Share →

Google Chrome และ Firefox ทั้งคู่ถือได้ว่าเป็น Browser ที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของผู้แข่งขันทั้งหมด ซึ่งมันง่ายมากที่จะทำให้คุณนึกชื่อผู้แข่งขันอีกรายไม่ออก นั่นคือ Opera แต่ในความเป็นจริง Opera ก็เป็น Browser ที่น่าสนใจและมีอะไรดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มันทำให้ผมที่ใช้ Firefox เป็นหลักต้องหันมาใช้ Opera อยู่หลาย ๆ ครั้งใน 1 สัปดาห์ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยน Browser หลักที่เป็นที่หนึ่งในใจเป็น Browser อื่น โดยเฉพาะเมื่อคุณได้ทำการตั้งค่าส่วนตัวต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว 

เรามาลองดู 5 เหตุผลดีๆ ที่คุณควรจะยกให้ Opera 11 เป็นสุดยอด Browser

1. ทำงานได้รวดเร็ว 

สำหรับผม ความเร็วเป็นเหตุผลอันดับแรกที่ผมเลือกใช้ Opera ผมเคยใช้ Chrome ที่ปรับแต่งแล้ว (ปัจจุบันผมใช้ Firefox) แต่มันก็ยังช้า ใช่ครับ! สำหรับผม Google Chrome ถือว่าทำงานช้า มันช้าในเรื่องของการตอบสนองและเรื่องการใช้งานทั่วไป เช่น มันค้างอยู่หลายวินาทีในขณะที่ไม่ได้โหลดเว็ปใด ๆ เพิ่มเลย และมันก็ไม่ได้เร็วขึ้นเมื่อผมเลือกลง Extension ให้น้อยที่สุดและลบ Extensions ที่ไม่ได้ใช้ออกเกือบหมด แต่ไม่ว่าจะเป็น Firefox หรือ Chrome คุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้ตัว Browser มีความน่าใช้ก็ทำให้ Browser ทำงานช้าด้วยในเวลาเดียวกัน

แต่สำหรับ Opera มันทำงานได้ดีโดยไม่ต้องพึ่ง Extensions ในรูปภาพด้านบนคุณจะเห็นว่ามีคุณสมบัติที่ชื่อว่า “Content blocking” ซึ่ง Opera มีให้ใช้โดยไม่ต้องดาวน์โหลด Extension เสริมเหมือน Firefox และ Chrome ทำให้คุณไม่ต้องดาวน์โหลด Extension มาใช้มากนักจนทำให้การทำงานของ Browser ช้าลง

2. Tab previews 

ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ ผมอยากให้คุณลองเล่นอะไรบางอย่างก่อน ผมอยากให้คุณลองเอา Mouse ไปวางไว้ที่ช่องว่างระหว่าง Tabs และ Address bar ใน Browser ที่คุณกำลังใช้ และลากลง มีอะไรเกิดขึ้นมั้ย? ไม่มีใช่มั้ยครับ? นั่นก็เพราะว่าคุณไม่ได้ใช้ Opera ถ้าคุณลองทำกับ Opera มันจะเป็นการขยาย Tabs ให้แสดงรูปของเวปที่คุณเปิดไว้ ดังตัวอย่างในรูปด้านบน คุณจะสามารถเลือกเปิด Tab ที่คุณต้องการจะเปิดได้โดยไม่ต้องอ่านหัวข้อยืดยาว

3. Speed dial

คุณเคยตั้งค่าการโทรด่วนในโทรศัพท์มือถือของคุณมั้ย? เพียงคุณกดเลข ๆ เดียวแล้วโทรออก มันก็จะโทรหาคนที่คุณตั้งค่าเอาไว้ เช่นเดียวกับ Opera คุณสามารถทำอย่างนั้นได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่มเติม หากคุณตั้งค่าเอาไว้ว่าจะให้มีปุ่มลัดสำหรับเวปใด ทุกครั้งที่คุณเปิด Tab ใหม่ เวปต่าง ๆ ที่คุณตั้งค่าเอาไว้ก็จะปรากฏให้คุณเลือกเข้าได้อย่างรวดเร็ว

คุณสมบัตินี้ไม่ว่า Firefox หรือ Chrome ก็ไม่สามารถเลือกที่จะให้เวปที่คุณต้องการตั้งเป็น Speed dialปรากฏขึ้นมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมี Extension ที่สามารถจำลองคุณสมบัตินี้ของ Opera ได้ แต่มันก็กินแรมของคุณมากพอสมควรแม้ว่าคุณจะยังไม่ได้เปิด Tab ใหม่เพื่อที่จะใช้งานก็ตาม

4. Opera Turbo

ทุกคนบนโลกนี้ไม่ได้มีอินเตอร์เนตความเร็วสูง 100 Mbps เชื่อมต่อโดยตรงเข้าบ้านกันทุกคน สำหรับผู้ที่ใช้อินเตอร์เนตความเร็วไม่สูงมากนัก Opera Turbo สามารถช่วยคุณได้ คุณสมบัตินี้เหมือนกับคุณสมบัติใน Opera เวอร์ชั่นที่ใช้ในมือถือเพื่อช่วยประหยัดปริมาณการดาวน์โหลดของคุณ วิธีการทำงานคือ Opera จะบีบอัดเว็ปที่คุณต้องการจะเข้าชมแล้วจึงจะส่งข้อมูลมาให้คุณ เว็ปที่คุณกำลังเข้าจะมาจาก Server ของ Opera (ไม่ได้มาจาก Server ต้นทาง)

                การทำงานอีกอย่างที่น่าทึ่งก็คือ Opera รู้ว่าคุณกำลังใช้งานอยู่ที่ใด หากคุณใช้งานอยู่ที่บ้านที่มีอินเตอร์เนตความเร็วสูง คุณสมบัตินี้จะไม่ถูกใช้งาน แต่ถ้าหากคุณนั่งอยู่ในร้านกาแฟที่มีบริการ Free Wi-Fi (ที่แสนจะช้า) ที่แชร์ให้ทุกคนในร้านใช้ คุณสมบัตินี้จะถูกเรียกมาใช้งานโดยอัตโนมัติ

5. การปรับแต่งคีย์ลัดได้

สำหรับผู้ที่ใช้คีย์บอร์ดที่มีการจัดเรียงปุ่มไม่เหมือนคีย์บอร์ดปกติทั่วไป หรือผู้ที่ต้องการจะตั้งค่าปุ่มลัดต่าง ๆ เองเพื่อความสะดวกในการเอื้อมนิ้วของคุณไปกดปุ่มที่ต้องการ Opera อนุญาตให้คุณทำได้ และคุณก็ไม่ต้องใช้ Extension อีกด้วย

สรุป

ถ้าหากว่า 5 เหตุผลด้านบนไม่สามารถทำให้คุณอยากลองใช้ Opera แล้ว ผมก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอื่น ๆ ใดอีกแล้วมาทำให้คุณอยากลองใช้ จริง ๆ แล้ว Opera เป็น Browser ที่ดีตัวหนึ่งแต่คนมักจะมองข้ามไป ครั้งหน้าหากว่าคุณผิดหวังกับ Browser หลักที่คุณกำลังใช้อยู่ ก็ลองหันมาใช้ Browser อื่นบ้าง ไม่ถึงกับต้องหันมาใช้เป็น Browser หลักก็ได้ แค่หันมาใช้เป็น Browser สำรอง Opera ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณควรลอง

Tagged with →  
Share →
1 comments
DechochaiSinlapasat
DechochaiSinlapasat

  •  ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครัผม

Read more:
picexcel
การ Query ฐานข้อมูล Access ใน Excel ตอนที่ 1

Close