Share →

จริงๆแล้ว โปรแกรม Excel มีสูตร และมีฟังก์ชั่นที่ให้คุณสามารถคำนวณวันที่ เวลา ได้ คุณอาจจะหาจำนวนชั่วโมงของการทำงาน สมมติถ้าคุณเริ่มตอนเที่ยงของเมื่อวาน ถึง10 โมงเช้าของวันนี้ คุณก็สามารถหาจำนวนชั่วโมงที่คุณทำไปแล้วได้ ฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับวันที่ และเวลา สามารถแปลงจากวันที่ มาเป็นเวลาในหน่วยที่เรียกว่า Serial Value แล้วเอาค่า Serial Value มาบวกหรือลบกัน แล้วแปลงกลับมา เป็นวันที่ เป็นเวลาที่คุณเข้าใจ

Date Serial Value คือการนับเวลามาจากวันที่ 1 มกราคม 1900 แล้วแปลงค่าเป็นตัวเลขออกมา หน่วยที่ใช้ใน Excel ของ Time Serial มีหน่วยเป็น 1/60 วินาที ตัวอย่างเช่นวันที่ 25สิงหาคม 2005 เวลา 5 โมง 46 นาที Date Time Serial จะคำนวณเวลา โดยคิดมาจากวันที่ 1 มกราคม ปี 1900 เมื่อคำนวณออกมา ค่าจะกลายเป็น38589.74028

และถ้าคุณต้องการเอาเวลามาคำนวณ Excel จะคำนวณค่าเหล่านี้ ให้เป็น Serial Value ก่อน โดยคุณสามารถเอาค่าที่เป็น Serial Value มาคำนวณ หลังจากนั้น Excel จะคำนวณให้อยู่ในรูปของวัน เวลา ที่คุณคุ้นเคย

Excel ยังสามารถจัดเรียงลำดับข้อมูลให้คุณได้โดยหาค่ามากสุดลำดับใดๆ ด้วย Excel  และทำการระบุค่าคงที่ใน Excel  ได้อีกด้วย

ถ้าคุณต้องการที่จะเรียนรู้การใช้สูตรและฟังก์ชั่นภายใน Excel

การหาค่าที่แตกต่างระหว่าง 2 เวลา

1. ให้คุณใส่เวลาแรกลงในเซลล์

2. หมายเหตุ ถ้าคุณไม่ใส่ am หรือ pm ตามหลังเวลา โปรแกรม Excel จะตั้งค่าให้เป็น am ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนเป็น pm คุณก็ต้องระบุช่วงเวลา ว่าเป็น pm

3. ให้คุณคลิกเซลล์ที่คุณต้องการให้ผลลัพธ์ปรากฏ

4. พิมพ์เครื่องหมายเท่ากับ (=)

5. ให้คุณคลิกเซลล์ที่มีเวลาต่อมา

6. และพิมพ์เครื่องหมายลบ (-)

7. คลิกเซลล์ที่มีเวลาแรก

8. แล้วกด Enter

ผลลัพธ์อาจปรากฏขึ้นเป็นซีรี่ย์ในลักษณะตัวเลขที่ค่อนข้างเยอะ และมีจุดทศนิยม ดังภาพ

การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นลักษณะของเวลา

1. ให้คุณคลิกที่แถบ Home

2. คลิกที่กล่อง Number group ตามภาพ

กล่องข้อความ Format Cells จะปรากฏขึ้นมา

3. คลิกที่แถบ Number

4. คลิก Time

5. คลิกประเภทฟอร์แมต

ในตัวอย่างจะเลือก 13:30 หมายถึงเวลาของคุณจะอยู่ในรูปแบบของ ชั่วโมง:นาที

6. ให้คุณคลิก OK

เซลล์จะแสดงตัวเลขในรูปแบบ ชั่วโมงและนาที ของระหว่างสองเวลา

ข้อควรรู้ 

ในช่วงเวลาที่หักออกไป ที่อยู่ระหว่าง ช่วงเวลาเที่ยงคืน ยกตัวอย่างเช่น 11 p.m. ถึง 2 a.m. คุณจำเป็นต้องใช้ ฟังก์ชั่นโปรแกรมที่เรียกว่า modulus หรือ MOD ซึ่งการใช้สูตรนี้คือพิมพ์ =MOD(เวลาต่อมา – เวลาก่อนหน้า,1) เทคนิคการใช้สูตรนี้ ต้องขอขอบคุณ John Walkenbach’s Excel 2003 เป็นอย่างยิ่งที่คิดค้นขึ้นมา

ข้อควรรู้

ถ้าคุณหักช่วงเวลาหรือวันที่ออก แล้วมีผลลัพธ์ที่ติดลบหรือวันที่ที่ติดลบ สิ่งนี้จะหมายถึงการ error ที่จะปรากฏอยู่ในชุดข้อมูลของคุณ ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นแบบ (#######)

ข้อควรรู้ 

การโชว์เวลาหรือวันที่ในรูปแบบ General นั้น จะเป็นการแสดงข้อมูลที่เป็นแบบ series value ดังนั้น ให้คุณใช้ Time หรือ Date เพื่อแสดงลักษณะของเวลาหรือวันที่ ซึ่งการแสดงเวลาในรูปแบบ ชั่วโมง : นาที ให้คุณคลิกขวา และเลือก Format Cell คลิก Time และคลิกฟอร์แมต 13:30

บทความก่อนหน้านี้: การคำนวณเวลาใน Excel 

บทความถัดไป: เทคนิคการตรวจสอบสูตรใน Excel เวลามี error 

Share →
0 comments
Read more:
download
Skype เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ด้วย เครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการประชุมระหว่างประเทศ ผ่านวิดีโอ และการโทรที่แสนจะถูก

Close