Share →

ถ้าคุณต้องการคำนวณโดยมีข้อกำหนดที่บังคับอยู่ว่า จะต้องเป็นค่ากำหนดแบบนี้ๆ อย่างค่าที่คำนวณแบบนี้ ก็จะเป็นอีกเกณฑ์หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการหาคะแนนสูงสุดของสมาชิกของแต่ละทีม ซึ่งมีอยู่หลายทีม คุณอาจจะบอกว่า อาจจะมีทีมที่ 1 ทีมที่ 2 ที่คุณต้องการหาค่าสูงสุด ของคะแนนทีมที่ 1 หรือคะแนนของทีมที่ 2 จริงๆแล้ว เราจะใช้สองฟังกั่น ฟังก์ชั่นแรก เราจะใช้ IF ซึ่งเป็นตัวกำหนด เงื่อนไขว่าเราจะใช้ฟังก์ชั่นไหน อย่างไร อย่างเช่น คุณอาจะ test ว่า ค่านี้อยู่ใน condition ของทีมที่ 1 หรืออาจจะเป็น condition ของทีมที่สอง โดยการสร้าง condition หรือสร้างข้อเปรียบเทียบ ให้คุณใช้เครื่องหมายในการเปรียบเทียบอย่างเช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) เครื่องหมายน้อยกว่า (<) มากกว่าเท่ากับ (>=) หรือน้อยกว่าเท่ากับ (<=) หรือเครื่องหมายเท่ากับ (=) ก็ได้

ฟังก์ชั่นที่ 2 จะใช้ในการคำนวณ เมื่อไหร่ที่ IF เช็คข้อมูลมาแล้วว่าค่านี้เป็นกฎเกณฑ์ที่ 1ให้คุณทำอย่างนี้ กฎเกณฑ์ที่ 2 ให้คุณทำแบบนี้ ซึ่งในตัวอย่างจะใช้สองฟังก์ชั่นในการคำนวณ โดยเริ่มจากการใช้ IF ในฟังก์ชั่น Wizard และ  argument 1ของ IF ก็จะเป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่ง คุณสามารถใช้เครื่องคิดเลขใน Excel เพื่อเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งได้ โดยเรียนรู้เกี่ยวกับการเพิ่มเครื่องคิดเลขในเมนูของ Excel และใช้ Excel ให้คำนวณให้เราโดยใช้ Function Wizard ได้ด้วย

ถ้าคุณต้องการที่จะเรียนรู้การใช้สูตรและฟังก์ชั่นภายใน Excel

1. ให้คุณพิมพ์ข้อมูลลงในสมุดงานของคุณ

2. คลิกเซลล์ที่คุณต้องการโชว์ผลลัพธ์

3. คลิกปุ่ม Insert Function

กล่องข้อความ Insert Function จะปรากฏขึ้นมา

4. ให้คุณคลิกลูกศรตามภาพและเลือก All

5. ดับเบิ้ลคลิกฟังก์ชั่นที่คุณต้องการ เพื่อใช้เป็นสร้างฟังก์ชั่นแสดงเงื่อนไข

ในตัวอย่างนี้จะใช้ MAX ที่ใช้หาค่าที่มากที่สุดในรายการ

กล่องข้อความ Function Arguments จะปรากฏขึ้น

6. ให้คุณพิมพ์ IF(

7. และตามด้วยใส่ขอบเขตของเซลล์ หรือพิมพ์ชื่อเซลล์ที่คุณต้องการประเมินค่า

8. ใส่ชื่อที่คุณต้องการเปรียบเทียบ ในตัวอย่างใช้ Team และระบุชื่อค่าเงื่อนไข ในตัวอย่างใช้ เลข 2 คือทีม 2จากนั้นคุณก็ใส่เครื่องหมายคอมม่า (,)

9. พิมพ์ขอบเขต หรือชื่อข้อมูลที่คุณต้องการคำนวณ ในตัวอย่างใช้ Score

10. แล้วพิมพ์ ).

11. กด Ctrl + Shift + Enter

ผลลัพธ์จะปรากฏขึ้นในเซลล์ที่คุณใส่สูตรไว้

เสริมความรู้

IF เป็นฟังก์ชั่นการเรียงลำดับ เปรียบเทียบกับทุกๆข้อมูลตัวเลขเพื่อสร้างค่าเงื่อนไขและเก็บข้อมูลของตัวเลข สำหรับการสร้างฟังก์ชั่นการจัดเรียงค่า ให้คุณกด Ctrl + Shift + Enter เพื่อใช้ฟังก์ชั่นให้สมบูรณ์แบบ แทนการกด Enter อย่างเดียวหรือกด OK

คุณต้องใส่ข้อมูลลงในวงเล็บปีกนก {} โดยวงเล็บนี้จะทำการ enter อัตโนมัติ เมื่อคุณกด Ctrl + Shift + Enter แต่คุณไม่ต้องกด Enter หรือ OK เมื่อคุณใช้กล่องข้อความ Function Arguments

ข้อควรรู้

IF จะมีทางเลือกของค่าตรงข้ามทั้ง 3 ค่า ซึ่งให้คุณใช้ทั้ง 3 ค่านี้ถ้าคุณต้องการเจาะจงสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเงื่อนไขของการแสดงผลไม่สอดคล้องกัน ยกตัวอย่าง คุณสามารถใช้ IF เพื่อทดสอบทั้งค่าของยอดขายที่เกิน 9,000 และผลลัพธ์จะปรากฏ True ถ้าค่านั้นมีอยู่ หรือแสดง False ถ้าไม่มีค่านั้นอยู่จริง

บทความก่อนหน้านี้: หาค่ามากสุดลำดับใดๆ ด้วย Excel 

บทความถัดไป: การรวมค่าแบบมีข้อกำหนดโดยใช้ Sumif ใน Excel 

 

Share →
0 comments
Read more:
powerpoint
เน้นรูปภาพด้วยเงาใน powerpoint

Close