Share →

การทำโทรศัพท์มือถือหายแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะถ้าทำเจ้าไอโฟนหายไปอันนี้ล่ะเรื่องใหญ่แน่นอน เพราะไม่ใช่แค่ตัวเครื่องเท่านั้นที่จะหายไปแต่พวกข้อมูลต่างๆ อาทิเช่น แอคเคาท์ของ iTunes รูปถ่าย หรือข้อมูลส่วนตัวต่างๆที่อยู่ในเครื่องก็มีสิทธิอันตรธานหายไปด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าเราทำไอโฟนหายไปหรือเผลอไปหลงลืมเอาไว้ที่ไหนจนหาไม่เจอล่ะ เราจะมีวิธีตามไอโฟนเครื่องเก่งคืนมาได้ยังไงบ้าง…ไปดูกันเลยดีกว่า

วิธีที่ 1 ใช้แอพพลิเคชั่น “Find My iPhone”
แอพพลิเคชั่นนี้ค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องมีติดเครื่องเอาไว้เผื่อไอโฟนหายหรือถ้าใครยังไม่มีก็สามารถไปหาโหลดเอาได้จาก App Store นะคะ

เมื่อเปิด “Find My iPhone” ขึ้นมาแล้วเราจะต้องทำการ log in จากนั้นรออีกสักพักหน้าจอจะแสดงผลเป็นแผนที่ขึ้นมาให้เรารู้ว่าไอโฟนที่หายไปของเรานั้นตอนนี้มันไปอยู่ตรงไหนแล้ว

ขั้นตอนต่อมาคือกดไปที่ปุ่ม “Device” ที่อยู่มุมบนซ้ายของหน้าจอ จากนั้นจะมีเมนูย่อยลงมาแสดงให้เรารู้ว่าตอนมีเรามีอุปกรณ์ตัวไหนที่ใช้แอพพลิเคชั่นตัวนี้อยู่บ้าง ในที่นี้ถ้าทำไอโฟนหายก็ให้เลือกที่ “My iPhone”
หมายเหตุ: ถ้าเครื่องถูกปิดเอาไว้หรือแบตหมด ตำแหน่งที่แสดงให้เห็นจะเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่เครื่องยังเปิดทำงานอยู่ แต่จะไม่สามารถแสดงตำแหน่งปัจจุบันที่เครื่องถูกปิดเอาไว้ได้

นอกจากมีความสามารถในการค้นหาตำแหน่ง (เฉพาะเครื่องที่เปิดอยู่) แล้ว เรายังสามารถสั่งให้ไอโฟนส่งการแจ้งเตือนได้ด้วย…ในกรณีนี้ใช้สำหรับเมื่อคุณเผลอทำไอโฟนหายในรถโดยไม่รู้ตัวแล้วหาไม่เจอ เมื่อกดไปที่คำสั่ง “Play Sound” จะทำให้ไอโฟนของคุณร้องส่งสัญญาณเตือนอยู่ประมาณ 2 นาที หรือดังไปเรื่อยๆจนกว่าคุณจะเจอและปิดมัน แต่กรณีนี้คงใช้ไม่ได้ถ้าคุณโดนโจรล้วงขโมยเอาโทรศัพท์ไป เพราะโจรคงจะกดปิดเสียงสัญญาณให้ก่อนที่คุณจะทันได้ยินเสียงแน่ๆ

ถัดจากคำสั่ง “Play Sound” คือ “Lost Mode” (คำสั่งนี้จะมีอยู่ใน iOS 6 ขึ้นไป) โดยคำสั่งนี้จะให้คุณใส่รหัสปลดล็อกตัวเครื่อง ซึ่งรหัสนั้นขอแนะนำว่าควรจะเป็นตัวเลขที่คนอื่นคาดเดาได้ยาก และไม่เหมาะอย่างยิ่งถ้าจะใช้ตัวเลขที่คนอื่นก็รู้ด้วย เช่น วันเดือนปีเกิด เลขที่ใบขับขี่ เป็นต้น
ด้วยคำสั่งนี้ถ้าไอโฟนของคุณอยู่ในโหมด “Online” เครื่องจะทำการล็อกโดยทันทีและคุณก็จะสามารถเห็นตำแหน่งปัจจุบันของเครื่องได้ แต่ถ้าอยู่ในโหมด “Offline” เครื่องจะถูกล็อกก็ต่อเมื่อถูกปรับเข้าสู่โหมด “Online” อีกครั้ง เอาง่ายๆเลยก็คือถ้าไม่เปิดเครื่องเอาไว้เครื่องก็จะไม่ยอมล็อกให้เท่านั้นเอง แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปนะคะเพราะว่าถ้าเครื่องถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไหร่จะมี E-mail ส่งตรงไปถึงคุณทันที และหลังจากนั้นคุณก็จะได้รู้แล้วว่าเจ้าไอโฟนที่หายไปของคุณตอนนี้มันไปอยู่ตรงไหนแล้ว

แต่ถ้าทำตามทุกวิธีที่บอกไว้ข้างต้นแล้วยังไม่สามารถระบุตำแหน่งไอโฟนเครื่องที่หายไปของคุณได้อีกและคิดว่าอาจจะหมดสิทธิ์ได้คืนแล้วก็ยังมีทางเลือกสุดท้ายนั่นก็คือ…ทำใจ (อันนี้ล้อเล่นนะคะ) ทางเลือกสุดท้ายที่ว่านั้นก็คือการใช้คำสั่ง “Erase iPhone” ลบข้อมูลทุกอย่างที่อยู่ในตัวเครื่องออก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อลบข้อมูลออกหมดแล้วคุณจะไม่สามารถระบุหาตำแหน่งของตัวเครื่องได้อีกต่อไป วิธีนี้ผู้ใช้อาจต้องยอมทำใจเสียโทรศัพท์ไปหนึ่งเครื่อง (ก็ยังคงหนีไม่พ้นเรื่องทำใจอยู่ดี) แต่ก็มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวต่างๆของเราที่อยู่ในนั้นจะไม่ถูกขโมยไปเผยแพร่ที่ไหนต่ออย่างแน่นอน…เพราะถูกเราลบไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

วิธีที่ 2 ใช้แอพพลิเคชั่นตัวอื่นๆในการติดตามค้นหา
เมื่อคุณทำไอโฟนหายแล้ว นอกจาก Find My iPhone ผู้โด่งดังแล้วลองมาดูกันเถอะว่ามีแอพพลิเคชั่นตัวไหนที่เราสามารถใช้ติดตามไอโฟนที่หายไปของเรากลับคืนมาได้บ้าง
เริ่มที่แอพพลิเคชั่นแรกเลย นั่นก็คือ “If Found” เจ้าแอพพลิเคชั่นตัวนี้จะให้คุณสร้างพื้นหลังหน้าจอโทรศัพท์เป็นรูปเบอร์โทรติดต่อของคุณ (ต้องเป็นคนละเบอร์กับเครื่องที่ใช้ If Found จะเป็นเบอร์บ้านหรือเบอร์มือถืออื่นๆก็ตามแต่) และเมื่อบังเอิญคุณทำไอโฟนหาย คนที่เก็บได้จะได้หาทางติดต่อคุณได้ถูก แต่จะว่าไปวิธีนี้ก็ค่อนข้างเสี่ยงใช่เล่นเพราะไม่มีอะไรมารับประกันได้เลยว่าคนที่เก็บไอโฟนที่หายของเราได้จะติดต่อกลับมาจริงๆ
หมายเหตุ: แอพฯนี้ไม่ฟรีนะคะ

แอพพลิเคชั่นแนะนำตัวต่อมาคือ “iHound” และการทำงานคร่าวๆของมันก็มีดังต่อไปนี้
• ส่ง E-mail กลับมาหาคุณทันทีเมื่อไอโฟนที่หายถูกเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ทำให้คุณสามารถทราบตำแหน่งของไอโฟนที่หายไปได้
• ส่งเสียงแจ้งเตือนในกรณีที่โทรศัพท์ไม่ได้ถูกขโมย แต่ทำหล่นในรถ ซอกโซฟา หรือวางทิ้งไว้ตรงไหนสักที่ในบ้านแล้วจำไม่ได้
• มีการค้นหาและระบุตำแหน่งแบบ Geofencing และสามารถเช็คอินผ่าน Social Media อย่าง Facebook Twitter และ Foursquare ได้ทันทีที่โทรศัพท์เข้าสู่เขตที่เรากำหนดเอาไว้อีกด้วย

และอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นแนะนำก็คือ “iLocalis” แอพฯนี้จะให้คุณ Log in เข้าไปใน เว็บไซต์และส่งข้อความไปยังเครื่องไอโฟนที่หายไป แต่ถ้าซิมการ์ดถูกเปลี่ยน…มีข่าวดีค่ะ เพราะแอพฯตัวนี้จะทำให้คุณได้รู้เบอร์ใหม่ของคนที่เอาโทรศัพท์เราไปแล้วเอาเปลี่ยนซิมอีกด้วย แบบนี้หนทางทวงคืนน้องไอโฟนที่หายไปคงจะไม่ยากแล้วใช่ไหมคะ
หมายเหตุ: แอพพลิเคชั่นตัวนี้ใช้ได้กับเครื่องที่ Jailbreak แล้วเท่านั้น

วิธีที่ 3 ลองใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์ดู ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือจะเป็น Twitter ประกาศให้รู้ไปกันเลยว่าตอนนี้ไอโฟนหายไปแล้ว!! จากการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่แน่เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนใน Social Media นั้นอาจจะบังเอิญไปเจอโทรศัพท์ที่หายไปของคุณเข้าก็ได้
นอกจากนี้ทวิตเตอร์ก็ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือ เพียงแค่คุณสมัครทวิตเตอร์ แต่ขอแนะนำว่า E-mail ที่คุณใช้ลงทะเบียนสมัครควรจะเป็นคนละ E-mail กับที่คุณใช้อยู่เป็นประจำจะดีกว่า จากนั้นก็ทำการดาวน์โหลดและติดตั้ง “Find Me” จาก App Store ซึ่งแอพพลิเคชั่นตัวนี้จะสามารถทวีตบอกตำแหน่งไอโฟนที่หายไปของเราได้โดยบอกพิกัดเป็นละติจูด ลองจิจูด กันเลยทีเดียว (อ้างอิงแผนที่จาก Google Maps)

วิธีที่ 4 หาผู้ช่วยเหลือที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถช่วยเราได้

ช่างเป็นวิธีที่เบสิกสุดๆนั่นก็คือการแจ้งตำรวจหรือสูญรับแจ้งของหายในบริเวณใกล้เคียงกับที่เราทำไอโฟนหายไป ไม่แน่อาจจะมีพลเมืองดีเอาโทรศัพท์มาคืนคุณก็ได้

มาตรการการป้องกัน
การตามหาไอโฟนที่หายไปแล้วนั้นคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ถ้าจะแก้ที่ต้นเหตุจริงๆก็ต้องเริ่มแก้ไขกันตั้งแต่ตัวผู้ใช้ ควรตรวจตราให้ดีเสมอว่าโทรศัพท์ยังอยู่กับตัวเองหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นก่อนออกจากร้านอาหาร ห้องน้ำ หรือที่อื่นๆ อย่าใส่โทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกงที่ตื้นเกินไปเพราะอาจมีสิทธิ์ทำร่วงได้ง่ายๆ หรือวางทิ้งมันเอาไว้ในที่ล่อหูล่อตาคนแล้วคิดว่าเดินไปทำอย่างอื่นแค่ครู่เดียวโทรศัพท์คงไม่หายหรอก ทางที่ดีระวังไว้ก่อนเถอะค่ะอย่าให้เข้าตำราวัวหายแล้วล้อมคอกเลย เพราะวัวหายไปแล้วมันจะเดินกลับเข้ามาอยู่ในคอกเดิมก็เห็นจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากจริงไหมคะ

ที่มา: http://www.wikihow.com/Find-a-Lost-iPhone

Share →
0 comments
Read more:
icon
เนรมิตภาพสีชอล์กจากภาพถ่ายด้วย Photoshop ตอนที่ 2

Close