Share →

วันนี้ผมจะมาแนะนำฟรีซอฟแวร์ที่ดีที่สุดสำหรับการอัดและผลิตเสียงเพลงที่มีคุณภาพด้วยโปรแกรมที่มีชื่อว่า Audacity

ขั้นแรก  หาโหลด  Audacity  เวอร์ชันล่าสุด 

ขั้นที่สอง ก่อนที่จะทำการอัดเสียง ให้คุณจัดเตรียมอุปกรณ์การอัดเสียงให้พร้อม ซึ่งสิ่งที่คุณควรจะต้องทราบก่อนที่จะเริ่มการอัดเสียงก็คือ วิธีการอัดเสียงเครื่องดนตรีที่คุณมี, ตำแหน่งการวางไมโครโฟน และ การเลือกใช้ไมโครโฟนที่เหมาะสม  ซึ่งคุณอาจจะทำการอัพเดทไดเวอร์การ์ด ก่อนทำการอัดเสียง  ก็จะทำให้คุณได้คุณภาพของเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้น

พื้นฐานสำหรับการอัดเสียง
ในโปรแกรม Audacity ไม่ว่าจะเป็นการอัดเสียงร้อง หรือเสียงเครื่องดนตรีด้วยไมโครโฟนนั้นง่ายมาก
แต่คุณต้องแน่ใจก่อนว่า คุณเสียบปลั๊กไมโครโฟนได้ถูกต้อง (input), กดอัด (กด Record) และกดหยุดการอัด (กด Stop) ได้อย่างถูกต้อง นี่คือการอัดเสียงแบบ single channel (ไลน์เดี่ยว) ที่ซึ่งจะแสดงออกมาให้คุณเห็นในลักษณะของภาพ”คลื่นเสียง” และคุณก็สามารถทำการตัดต่อแก้ไขในรูปแบบของคุณเองได้อย่างสบายๆ

 และความจริงแล้วในอดีต  คุณสามารถที่จะนำเสียงเครื่องดนตรีที่ถูกอัดแยกแบบสำเร็จรูปไว้แล้ว นำเข้า (imported) มาใช้ในโปรแกรม Audacity เพื่อเพิ่มเข้ามาเป็นอีก 1 ไลน์เสียงแยกต่างหากก็ได้ เพื่อใช้เป็นเสียงเครื่องดนตรีประกอบกับเสียงร้องของคุณอีกช่องเสียงหนึ่ง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องอัดสดๆครั้งเดียวพร้อมกันกับการอัดเสียงร้อง

การอัดเสียงหลายๆเสียงในเวลาเดียวกัน ด้วยโปรแกรม Audacity
เริ่มต้นด้วยการนำเข้า (import) แทร็คเสียงที่เพิ่งอัดเสร็จไปแล้วล่าสุด หรือ จะทำการอัดใหม่ทั้งหมดในครั้งเดียวเลยก็ได้ นำแทร็คนั้นมา จากนั้นก็ ทำการอัดเสียงเครื่องดนตรีทีละชิ้น อย่าลืมว่าคุณต้องมีหูฟัง เพื่อฟังเสียงของออริจินอลแทร็ค  และในโปรแกรม Audacity นี้ คำสั่ง  “Overdub” จะต้องถูกติ๊ก (ถูกเช็ค) เพื่อเป็นการยืนยันว่าแทร็คใหม่กำลังถูกสร้างขึ้น 

 

และถ้าหากเกิดความผิดพลาดในส่วนใดส่วนหนึ่งของการอัด คุณสามารถลบมันด้วยการทำแถบไฮไลท์ในส่วนที่ต้องการลบ แล้วเลือก Remove Audio > Silence Audio หรือ Clip Boundaries > Split New  ซึ่งแทร็คใหม่จะถูกอัดเพื่อแทนที่ส่วนที่เราทำการลบไปข้างต้น  การเริ่มทำการอัดในส่วนที่ถูกลบไปนั้น เพียงแค่กดที่แถบ timeline (timeline bar)

เมื่อในแต่ละช่องเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นถูกอัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถปิดเสียงของเสียงออริจินอลแทร็คไว้ด้วย (แค่ปิดเสียงไว้เฉยๆนะครับ อย่าไปลบมันทิ้ง)  แล้วกด play เพื่อทดลองเล่นเสียงเครื่องดนตรีที่เหลือทุกชิ้นพร้อมกัน ซึ่งคุณสามารถปรับตำแหน่งของเสียงในบริเวณที่ต้องการได้ด้วยการทำแถบดำครอบ และคลิ๊กปรับตำแหน่งไปทางซ้ายหรือ ขวาได้ตามต้องการ

 

เอฟเฟ็คพื้นฐานต่างๆ ที่ใช้ในการทำเพลง ของโปรแกรม Audacity

ก่อนอื่นคุณต้องทำแถบดำครอบในส่วนที่คุณต้องการใส่เอฟเฟ็คซะก่อน จากนั้นไปที่เมนู Effect และเลือกใช้เอาได้เลย แต่สำหรับมือใหม่หัดควรสำรองไฟล์ต้นฉบับไว้ก่อนที่จะทำการใช้คำสั่งนั้นๆ ดังนั้นคุณก็จะสามารถเปรียบเทียบเสียงที่ใส่เอฟเฟค กับ เสียงดั้งเดิมได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณจะก็อปปี้ หรือ ตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป คุณก็จะยังคงมีเสียงต้นฉบับอยู่ 

การใช้ Amplify effect เพื่อเป็นการจัดการระดับของเสียงในแต่ละส่วนให้เหมาะสม อาทิเช่น การทำให้ส่วนของเสียงร้อง ดังกว่าเสียงเครื่องดนตรี เป็นต้น  หรือคุณยังสามารถใช้คำสั่ง Fade In/Out เพื่อทำให้ส่วนของเพลงส่วนนั้นนุ่มนวลยิ่งขึ้น 

คำสั่ง Normalize เสียงนั้น จะทำให้เสียงนั้นดังได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถดังได้ โดยที่จะไม่ทำให้เกิดความเพี้ยนหรือผลข้างเคียงของเสียงดังกล่าว

คำสั่ง Pinch คือการบีบอัดเสียงโดยที่ ไม่ส่งผลกระทบต่อจังหวะของเสียงดนตรี 

เอฟเฟ็คต่างๆเช่น  Reverb, Phase, Wah-wah และ Filters  เป็นเอฟเฟ็คที่น่าลองเป็นที่สุด เพราะว่ามันคงค่อนข้างยาก ถ้าจะให้เรามานั่งจินตนาการเองว่าแต่ละเอฟเฟ็คนั้นจะเป็นยังไง แต่อย่าลืมว่า อย่าไปเผลอลบออริจินอลแทร็คทิ้งนะครับ เก็บเอาไว้ลองใช้เปรียบเทียบกัน 

สำหรับการใช้คำสั่ง Equalization จะค่อนข้างยากกว่า เพราะว่าบนไลน์เสียงจะมีปุ่มที่สามารถถูกบังคับปรับทิศทางได้หลายทิศทาง พูดง่ายๆก็คือ มันปรับได้หลายอย่างมากๆ ซึ่งจะปรับเพื่อทำการลดความถี่ของเบสให้ต่ำลง หรือ เพิ่มความถี่ของเบสให้สูงขึ้น  ซึ่งถือว่าเป็นการปรับคุณภาพของเสียงและทำให้เสียงใสขึ้น   

 ส่วนการใช้ Panning เพื่อเป็นการย้ายเสียงจากลำโพงข้างหนึ่ง ไปสู่อีกลำโพงอีกข้างหนึ่ง  ซึ่งคุณจะพบตัว Panning slider อยู่ถัดจากตัวปรับความดังเสียง (Volume) ของแต่ละไลน์เสียง

และคุณยังสามารถใส่เอฟเฟ็คการบีบอัด (Compression effect) ในขั้นตอนสุดท้ายนี้ เพื่อเป็นการลดความแตกต่างของเสียงในเพลงของคุณได้อีกด้วย

 

เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม

โปรแกรม Audacity มี plug-ins หลากหลายมาก ซึ่งสามารถทำให้เอฟเฟ็คต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น เอฟเฟ็คเรื่องของเสียงสะท้อน (reverb) และเอฟเฟ็คเรื่องของการตั่งค่าให้เพลงกลับไปที่จุดเริ่มต้น (auto-tuning)เพื่อทำการเล่นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เป็นต้น สำหรับใครที่ต้องการติดตั้งโปรแกรมนี้ เพื่อไว้สำหรับทำงานกับเครื่องมือชนิดอื่น คุณควรติดตั้ง Audacity VST Enabler ก่อนเป็นอันดับแรก

การบันทึกผลงานของคุณ

คุณสามารถทำการบันทึก(Save)เพลงได้ปกติ  แต่หากคุณต้องการส่งไฟล์เพลงของคุณให้กับเพื่อน หรือต้องการอัพโหลดขึ้นเว็บ คุณจำเป็นต้องทำการ Export ออกจากโปรแกรมในฟอร์แมทอื่นๆ เช่น MP.3 เป็นต้น

Share →
1 comments
mus mus
mus mus

เวลาเซฟไฟล์ ทำไมมันแยกแทร็คครับ มันรวมกันไม่ได้เหรอครับ มีวิธีให้รวมกันไหมครับ

Read more:
ธุรกิจแฟรนไชส์ จุดเด่นและจุดด้อย
Close