Share →

ไม่นานมานี้ผมมีโอกาสลองใช้โปรแกรม MediaMonkey Gold (เวอร์ชั่น premium ) โปรแกรมนี้รู้จักในชื่อ Song-DB ในสมัยแรก ๆ ที่เปิดตัวในปี 2001 ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา MediaMonkey ก็มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูง ถ้าคุณกำลังมองหาโปรแกรมเล่นเพลงที่มีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย MediaMonkey จะไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณ ไม่เหมือนกับ Foobar2000 และ AIMP3 ซึ่งใช้งานง่าย ขนาดเล็ก ไม่กินทรัพยากรมากนัก MediaMonkey มีลักษณะเหมือน iTunes และ Songbird ที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติมากมายที่จะช่วยคุณจัดการกับคลังเพลงของคุณ ซึ่งทั้งเวอร์ชั่นฟรีและ Gold มีการทำงานที่ดีเยี่ยมตามที่นักพัฒนาได้นำเสนอไว้

เมื่อคุณเปิดโปรแกรมเป็นครั้งแรก คุณจะเห็นหน้า startup wizard เป็นหน้าแรก ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำหรับการนำเพลงในคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าสู่โปรแกรม แต่โปรแกรมอื่น ๆ ก็สามารถทำอย่างนี้ได้เช่นกัน เท่านั้นยังไม่พอ ในหน้า startup wizard ยังแนะนำให้คุณแทรกการติดตั้ง MediaMonkey เข้ากับระบบปฏิบัติการของคุณ หมายความว่า หากคุณคลิกขวาที่ไฟล์เพลงในไดรฟ์ของคุณ ก็สามารถเลือกที่จะจัดการในโปรแกรมได้เลย หากคุณไม่ต้องการใช้สิ่งที่ MediaMonkey เสนอให้คุณในหน้า startup wizard นี้ คุณก็สามารถข้ามมันไปได้เลย ถือว่าดีมากเลยทีเดียวสำหรับโปรแกรมที่ไม่พยายามบังคับฝืนใจคุณ

หน้าตาของโปรแกรมเป็นสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะให้เหมือนกับ iTunes ที่มีการจัดวางทุก ๆ อย่างอยู่ในหน้าต่างเดียว มีการแยกส่วนที่เอาไว้ควบคุมการเล่นออกมา ไม่เหมือนกับ Winamp ที่มีหน้าต่างแยกกันจากหน้าต่างอื่น ๆ หรือ Foobar2000 ที่ทั้งหน้าต่างจะมีแต่ playlist

ผมไม่เคยเป็นแฟนตัวยงสำหรับการจัดวางโครงสร้างแบบนี้เนื่องจากผมเป็นคนชอบอะไรที่เรียบง่าย อย่างไรก็ตาม หน้าตาของโปรแกรมก็แลดูเรียบสบายตา ทุกอย่างถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสมและผมก็ไม่ค่อยเจอปัญหาจากการใช้งานนัก อันที่จริง ผมค่อนข้างจะคุ้นชินกับโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับโปรแกรมที่โฆษณาเอาไว้ว่าเป็นโปรแกรมที่ดีที่สุด ให้ใช้ฟรี แน่นอนว่า MediaMonkey ทำได้ตามที่บอกเอาไว้ ตัวโปรแกรมทำงานได้ดีตามที่อวดอ้างสรรพคุณ ด้านล่างนี้เป็นคุณสมบัติบางอย่างที่ช่วยจัดการคลังเพลงของคุณได้เป็นอย่างดี

-          Tag Editor : ทุกวันนี้ คุณสมบัติการใส่ Tag ถือว่าจำเป็นมาก ๆ สำหรับนักฟังทุกคน MediaMonkey ก็มีเช่นกัน และคุณสามารถปรับแต่งได้มากกว่าโปรแกรมทั่วไปอื่น ๆ เช่น ใน Tag IDv3 คุณสามารถใส่เนื้อเพลง ใส่รูป ใส่ข้อมูลอื่น ๆ ของแผ่น CD ได้ และอื่น ๆ อีกมากมาย

-          Auto-Tagger : MediaMonkey มีหนทางง่าย ๆ ในการใส่ Tag ให้กับคุณ เช่น ใช้ชื่อไฟล์ หรือค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตเพื่อมาใส่ Tag กับคุณ

-          Multiple Collections : Collection เป็นคุณสมบัติที่ทำให้คุณสร้างคลังเพลงได้หลายคลัง แทนที่จะโดนจำกัดให้แค่สร้าง Playlist คุณสามารถสร้างคลังได้กี่คลังก็ได้ สำหรับคนที่มีคลังเพลงใหญ่มาก ๆ การสร้างหลาย ๆ คลังเพลงจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการมาก

-          Volume Normalization : ถ้าเพลงบางเพลงของคุณมีเสียงเบาบ้าง ดังบ้าง นี่จะเป็นคุณสมบัติที่จะช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้ MediaMonkey มี กระบวนการแก้ไข 2 แบบ คือ Volume Leveling ซึ่งโปรแกรมจะเล่นเพลงทั้งหมดของคุณแล้วแก้ไขระดับเสียงทั้งหมดให้เท่า ๆ กัน และ Per-Track Volume ซึ่งจะแก้ไขเฉพาะไฟล์เท่านั้น

MediaMonkey มีรูปลักษณ์ที่สะอาดน่ามอง และสามารถจัดการกับไฟล์เพลงครั้งละถึง 100,000 ไฟล์ด้วยความสะดวก แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณมีไฟล์เยอะขนาดนั้นจริง ๆ  คุณจะหาไฟล์ที่คุณต้องการได้หรือไม่? การสร้าง Playlist สามารถทำให้คุณป่วยจนเข้าโรงพยาบาลได้

ผมได้กล่าวถึง Auto-Tagging และ Collections ไปแล้ว ทั้งคู่เป็นคุณสมบัตืที่นักฟังส่วนมากต้องใช้งาน อย่างไรก็ตามคุณสมบัติ Auto-Playlist ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่มีประโยชน์มาก ๆ สำหรับผู้ที่มีคลังเพลงขนาดใหญ่ โดยการทำงานของมันคือ จะให้คุณกำหนดค่าต่าง ๆ ตามที่คุณต้องการ แล้วตัวโปรแกรมจะค้นหาเพลงในคลังของคุณที่ตรงกับค่าที่คุณกำหนดแล้วทำเป็น playlist ให้กับคุณ ผมรับประกันเลยว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณใช้ Auto-Playlist เป็นแล้ว คุณจะไม่อยากใช้โปรแกรมอื่น ๆ ที่ไม่มีคุณสมบัตินี้อีกเลย

นอกเหนือจากคุณสมบัติดี ๆ ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกที่มีประโยชน์อีก เช่น

-          Automatic Organization : ในคลังเพลงขนาดใหญ่อาจจะมีเพลงบางส่วนหรือบางอัลบัมที่มีชื่อไฟล์ไม่เรียบร้อย คุณสมบัตินี้จะช่วยเปลี่ยนชื่อไฟล์ต่าง ๆ ที่ไม่เรียบร้อยนั้นให้เป็นระเบียบตามที่คุณต้องการ

-          Fast Search : คุณสามารถค้นหาเพลงที่คุณต้องการได้ เช่น ค้นหาจากชื่อนักร้อง ปีที่ออก หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ที่สำคัญ MediaMonkey ค้นหาได้ไวมาก ๆ

-          Rip and Burn CDs : หากคุณยังใช้แผ่น CD (ไม่ว่าคุณจะซื้อเพลงมาใหม่หรือกำลังจะไรท์แผ่น) MediaMonkey ช่วยชีวิตคุณได้ เพราะมีคุณสมบัติเขียนแผ่นและดึงเพลงจากแผ่นลงเครื่องติดมากับโปรแกรมเลย

-          Sync Devices เพียงแค่คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของคุณเข้ากับคอมพิวเตอร์ MediaMonkey จะรู้หน้าที่ของมันทันทีว่าจะต้องทำการถ่ายโอนข้อมูล คุณสมบัตินี้ใช้ได้กับอุปกรณ์พกพาส่วนมาก เช่น iPhone iPod และ อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

-          Sleep Timer : MediaMonkey สามารถเล่นเพลงและค่อย ๆ เบาเสียงเพลงให้กับคุณ และสุดท้ายคือปิดคอมพิวเตอร์ให้กับคุณด้วย นั่นแปลว่าคุณสามารถนอนหลับบนเตียงและหลับไปได้เลยโดยไม่ต้องเป็นห่วงว่าคุณจะต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อที่จะปิดเพลงและคอมพิวเตอร์ของคุณ

MediaMonkey มีทั้งเวอร์ชั่นฟรีและ Gold (ไม่ฟรี) เวอร์ชั่นฟรีก็ไม่ใช่แค่เวอร์ชั่นทดลองใช้ธรรมดา ๆ คุณสามารถใช้เวอร์ชั่นฟรีไปได้ตลอดโดยที่ยังมีคุณสมบัติดี ๆ ส่วนมากให้คุณใช้อยู่ สำหรับเวอร์ชั่น Gold จะมีคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น Multiple Collections, Automatic Organization, Auto-Playlists, Volume Leveling, CD Ripping, Sleep Timer เป็นต้น โดยที่ราคาของเวอร์ชั่น Gold อยู่ที่ $24.95 หรือหากคุณต้องการเวอร์ชั่น Gold ที่ได้รับลิขสิทธิ์ตลอดชีวิต รวมถึงจะได้รับการอัพเดทในอนาคต ราคาจะอยู่ที่ $49.95

Share →
0 comments
Read more:
เครื่องสำอางผสมเสต็มเซลล์
โฆษณาเกินจริงภัยร้ายที่คาดไม่ถึง

Close