Share →

ฟังก์ชั่น correlation จะทำให้คุณสามารถวัดความสัมพันธ์ของตัวแปร 2 ตัวแปรได้ คุณจึงสามารถตอบคำถามในบางคำถามได้ อย่างเช่นว่า ความสามารถในการตีเบสบอลจะลดลงเมื่ออายุคนเล่นมากขึ้นจริงหรือไม่ การหาความสัมพันธ์ของ correlation ไม่ได้เป็นการพิสูจน์หรือบอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นจากสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง แต่จะสามารถบอกได้เพียงแค่ว่าค่าของตัวแปรหนึ่งขึ้นอยู่กับอีกตัวแปรหนึ่งเท่านั้น

เมื่อไรที่คุณใช้การวิเคราะห์แบบ correlation ต้องเริ่มจากการที่คุณคิดว่า 2 ตัวแปรนี้มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ถ้ามีความสัมพันธ์กันมาก ข้อมูลทางสถิติ ก็จะบ่งบอกชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์กันเกิดขึ้น การใช้ฟังก์ชั่น CORREL เป็นการวาด correlation ซึ่งกันและกัน โดยฟังก์ชั่น CORREL มี 2 ตัวแปรที่ต้องใส่เข้าไป คือ ARRAY 1 และ ARRAY 2 ซึ่งเป็นรายการของตัวเลข ผลที่ได้จากฟังก์ชั่นนี้จะเป็นตัวแปรที่มีค่าระหว่าง -1 ถึง 1 ถ้าค่า ของ R มีค่าที่ใกล้ -1 หรือ 1 จะเป็นการบ่งบอกว่า ตัวแปร 2 ตัวนี้ มีความสัมพันธ์กันอย่างค่อนข้างแน่นแฟ้น แต่ถ้า R มีเครื่องหมายลบ นั่นหมายถึงความสัมพันธ์ไปในทางที่ไม่สอดคล้องกัน ตัวอย่างเช่น ถ้าอายุมากขึ้น ความสามารถในการตีลูกเบสบอลจะลดลง แต่ถ้ามีค่าเป็นบวก หมายความว่า ตัวแปรหนึ่งมีค่าเพิ่มขึ้น ตัวแปรอีกตัวแปรหนึ่งก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นตามไปในทิศทางเดียวกันด้วย

ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ คุณสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย GOAL SEEK ใน Excel  เพื่อหาผลลัพธ์ของข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่งได้ และยังสามารถใช้การสร้างกราฟจากผลรวมของข้อมูลใน Excel  เพื่อดูแนวโน้มของผลลัพธ์ได้อีกเหมือนกัน

ถ้าคุณต้องการที่จะเรียนรู้การตรวจสอบรูปแบบของข้อมูลใน Excel 

1. ให้คุณคลิกเซลล์ที่คุณต้องการวางคำตอบของคุณ

2. พิมพ์ = correl หรือ ดับเบิ้ลคลิก CORREL ที่อยู่ในแถบรายการ Function AutoComplete

3. คลิกที่ปุ่ม Insert Function

0

กล่องข้อความ Function Arguments จะปรากฏขึ้นมา

4. ให้คุณคลิกและลาก ข้อมูลตัวเลขชุดแรก หรือพิมพ์เซลล์ลงไปใน Array 1

5. ให้คุณคลิกและลาก ข้อมูลตัวเลขชุดที่สอง หรือพิมพ์เซลล์ใส่ลงไปใน Array 2

หมายเหตุ คุณสามารถเลือกรายการข้อมูลย่อยได้ แต่คุณต้องทำให้แน่ใจด้วยว่าเป็นข้อมูลย่อยเหมือนกับรายการที่คุณเลือกไว้

6. คลิก OK

จากนั้น ความสัมพันธ์ของข้อมูลของคุณจะปรากฏขึ้นมา

หมายเหตุ ข้อมูลตัวเลขของคุณจะแสดงค่าที่มีทั้งเครื่องหมายบวกและเครื่องหมายลบ

ข้อควรรู้

เมื่อไรที่คุณใช้ฟังก์ชั่น CORREL ถ้าเซลล์ที่คุณใส่เข้าไปเป็นลักษณะของตัวแปร เป็น Text เป็นค่าจริงหรือเท็จ หรือเป็นเซลล์ที่ว่างเปล่า โปรแกรม Excel จะไม่สนใจค่าเหล่านั้น โดยมองว่าค่าเหล่านั้นมีค่าเท่ากับ 0 เพื่อใช้ในการคำนวณ แต่ถ้าข้อมูลใน ARRAY 1และ ARRAY 2 มีจำนวนไม่เท่ากัน โปรแกรม Excel จะทำการแจ้งเตือนโดยมีข้อความระบุว่า #N/A

ข้อควรรู้

Add-in เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกเติมเข้าไป เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับ Excel ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้วิธีการ ในเรื่อง การเพิ่มความสามารถของ Excel โดยการใส่ Add-in เพิ่ม  ในส่วนของ Analysis Toolpak นั้นเป็น add-in ฟังก์ชั่นหนึ่ง ที่มีเครื่องมือเกี่ยวกับสถิติจำนวนมากอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ correlation ซึ่งคุณสามารถใช้คำนวณหาความสัมพันธ์ของข้อมูล (correlation) ได้

การคำนวณ correlation ที่ใช้คำนวณจะไม่ทำการอัพเดตอัตโนมัติ เมื่อคุณมีการเปลี่ยนแปลงค่าในสมุดงานของคุณ

บทความก่อนหน้านี้: การอธิบายข้อมูลโดยใช้สถิติใน Excel 

บทความถัดไป: การวิเคราะห์ WHAT-IF ใน Excel 

 

Share →
0 comments
Read more:
itunes
iTunes 11 : วิธีสร้างริงโทนไอโฟน

Close