Share →

มาทำความรู้จัก SME กัน

เชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี สำหรับคำว่า “SME” หลังจากที่เศรษฐกิจประเทศไทยฟื้นตัว คนที่ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร หรือเบื่อกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนและมีความพร้อมที่จะลงทุนทำธุรกิจ ก็เริ่มหันมาทำธุรกิจ SME กัน ซึ่งธุรกิจ SME นั้นถือเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเป็นการวางฐานธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวในอนาคต ถือเป็นความโชคดีที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจประเภทนี้และสนับสนุนทั้งในเรื่องของเงินทุนและตลาด ให้ SME เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ และในปัจจุบัน ธุรกิจ SME ในประเทศไทยก็เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลที่ดีเพราะสามารถกระจายรายได้และความเจริญเข้าสู่พื้นที่อื่นๆ ได้อีกทางหนึ่ง โดยปกติมักใช้การตลาดออนไลน์เข้ามาช่วยโปรโมทเพื่อเติมเ่ช่นโปรแกรมทำ SEO

SME คืออะไร

คำว่า SME ย่อมาจากคำว่า Small and medium Enterprised แปลตามตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครอบคลุมไปถึงทั้งการค้า การผลิต และการบริการ โดยความหมายแล้วหลายคนอาจจะเข้าใจได้ว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ใครที่มีเงินทุนก็สามารถเปิดได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว SME ยังแบ่งย่อยออกเป็นหลายประเภท พอจะอธิบายคร่าวๆ โดยยกตัวอย่างดังนี้ การจำแนกประเภทของ SME โดยใช้มูลค่าชั้นสูงของสินทรัพย์ถาวร จำแนกได้ดังนี้

  1. ด้านการผลิต วิสาหกิจขนาดเล็กมูลค่าจะไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางจะไม่เกิน 200 ล้านบาท
  2. ด้านการบริการ วิสาหกิจขนาดเล็กมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางจะไม่เกิน 200 ล้านบาทเช่นกัน
  3. ด้านการค้า ก็จะแบ่งเป็นอีก 2 ประเภท คือ ค้าส่งและค้าปลีก โดย ค้าส่งขนาดเล็กจะไม่เกิน 50 บาท และขนาดกลางไม่เกิน 100 ล้านบาท ส่วนค้าปลีก ขนาดเล็กจะไม่เกิน 30 ล้านบาทและขนาดกลางไม่เกิน 60 ล้านบาท ดังนั้นความหมายที่แท้จริงของ SME จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจขนาดเล็กๆ แต่ยังรวมถึงธุรกิจขนาดกลางที่ใช้เงินลงทุนจำนวนหนึ่ง แต่ก็จะไม่เกินงบกว่าที่กำหนด เพราะนั่นจะเป็นในเชิงอุตสาหกรรม มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่

ทำไมต้องทำธุรกิจ SME

ทางเลือกในการสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองมีหลายหนทาง วัยทำงานส่วนใหญ่เน้นการสร้างความร่ำรวยด้วยการเล่นหุ้น เล่นพันธบัตร ซึ่งเป็นหนทางที่ทำให้ทรัพย์สินของเรางอกเงยในช่วงแรก เนื่องจากสามารถกำหนดระดับความเสี่ยงได้ด้วยตัวเอง และเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด แต่เมื่อถึงจุดๆ นึงที่เราสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ หลายคนจึงเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ และหาช่องทางพัฒนาให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งถึงเวลานี้เราก็จะพร้อมมากขึ้นในหลายๆ ด้าน
สาเหตุธุรกิจ SME เป็นทางเลือกที่ดีเพราะไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องลงทุนมหาศาล หรือต้องแบกรับภาระเกินขนาด เราสามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้ ที่สำคัญสามารถกำหนดทิศทางของธุรกิจได้ด้วยตัวเองและมีความเป็นอิสระสูง หากเราจับจุดได้ตรงตามความต้องการตลาดก็สามารถเป็นเศรษฐีได้ง่ายๆ

พร้อมแล้ว!! จะเริ่มธุรกิจอย่างไรดี

สองเท้าก้าวมา สองมือตบกระเป๋า หากท่านมีความพร้อมที่จะลงทุนเพื่อเป็นเถ้าแก่ในอนาคต เรามีวิธีเตรียมตัวให้กับท่าน

  • 1) ให้เลือกประเภทธุรกิจที่ท่านสนใจ ย้ำว่าต้องสนใจ หรือได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนหน้านี้พอสมควร หากเปิดธุรกิจที่ท่านไม่มีความรู้จะค่อนข้างเสี่ยง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรคำนึงอีกประการคือ ธุรกิจนั้นจะสามารถอยู่ในตลาดได้หรือไม่ เพราะบางอย่างที่ท่านสนใจ แต่อาจไม่มีคนซื้อสนใจเลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อได้ประเภทธุรกิจที่อยากทำจริงๆ แล้ว ลองปรึกษาคนรอบข้างเพื่อดูความเป็นไปได้ของธุรกิจ
  • 2) ศึกษาคู่แข่งและตลาด ธุรกิจแต่ละประเภทล้วนมีคู่แข่งทั้งนั้น ยกเว้นแต่ว่าท่านจะสร้างธุรกิจที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน!! การศึกษาคู่แข่งนั้น เช่น ดูว่ามีกี่ราย แต่ละรายสินค้ามีจุดเด่นอย่างไร การตลาดเป็นอย่างไรและมีที่ไหนบ้าง และวิเคราะห์ต่อไปว่าหากเราทำสิ่งนี้จริงๆ จะมีอะไรที่โดดเด่นกว่ารายเดิมๆ ได้บ้าง เพื่อเป็นการหาลู่ทางที่จะทำให้สินค้าเราออกไปหาผู้บริโภคได้
  • 3) คำนึงถึงตลาด ตลาดในที่นี้หมายถึงการกระจายสินค้าและกลุ่มลูกค้า แต่โดยปกติเรื่องกลุ่มลูกค้าควรจะคำนึงในอันดับต้นๆ แต่ที่จะต่อยอดคือ เราสามารถปล่อยสินค้าหรือบริการของเราไปยังกลุ่มเป้าหมายนั้นได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายไปกับการปล่อยลงตลาดที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้อาจจะลองคิดคร่าวๆ ถึงแผนการตลาดและโปรโมชั่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
  • 4) เตรียมเงินทุน ตามปกติการลงทุนนั้นผู้ประกอบการจะไม่ค่อยใช้เงินส่วนตัวในการลงทุนเองทั้งหมด แต่จะใช้บริการสินเชื่อ SME มาเป็นส่วนเสริมสภาพคล่องทางการเงินของเรา และเพื่อให้เงินในบัญชีนั้นไม่สูญหายและสามารถนำมาหมุนได้ยามคับขัน ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยงานที่สนับสนุนผู้ประกอบการอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สินเชื่อเอสเอ็มอีกสิกรไทย, สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SMEs ธนาคารออมสิน, สินเชื่อกรุงศรี SME อย่างไรก็ตามในระยะเริ่มต้นการขอสินเชื่ออาจจะยากซักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ สิ่งสำคัญคือเมื่อเริ่มดำเนินธุรกิจแล้ว จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของตัวเองปัญหา

ตัวอย่าง SME ที่ประสบความสำเร็จและน่าสนใจ

ธุรกิจ SME ในประเทศมีหลากหลายชนิด แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางธุรกิจเกิดขึ้นก็ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งและสภาพเศรษฐกิจ จนต้องล้มเลิกไป แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ

1) ปาย แอดเวนเจอร์

  • ลักษณะธุรกิจ : ธุรกิจรับจัดทัวร์ท่องเที่ยวแนวผจญภัย, กิจกรรมล่องเรือยางบนลำน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • จุดเด่นของธุรกิจ : เป็นบริการของคนในพื้นที่ทำให้มีความชำนาญ เข้าใจสภาพธรรมชาติและวัฒนธรรมในท้องถิ่นของตนเอง และให้บริการแบบมิตรภาพเป็นไปตามอัธยาศัยของคนไทย เน้นเรื่องความปลอดภัยและฝีพายมีความเชี่ยวชาญ
  • จุดเริ่มต้นของธุรกิจ : เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับให้เช่ารถมอเตอร์ไซด์และจักรยานแก่นักท่องเที่ยวแต่เกิดปัญหาค่าซ่อมบำรุงราคาสูง จึงปิดกิจการลง และหันมาทำธุรกิจนี้ เนื่องจาก ณ เวลานั้นมีธุรกิจล่องเรือยางที่ อ.ปาย เพียงรายเดียว อย่างไรก็ตามก็มีจุดแตกต่างตรงที่เป็นแนวแอดเวนเจอร์
  • จำนวนลูกค้า : เฉลี่ย 300 คน/เดือน
  • ต้นทุน : จัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ หลักแสนบาท

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/smes/

2) ธุรกิจนมสดถั่วเหลืองออแกนิค “ฟูดดี้”

  • ลักษณะสินค้า : เป็นน้ำเต้าหู้บรรจุใส่ขวดเป็นพาสเจอร์ไรซ์คงความสดใหม่
  • จุดแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ : เป็นนมถั่วเหลืองออแกนิกซ์สูตรหวานน้อย เพิ่มรสชาติให้หลากหลาย เช่น แต่งกลิ่นวานิลลา, รสธัญพืชงาดำ, รสโกโก้มอลต์ และรสธรรมชาติหวานน้อยเสริมแคลเซียม ปราศจากส่วนผสมของนมผงและนมวัว เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและคนที่แพ้นมวัว
  • จุดเริ่มต้นของธุรกิจ : พื้นฐานชอบกินน้ำเต้าหู้และทำกินเองภายในครอบครัวอยู่แล้ว ต่อมาได้ลองศึกษาว่าเด็กรุ่นใหม่ทานนมวัวน้อยลง และการตลาดด้านนมถั่วเหลืองในรูปแบบพาสเจอร์ไรซ์ยังไม่ค่อยมี จึงเป็นช่องว่างทางการตลาด โดยเฉพาะการทำนมสดถั่วเหลืองรสชาติต่างๆ ยังไม่มีใครทำ
  • ราคาขาย/ชิ้น : 39 บาท/ขวด
  • ตัวเลขการผลิต : 8,000 ขวด/สัปดาห์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thaismefranchise.com

3) ซูชิ 5 บาท

  • ลักษณะธุรกิจ : ขายซูชิ (อาหารญี่ปุ่น) หน้าต่างๆ ในราคาย่อมเยาเพียงชิ้นละ 5 บาท
  • จุดเด่นของธุรกิจ : นอกจากจะราคาย่อมเยากว่าราคาซูชิปกติแล้ว สินค้ายังมีคุณภาพ และมีหน้าให้เลือกกว่า 30 ชนิด เช่น หน้าแซลมอน หน้าปูอัด หน้าไข่กุ้ง หน้ายำสาหร่ายเขียว หน้าปลาซาบะ หน้าแฮม หน้าสลัดทูน่า ฯลฯ ในเรื่องความสดใหม่ก็ให้เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ คือ จะขายไปทำไป ของเหลือจะไม่นำมาใช้อีก ส่วนของอื่นๆ ก็จะใช้ให้หมดภายใน 3 วัน
  • จุดเริ่มต้นของธุรกิจ : จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ เริ่มมาจากการเปลี่ยนอาชีพจากเดิม และได้มองหาอีพที่เกี่ยวกับความชอบ ซึ่งปกติชอบทำสิ่งสวยๆ งามๆ จนกระทั่งเพื่อนได้แนะนำให้ขาย “ซูชิ”พร้อมทั้งบอกวิธีทำ หลังจากหาทำเลขายได้แล้ว วันแรกก็ไปซื้อของ วันที่สองก็นั่งหัดทำที่บ้าน และออกขายในวันที่ 3 ซึ่งขายหมดตั้งแต่วันแรก ก็เลยเกิดแรงฮึดสู้ จึงมุมานะพยายามมากขึ้น ด้วยการออกแบบหน้าซูชิต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เริ่มแรกมีเพียง 8-9 หน้า 8 เดือนผ่านไป หน้าซูชิมีเพิ่มขึ้นถึง 30 หน้า
  • การลงทุน : เงินลงทุนวัตถุดิบประมาณ 3-4 พันบาท (ข้าวญี่ปุ่น 7 กล., ไข่กุ้ง, วาซาบิ, มายองเนส, ยำสาหร่าย, กุ้งต้ม ฯลฯ)
  • รายได้ : หากขายหมดจะได้วันละประมาณ 5,000 – 6,500 บาท

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://women.sanook.com/work/108jobs/108jobs_45544.php

ปัญหาที่อาจเกิดกับ SME

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือคนที่เคยทำธุรกิจมาแล้ว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาได้อีก โดยปัญหาที่อาจเกิดกับธุรกิจ SME หลักๆ มีดังนี้

  1.  ปัญหาด้านเงินทุนตามที่ได้บอกไปในหัวข้อข้างต้นว่าการทำธุรกิจเริ่มแรกเรื่องเงินทุนอาจเป็นสิ่งที่ต้องคิดให้มาก และอาจจะมีปัญหาตั้งแต่ตอนเริ่ม คือ อาจกู้ยืมไม่ได้ เนื่องจากยังไม่มีความน่าเชื่อถือพอ หรือทำธุรกิจไปได้ซักพัก ก็เกิดปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียน ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ด้วยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ถึงจะไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โตแต่การทำบัญชีอย่างรอบคอบ โปร่งใส ก็ช่วยให้เรารู้ฐานะทางการเงินของตัวเองได้ ที่สำคัญยังเพิ่มเครดิตให้กับตัวเองได้ด้วย
  2. ปัญหาด้านการตลาดเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ใหญ่โต นอกจากจะเป็นเจ้าของแล้ว บางทีเราอาจต้องบริหารเองทั้งหมด ซึ่งอาจจะไม่ได้วางแผนเรื่องการตลาดหรือทำได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะการตลาดที่จะแพร่กระจายสินค้าไปในวงกว้าง โปรแกรม Classified BC เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหานี้เบื้องต้น ดังนั้นปัญหาที่อาจจะพบได้ก็คือ ทำไปซักพักแล้วรู้สึกว่ายอดขายคงที่ กลุ่มเป้าหมายเท่าเดิม เป็นต้น
  3. ปัญหาด้านการสร้างแบนด์และความน่าเชื่อถือเป็นปัญหาต่อเนื่องจากการตลาด เพราะการตลาดที่ไม่แข็งแรงพอ ก็จะทำให้สินค้าของเรารู้จักกันแค่ในวงแคบๆ ไม่สามารถเข้าถึงคนที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ หรือเข้าถึงได้แต่ก็ไม่ได้รับความไว้วางใจเหมือนสินค้าที่มีในพื้นที่อยู่แล้วการตลาดทางหนึ่งที่ได้ผลคือ การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในสื่อออไลน์หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ แน่นอนว่าสองสื่อนี้สามารถเข้าถึงคนกลุ่มได้มาก แต่ก็ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนด้วย
  4. ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีและแรงงานจุดเริ่มต้นของธุรกิจ SME ส่วนมากจะเริ่มต้นจากครอบครัว คนใกล้ตัว หรือทำด้วยตนเอง ส่วนเครื่องมือก็จะใช้ง่ายไม่ซับซ้อน และมีเพียงไม่แก่ชิ้น เพียงพอต่อการผลิต แต่วันนึงธุรกิจของเราอาจขยายตัว เมื่อนั้นจะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของจำนวนการผลิตและการบริหาร ในด้านจำนวนการผลิตก็ต้องส่งผลต่อการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม เช่น เปลี่ยนเป็นเครื่องจักรที่ทันสมัยขึ้น แข็งแรงขึ้น ทำไวขึ้น เพื่อสนองต่อความต้องการปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ในบางประเภทอาจไม่ต้องใช้เครื่องจักร แต่ใช้แรงงาน ก็จะต้องรับแรงงานเข้ามา
Share →
0 comments