับรถ เมื่อถึงที่หมายหรือสามารถรับโทรศัพท์ได้ด้วยมือเปล่าแล้วก็ให้ปิดบลูทูธเพื่อเป็นการประหยัดแบตนะคะ วิธีการตั้งค่าให้ไปที่ Settings -> Bluetooth -> สไลด์ปุ่มคำสั่งให้กลายเป็น off

4. ปิดการใช้งานเครือข่าย 3G/4G

อย่างที่กล่าวไปแล้วในเรื่องของบลูทูธ การเปิดเครือข่าย 3G/4G ก็เป็นการรับ-ส่งข้อมูลตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีการรับส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลาก็ย่อมต้องดึงพลังงานแบตเตอรี่ไปใช้อยู่ตลอดเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เชื่อลองปิด 3G/4G ทิ้งไว้ก่อนจะนอน พอตื่นเช้าขึ้นมาเช็คแบตเตอรี่จะพบว่ามันหมดช้ากว่าการเปิด 3G/4G ทิ้งเอาไว้มากจริงๆค่ะ โดยวิธีการตั้งค่าให้ไปที่ Settings -> General -> สไลด์ปุ่ม 3G หรือ LTE ให้กลายเป็น off

5. ปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi

เครือข่ายข้อมูลที่เร็วที่สุดที่ iPhone สามารถเชื่อมต่อได้นั่นก็คือ Wi-Fi นั่นเอง ส่วนการจะเชื่อมต่อได้สำหรับนั้นก็ต้องอยู่ในจุด hotspot ที่ปล่อยสัญญาณ ถ้าเราไปอยู่ในจุดที่ไม่ได้เป็น hotspot แต่เป็น Wi-Fi ทิ้งไว้ ตัวเครื่องก็จะทำการค้นหาสัญญาณไปเรื่อยๆ ตรงจุดนี้นี่เองที่ดึงการใช้งานของแบตเตอรี่ไปและทำให้มันหมดเร็วขึ้น ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าจุดไหนมี hotspot หรือไม่มีก็ให้ปิดสัญญาณไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ โดยเข้าไปที่ Settings -> WiFi -> สไลด์ปุ่มคำสั่งให้กลายเป็น off

6. ปิด Location Services

อีกหนึ่งจุดเด่นของ iPhone ที่ทุกคนทราบดีก็คือการระบุหรือค้นหาตำแหน่งต่างๆด้วยระบบ GPS ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการเชื่อมต่อการใช้งานกับดาวเทียมผ่านระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์คของโทรศัพท์ พูดมาถึงตรงนี้หลายๆคนคงจะพอเข้าใจแล้วนะคะว่าการเปิดเครือข่ายโทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็น 3G/4G หรือ Wi-Fi ก็ล้วนแต่เป็นการทำให้แบตเตอรี่ของเราหมดเร็วทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าช่วงไหนไม่ต้องการใช้ Location Services ก็แนะนำว่าให้ปิดนะคะ โดยเข้าไปตั้งค่าที่ Settings -> Privacy -> Location Services -> สไลด์ปุ่มคำสั่งให้กลายเป็น off

7. ปิด Data Push

ใน iPhone ถ้าหากว่าผู้ใช้ตั้งค่าให้เปิด Data Push เอาไว้ เมื่อมี Email ส่งเข้ามาก็จะมีการแจ้งเตือนเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบ ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนนี้ก็ต้องใช้การเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น 3G/4G หรือ Wi-Fi ก็ตาม เมื่อมีการรับ-ส่งข้อมูลหรือทำงานเตรียมพร้อมรับข้อมูลใหม่อยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าเรื่องของการกินแบตเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งวิธีที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ก็คือปิดการใช้งาน Data Push แล้วเปลี่ยนเข้าไปเช็ค Email แบบเป็นครั้งคราวแทน โดยวิธีการปิด Data Push ให้ไปที่ Settings -> Mail, Contacts, Calendars -> Fetch New Data -> สไลด์ปุ่มคำสั่งให้กลายเป็น off

8. ตั้งการ Refresh ใน Email แบบอัตโนมัติให้น้อยลง

เป็นความจริงที่ว่ายิ่งลดการใช้งานผ่านเครือข่ายอย่างพวก 3G/4G ได้เท่าไหร่ก็ยิ่งประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้นเท่านั้น ในการเช็คอีเมลล์แบบอัตโนมัติก็เช่นกัน ควรจะตั้งค่าให้เช็คแบบอัตโนมัตินานๆครั้ง อย่างเช่น ทุก 1 หรือ 2 ชั่วโมง เป็นต้น แต่ถ้าให้ดีที่สุดก็คือให้เช็คแบบ Manual นั่นก็คือให้คุณผู้ใช้เปิดเข้าไปในอีเมลล์แล้วรีเฟรชเองจะดีกว่า ซึ่งสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings -> Mail, Contacts, Calendars -> Fetch New Data -> เลือกความถี่ในการเช็คอีเมลล์แบบอัตโนมัติ

9. ตั้ง Auto-Lock

การตั้ง Auto-Lock สามารถลดปริมาณการใช้งานแบตเตอรี่ลงได้ เพราะเมื่อหน้าจอดับลงหรือเข้าสู่โหมด Sleep ก็จะมีการดึงพลังงานแบตเตอรี่ไปใช้น้อยกว่าเปิดหน้าจอค้างเอาไว้ ซึ่งการตั้งเวลาในการ Auto-Lock ที่เหมาะสมคือ 1-2 นาที โดยเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings -> General -> Auto
->Lock

10. ปิดคำสั่ง Equalizer

ในแอพพลิเคชัน iPod ของ iPhone นั้น มีฟีเจอร์ Equalizer ที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งค่าต่างๆของเพลง เช่น เพิ่มเสียงเบส หรือเพิ่มและลดค่าอื่นๆได้ แล้วรู้หรือไม่ว่าการตั้งค่าให้เพลงเล่นตามที่เราตั้งค่าไปนี่แหละที่เป็นตัวกินแบตอีกอย่างหนึ่ง และถ้าจะให้แบตอยู่ได้นานขึ้นก็ต้องปิดคำสั่งในส่วนนี้เสีย สำหรับหูคนที่เข้าถึงในเสียงดนตรีอย่างถ่องแท้การฟังเพลงแบบธรรมดาๆไม่ได้ปรับค่าอะไรอาจจะรู้สึกไม่ค่อยได้อรรถรสเท่าไหร่นัก แต่นี่ก็เป็นอีกวิธีที่ดีในการรักษาแบตเตอรี่ของเราให้อยู่ได้นานขึ้น

11. ใช้งานบางอย่างในตัวเครื่องที่กินแบตหนักๆให้น้อยที่สุด
วิธีการทั้ง 10 ที่ได้กล่าวมาในข้างต้นอาจจะช่วยได้แค่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับการทำงานหรือแอพพลิเคชันที่ผู้ใช้กำลังใช้ด้วย ซึ่งสิ่งที่กินแบตได้มากที่สุดก็คือหนีไม่พ้นการดูหนัง ฟังเพลง บน iPhone ยิ่งไฟล์หนักเท่าไหร่ ยิ่งเล่นนานเท่าไหร่ เจ้าสิ่งพวกนี้ก็ยิ่งกินแบตมากขึ้นเท่านั้น การใช้งาน Web Browser ก็เช่นกัน การเข้าไปในเว็บนู้นเว็บนี้ทำให้เครือข่ายเน็ตเวิร์คของตัวเครื่องต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่สนับสนุนการทำงานของความบันเทิงเหล่านั้นก็คือแบตเตอรี่นั่นเอง ถ้าอยากให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นก็ต้องจำกัดการใช้งานสิ่งเหล่านี้นิดหนึ่งนะคะ

12. การเปิด-ปิด หน้าจอบ่อยๆ
เรื่องนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตหมดเร็วขึ้น เนื่องจากเมื่อเราเปิดหน้าจอขึ้นมาฟังก์ชันบางตัวในโทรศัพท์ก็จะเริ่มทำงานและการทำงานเหล่านั้นก็ล้วนได้พลังงานมาจากแบตเตอรี่ทั้งสิ้น บางคนเปิดๆปิดๆหน้าจอบ่อยๆก็เพื่อจะดูเวลาเท่านั้น แนะนำว่าให้เปิดเฉพาะที่จำเป็นรับรองว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ได้แน่นอนค่ะ

13. ใช้ที่ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพาเป็นตัวช่วย

เดี๋ยวนี้เป็นที่นิยมกันอย่างหลากหลาย มีหลายยี่ห้อ หลายคุณภาพให้ได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าคนใช้สมาร์ทโฟนย่อมต้องมีพกพาติดตัวยามออกไปไหนมาไหนที่ไม่สามารถหาที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ได้ แต่ถ้าใครคิดว่ามันพกยากเดี๋ยวนี้ก็มีเคสที่เป็นที่ชาร์จไปด้วยในตัว ตอนไม่ชาร์จเราก็ปิดสวิตช์ไว้และเมื่อแบตใกล้หมดเมื่อไหร่เราก็เปิดสวิตช์ให้มันเริ่มชาร์จก็เท่านั้นเอง

14. สำหรับ iPhone 4s และ iOS5: ปิด Location Settings อื่นๆ

ใครที่ใช้ iPhone 4s และอัพเกรดให้เป็น iOS5 อาจจะเจอปัญหาแบตหมดเร็วเนื่องจาก bug ของซอฟแวร์บางตัว และถ้า Apple อัพเดทซอฟแวร์ให้ใหม่ปัญหาแบตหมดเร็วก็น่าจะหายไปด้วย แต่ระหว่างรอก็ทำวิธีนี้แก้ขัดไปก่อนก็แล้วกันนะคะ
ไปที่ Settings -> Privacy -> Location Services -> System Services -> ให้ปิด Diagnostics & Usage, Location-Based iAds, and Setting Time Zone

ที่มา: http://ipod.about.com/od/iphone3g/tp/iphone-battery-life.01.htm

Tagged with →  
Share →
0 comments
Read more:
Cartoon-Network
แนะนำ 17 แอพดูทีวีบน iPhone

Close