Share →

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีประสบการณ์ในการทำการตลาดมาก่อนหรือคุณอาจจะเข้าใจถึงคุณลักษณะและประโยชน์ที่ได้จากการตลาดแบบส่งจดหมายโดยตรงซึ่งนำมาสู่การติดต่อทางโทรศัพท์แล้ว จุดพื้นฐานที่สุดซึ่งคุณควรจะเข้าใจแต่นักการตลาดมืออาชีพเข้าใจและรับรู้เป็นอย่างดี คือ มีหลายเทคนิคที่สามารถจะเพิ่มการตอบรับและอัตราการประสบผลของการตลาด Direct Mail Marketing เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของการลงทุน การลองผิดลองถูกจำนวนครั้งไม่ถ้วน ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อหาวิธีการที่จะทำให้การตลาดแบบส่งจดหมายโดยตรงประสบความสำเร็จ และด้วยวัฎจักรการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกในโลกการตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง บางวิธียังคงสามารถใช้ได้เป็นอย่างดีแต่ก็จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยนักการตลาดมืออาชีพ

ตัวอย่างเทคนิคที่ประสบผลในการทำการตลาดแบบส่งจดหมายโดยตรง

1. กระตุ้นด้วยสิ่งที่คุณเสนอ

หนึ่งในเทคนิคที่ดีที่สุดของการทำการตลาดแบบส่งจดหมายโดยตรงคือ การส่งจดหมายจากผู้ส่งหลายๆ บุคคล ไปยังบุคคลในรายชื่อ (mailing list) เดียวกัน แต่ละผู้ส่งจะมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังมีเป้าหมายเดียวกัน โดยที่จดหมายฉบับแรกควรอยู่ในลักษณะเหมือนโปสการ์ดแบบสรุป โดยมีวัตถุประสงค์ในการแนะนำบริษัทของตนเอง ฉบับที่สองควรจะอยู่ในรูปของโบว์ชัวร์ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและบริการรวมทั้งรายละเอียดแบบคร่าวๆ ของคุณสมบัติและข้อดีของสินค้า ในขณะฉบับที่สาม ควรจะอยู่ในรูปแค๊ตตาล๊อกสีซึ่งง่ายและสะดวกสำหรับการค้นหาและสั่งสินค้า โดยที่คุณอาจจะเพิ่มความน่าสนใจในเชิงรับในลักษณะที่ว่า ถ้าคุณตอบรับกลับมา เราจะเสนอของสมนาคุณหรือข้อเสนออื่นๆให้เพิ่มเติม หรืออาจจะจัดวางในเชิงรุก โดยการกำหนดจัดวางพนักงานขายประกบคอยดูแลกับบุคคลที่เราจะส่งจดหมายไปถึง
Direct Mail Marketing จากผู้ส่งหลายๆคนไปยังบุคคลในรายชื่อ (mailing list)เดียวกัน ในบางครั้งเป็นสิ่งที่ทำลำบาก เนื่องจาก บริษัทจะต้องจัดส่งจดหมายให้กับคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และบริษัทจะรู้สึกว่าบริษัทไม่มีงบประมาณมากพอที่จะส่งจดหมายได้ถึง 3 ครั้งต่อหนึ่งคน จากผลการวิจัยพบว่า ถึงแม้ว่าการส่งจดหมายจากผู้ส่งหลายๆคนไปยังบุคคลในรายชื่อ (mailing list)จะสามารถเพิ่มอัตราการตอบสนองกลับ (Conversion rate) ที่สูงกว่า โดยที่เราสามารถยกตัวอย่างง่ายๆเช่น คุณสามารถได้ผลตอบรับในรูปรายได้จากการโฆษณาผ่านทางจดหมายกับคน 10,000 คนด้วยการส่งจดหมายสามฉบับมากกว่าการส่งจดหมายให้คน 30,000 คนเพียงฉบับเดียว และถ้าต้องการเพิ่มอัตราการประสบความสำเร็จ สิ่งพิมพ์หรือโปสการ์ดควรทำออกมาในรูปแบบเดียวกัน เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่คุ้มค่าที่จะลองทำเป็นอย่างยิ่ง

2. สรุปใจความสำคัญ

ส่วนใหญ่แล้วการใส่เอกสารหลายชิ้นลงในจดหมายสามารถสร้างอัตราตอบรับที่สูงกว่า การที่มีข้อความสั้นๆ ที่ถูกเขียนจากผู้บริหารของบริษัทสามารถสร้างความพิเศษให้กับจดหมายนั้นได้ และข้อความที่สะดุดตาเช่น “นาทีทองช่วงสุดท้าย” ที่ถูกเติมลงในคำโฆษณาที่ส่งให้ สามารถสร้างความสนใจต่อสินค้าและบริการได้ การติดสติ๊กเกอร์รูปตราผลิตภัณฑ์ลงในแค๊ตตาล็อกและใบสั่งซื้อจะสามารถสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าได้
อีกทางหนึ่งที่สร้างความน่าสนใจให้กับจดหมาย คือการเติมคำโฆษณาด้วยข้อความสั้น (Teaser) ลงไปในซองจดหมาย แต่การกระทำดังกล่าวก็ต้องระมัดระวังเพราะ ถ้ามันเด่นชัดหรือสร้างความไม่พอใจให้กับคนรับจดหมายอาจจะส่งผลทำให้จดหมายฉบับนั้นถูกทิ้งลงถังขยะก่อนที่จะถูกเปิดออกเสียด้วยซ้ำไป

3. เติมตัวอย่างลงไป

ถ้าบริษัทของท่านสามารถเสนอตัวอย่างเล็กๆ ได้ เช่น การให้ตัวอย่าง ซอสในซองเล็กๆหรือ ตัวอย่างสีเงินของผ้าไหม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถแสดงคุณภาพของสินค้าให้แก่ผู้รับได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว คุณอาจจะเพิ่มเติมสิ่งของที่ใช้สำหรับกระตุ้นการขายลงไปด้วย เช่นปากกาหรือโฟสอิท (Post-It) ที่มีตราหรือชื่อของบริษัทรวมทั้งที่อยู่และเบอร์ติดต่อเพื่อเพิ่มการรับรู้ในตราของสินค้าด้วย

4. เติมความคิดเห็นของผู้อื่น

เรื่องราวคล้ายกับการที่เราได้ยินคนอื่นพูดถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเรา รวบรวมความคิดเห็นและความรู้สึกดีๆจากลูกค้ามาใส่ลงในสิ่งที่คุณจะโฆษณา ถ้าคุณอยู่ในด้านงานบริการที่คนทั่วไปสามารถเห็นงานของคุณได้ เช่น งานก่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือการออกแบบเว็บไซด์ เล่าเรื่องราวของคุณเกี่ยวกับงานของคุณว่าสามารถพบได้ที่ไหน และต้องแน่ใจว่าคุณได้รับการอนุญาติให้เล่าเรื่องราวหรือใช้รูปภาพเหล่านั้นด้วย ถ้าคุณมีการบอกกล่าวเรื่องราวดีๆมากเท่าไร เรื่องราวเหล่านั้นจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทคุณมากเท่านั้น

5. สร้างการรับประกันและการทดลองใช้งาน

เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเปลี่ยนจากคนที่คอยเฝ้าดูสินค้าอยู่ใกล้ๆ มาเป็นลูกค้า เพราะคุณได้เสนอทางออกที่ดีและน่าสนใจให้โดยลูกค้าสามารถคืนสินค้าได้ในกรณีที่คุณไม่พอใจในสินค้าและบริการ หรือ การเสนอคืนเงินถ้าคุณไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือลูกค้าไม่พอใจ

บางบริษัทใช้กลยุทธ์แบบนี้ไม่ได้ผล เพราะพวกเขากลัวกลุ่มมิจฉาชีพที่จะนำมาใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ดังกล่าว เป็นธรรมดาที่เราจะต้องเผชิญกับกลุ่มมิจฉาชีพ แต่คนส่วนใหญ่จะพอใจกับสิ่งที่คุณเสนอให้และ มันสามารถชดเชยสิ่งที่กลุ่มมิจฉาชีพทำให้เกิดความเสียหายได้ การรับประกันแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าบริษัทไม่ได้หลอกลวง, น่าเชื่อถือ และมีการความพร้อมในการบริการหลังการขาย ถ้าจะทำการตลาดแบบส่งจดหมายโดยตรงอย่าลืมการรับประกันหรือการทดลองใช้งาน

นโยบายการให้สินค้าตัวอย่างขนาดเล็กจะเป็นตัวเสริมคุณค่าให้กับชุดเอกสารที่ใส่ในจดหมายเพื่อใช้ในการตลาด คุณอาจจะเปลี่ยนข้อความที่น่าเบื่อของคุณ จาก “ส่วนลด $25 ในกล่อง” มาเป็น “ลดทันที $25 เพียงแค่คุณเปิดกล่อง” คุณจะได้พบผลลัพธ์อันน่าประหลาดใจเพียงแค่เปลี่ยนสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ คุณสามรถใช้การเปลี่ยนตัวเลขในหลักทศนิยมซึ่งจะสามารถสร้างความน่าสนใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ แทนที่คุณจะใช้ “ประหยัด $200” คุณอาจจะใช้เป็น “ประหยัด $195.99” แทน

จากทั้งหมดที่กล่าวมา คุณจำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัติและของดีของสินค้าหรือบริการของคุณ และสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับผู้รับ การเข้าใจมุมมองของผู้รับและการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้า จะส่งผลให้คุณพิจารณาว่าควรทำอย่างไรในขั้นตอนต่อไป ด้วยความมุ่งมั่นและการใช้งานบางเทคนิคหรือเทคนิคทั้งหมดและการทดลองหลายๆ ครั้ง จนกระทั้งคุณได้รับความน่าเชื่อและการตอบรับที่ประสบความสำเร็จ แล้วคุณจะสามารถทำการโปรโมทสินค้าในรูปแบบนี้ที่มีขนาดใหญ่ โดยคุณจะได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์กลับมาเป็นผลตอบแทน

Share →
0 comments
Read more:
icon
เทคนิคการเลือกรูปภาพในเฉพาะส่วนผิวและการปรับแต่งรูปภาพเฉพาะส่วนหน้าคนใน Photoshop ตอนที่ 1

Close