Share →

ปัญหา iPhone ขึ้น No service เกิดมาจากหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องไม่ยอม Activated การ Restore เครื่องหรืออัพเดทซอฟแวร์ใหม่ และการไม่ยอมรับซิมการ์ดที่ใส่เข้าไป แต่ใครที่เจอปัญหานี้ก็อย่าเพิ่งกุมขมับกันไปนะคะ ลองมาดูวิธีแก้กันก่อนแล้วลองทำตามไปพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่จะแนะนำก็มีดังต่อไปนี้

1. Reset Network Settings วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานและสามารถทำได้ง่ายที่สุด และจากการแก้ปัญหา iPhone ขึ้น No service ด้วยวิธีนี้ส่วนใหญ่แล้วก็ได้ผลค่ะ

ใส่ Sim Card อันที่ไม่รองรับกับตัวเครื่องไว้จากนั้นไปที่ Settings ->General -> Reset -> Reset Network Settings

หมายเหตุ: ก่อนจะตัดสินใจ Reset ทุกอย่างอย่าลืม Back up ข้อมูลเก็บไว้ก่อนด้วยนะคะ เพราะเมื่อ Reset แล้วทุกอย่างจะหายเกลี้ยงเครื่องโล่งแน่นอน เพื่อความปลอดภัยกรุณาสำรองข้อมูลโดย sync เข้าไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ก่อนดีกว่าค่ะ

2. ภายใน Settings จะเห็นว่ามี Airplane Mode อยู่ด้วย จากตรงนี้ก็สามารถใช้แก้ปัญหา iPhone ขึ้น No service ได้เช่นกันค่ะ โดยการกดเปิด/ปิด Airplane Mode ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบ

3. ลองถอด Sim Card ออกแล้วใส่ใหม่ โดยลองทั้งปิดเครื่องก่อนแล้วค่อยถอดซิมจากนั้นก็ใส่ซิมเข้าไปใหม่แล้วเปิดเครื่อง หรือถอดซิมการ์ดออกก่อนแล้วค่อยปิดเครื่องแล้วก็ใส่เข้าไปใหม่ ลองทำแบบนี้หลายๆครั้งนะคะเพราะบางทีการที่ Sim Card ไม่เข้าที่ก็ทำให้ iPhone ขึ้น No service ได้

4. ไปที่ Settings ->General -> Cellular/Network จากนั้นเลือกให้ Cellular, Enable 3G และ Data Roaming ทำงาน และรอจนกว่าสัญญาณจะขึ้น หรือถ้าใครเปิดสัญญาณพวกนั้นไว้อยู่แล้วให้ลองปิดก่อนและรอจนกว่าสัญญาณจะขึ้นค่ะ

5. แต่ถ้าวิธีข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่ได้ผลเราก็ยังมีวิธีแก้ปัญหาเหลืออยู่ ซึ่งวิธีต่อไปนี้สามารถแก้ปัญหาได้มากกว่า 90% เลยทีเดียว มี 3 step ง่ายๆดังต่อไปนี้ค่ะ

• ใส่ sim card เข้าไปในเครื่อง จากนั้นเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับ iTunes ด้วยสาย USB
• Backup ข้อมูลแล้ว Restore เครื่อง
• รอจนกว่าโปรแกรมจะ Restore ตัวเองเสร็จและเมื่อเสร็จแล้วจะมีคำสั่งขึ้นมาให้เลือก 2 อย่าง คือ
> Restore from a backup
> Set up iPhone as a new phone (ให้เลือกอันนี้นะคะ)

• หลังจาก Set up เรียบร้อยแล้วให้ข้ามขั้นตอน Activated ไปนะคะ จากนั้นก็รอจนกว่าสัญญาณจะขึ้น

6. เช็ค baseband ของตัวเครื่องโดยเข้าไปที่ Settings -> General -> About -> Modem Firmware ถ้าเห็นว่าเป็นเวอร์ชัน 06.15.00 นั่นแสดงว่าเป็น baseband ของ iPad ค่ะ

ในกรณีนี้ผู้ใช้ต้อง Downgrade ลงโดยใช้ Redsn0w tool เป็นตัวช่วยค่ะ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

• ดาวน์โหลด Redsn0w ได้ที่ blog.iphone-dev.org#sthash.uNxc54h3.dpuf
• ใช้ Redsn0w เพื่อทำให้ iPhone เข้าสู่ DFU Mode โดยเข้าไปที่ Extra และทำตามคำแนะนำที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
• เมื่อ iPhone เข้าสู่ DFU Mode เรียบร้อยแล้วให้ Restore เครื่องโดยใช้โปรแกรม iTunes
• ทำให้ iPhone เข้าสู่ DFU Mode อีกครั้ง
• ดาวน์โหลด iOS เวอร์ชันล่าสุดโดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ getios.com
• กลับไปที่ Redsn0w -> Extras อีกครั้ง เลือก IPSW และเลือกไฟล์ iOS ที่เราได้ดาวน์โหลดมาแล้ว
• กลับไปที่หน้าต่างหลักของ Redsn0w จากนั้นคลิก Jailbreak
• เลือก Downgrade from iPad baseband เอาเครื่องหมายที่เช็คอยู่หน้า Install ออก จากนั้นคลิก Next

7. ส่วนกรณีนี้เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยทำกับการเอา Sim card ขนาดปกติมาตัดเองให้กลายเป็น Sim card แบบ Micro sim ที่ใส่กับ iPhone ทำแบบนี้บางครั้งเครื่องมันก็เลยไม่รองรับเพราะ Sim card นั้นไม่ถูกต้อง ยังไงแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็น Micro sim ที่ถูกต้องจะดีกว่านะคะ เอาไปให้ศูนย์บริการมือถือทำให้เสียเวลาเพียงน้อยนิดดีกว่าต้องมานั่งแก้ปัญหา iPhone ขึ้น No service เอาเองแบบนี้

8. บางครั้งปัญหาก็เกิดจากเครือข่ายการบริการมือถือ หรือว่าจุดที่เราอยู่นั้นอับสัญญาณ ในกรณีนี้เราคงแก้ไขอะไรที่ตัวเครื่องไม่ได้ ทางแก้ปัญหาก็คือลองย้ายไปตามจุดต่างๆเพื่อหาที่ที่มีสัญญาณ หรือไม่ก็แจ้งกับทางเครือข่ายค่ะ

9. หรือในอีกกรณีหนึ่งก็คือเกิดจาก iPhone ของเราไม่สามารถรับสัญญาณได้ดีพอ ทำให้ตัวเครื่องไม่มีสัญญาณและขึ้นเป็น No Service ในกรณีนี้แนะนำให้ไปที่ศูนย์บริการของ Apple และให้ทางศูนย์เช็คตัวเครื่องและซอฟต์แวร์ให้ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะกับวิธีที่ได้แนะนำไปแล้ว ใครที่มีปัญหาเรื่องนี้อยู่ก็ขอให้ลองทำตามที่แนะนำไป วิธีแรกยังไม่ได้ก็ลองทำวิธีอื่นต่อไปเรื่อยๆ และหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ iPhone ไม่มากก็น้อยนะคะ

ที่มา: http://www.att-iphone-unlock.com/iphone-no-service-factory-unlock-troubleshooting-guide/

Tagged with →  
Share →
1 comments
NigthTomorrow
NigthTomorrow

ประสบปัญหาเช่นเดียวกันครับ