Share →

Social media marketing เพิ่มช่องทางการขาย ทวีค่า

การตลาดผ่านทาง Social media เกี่ยวข้องกับ การเพิ่มจำนวนการเข้าออกของเว็ปไซด์ (Website traffic) หรือผ่านเว็ป Social media  โปรแกรมการตลาดผ่านทาง Social media (โซเชียลมีเดีย) มักจะมุ่งเน้นในความพยายามที่จะสร้างเนื้อหาให้สามารถดึงดูดคนหรือชักจูงให้คนอ่านแชร์มันผ่านทางเครือข่าย Social  ข้อความของบริษัทจะสามารถกระจายจากผู้ใช้คนหนึ่งไปยังผู้ใช้และข้อความเหล่านั้นมักจะเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถืออีกด้วยเพราะมันมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับข้อความจากบริษัทหรือผลิตภัณฑ์เองโดยตรง ดังนั้นการตลาดผ่านทาง Social media (โซเชียลมีเดีย) นั้นจึงเป็นรูปแบบการตลาดที่มีลักษณะการกระจายออกไปในรูปปากต่อปาก

Social media marketing เริ่มจะเป็นรูปแบบที่คนใช้อินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายมากขึ้น  การเพิ่มขึ้นของ Social media(โซเชียลมีเดีย)  ผลักดันให้เกิดความรับรู้ในตราผลิตภัณฑ์, การบริการลูกค้าที่ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ Social media (โซเชียลมีเดีย) เซิฟเวอร์เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างระบบงานทางการตลาดขึ้น

รูปแบบของ Social media (Social media outlets/Platforms)

เว็บไซด์และ blog แบบ Social networking

เว็บไซด์แบบ Social networking จะอนุญาตให้แต่ละคนสามารถติดต่อกับคนอื่นและสร้างความสัมพันธ์ต่อกันได้ เมื่อผลิตภัณฑ์หรือบริษัทได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเว็บไซด์ คนทั่วไปจะสามารถรับรู้และตอบโต้ได้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์นั้น ความสามารถในตอบโต้ของเว็บไซด์นั้นจะสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวและพิเศษให้กับผู้ใช้

เว็บไซด์และ blog แบบ Social networking จะอนุญาตให้ผู้ใช้แบบติดตาม (follower) สามารถโพสข้อความที่ถูกสร้างเพื่อการโฆษณาสินค้าซ้ำ (retweet หรือ repost) ได้  และจากข้อความที่เกิดการโพสซ้ำนั้นจะส่งผลให้ทุกผู้ใช้ที่มีการเชื่อมต่อกันจะสามารถเห็นข้อความดังกล่าวได้ ซึ่งนั้นหมายความข้อความดังกล่าวจะถูกรับรู้ในจำนวนคนที่มากกว่า เว็บไซด์แบบ Social networking ทำหน้าที่เหมือน “คำพูดจากปาก” เพราะข้อมูลของสินค้าจะถูกสร้างจากเว็บไซด์แบบ Social networking และจะถูกทำซ้ำเรื่อยๆ และเป็นเพิ่มการรับรู้ต่อสินค้า หรือบริษัท

ผ่านทางเว็บไซด์ Social networking สินค้าหรือบริษัทสามารถตอบโต้กับผู้ใช้แบบติดตาม (follower) เป็นรายบุคคลได้ ด้วยการตอบโต้เป็นส่วนตัวนั้น ยังสามารถสร้างความจงรักภักดีให้กับผู้ใช้แบบติดตาม(follower) หรือลูกค้าที่มีความศักยภาพอีกด้วย และด้วยความสามารถในการเลือกบุคคลที่จะติดตามในเว็บไซด์หรือสินค้าได้ ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น

เว็ปไซด์ Social Networking ยังมีข้อมูลจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับมุมมองที่ลูกค้ามองต่อสินค้าและบริการที่สนใจ ผ่านทางการเทคโนโลยีในการวิเคราะห์เชิงความหมาย (ิวิ้ องที่ลูกค้ามองต่อสินค้าและบริการที่สนใจ ผ่านทางการใช้ Semantic Analysis) นักการตลาดสามารถตรวจจับสัญญาณของผู้ซื้อ เช่นเนื้อหาที่ถูกแชร์หรือคำถามที่ถูกโพสถาม  ความเข้าใจสัญญาณของผู้ซื้อนั้นจะช่วยสนับสนุนการขายทำให้นักการตลากสามารถสร้างและดำเนินการการตลาดในกลุ่มเป้าหมายย่อยได้

โทรศัพท์มือถือ

การใช้โทรศัพท์มือถือเริ่มมีประโยชน์ในเชิงการตลาดแบบ Social media (โซเชียลมีเดีย) ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือจำนวนมากสามารถใช้งาน Social Networking ได้ โดยสามารถแจ้งถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนเว็ปไซด์แบบ Social Networking ผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างทันทีทันใด ด้วยการเชื่อมต่อตลอดเวลากับเว็บไซด์ social media นั้นจึงส่งผลทำให้สินค้าและบริษัทสามารถแจ้งเตือนหรืออัพเดทเกี่ยวกับความสามารถ, การใช้ หรือความสำคัญ เป็นต้น ต่อผู้ติดตาม (follower) ได้ และด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อเว็บไซด์ Social Networking ทำให้การโฆษณาสามารถพบเห็นได้ตลอดเวลา หลายบริษัทได้นำโค้ดแบบ QR มาใช้กับผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงเว็ปไซด์บริษัทหรือบริการออนไลท์ผ่านทางโทรศัพท์แบบ smart-phone อีกด้วย

กลยุทธ์

Twitter

Twitter อนุญาตให้บริษัทสามารถโฆษณาสินค้าในระดับส่วนบุคคล การใช้ผลิตภัณฑ์สามารถอธิบายด้วยข้อความสั้นๆ และผู้ติดตาม (follower) จะสามารถอ่านได้ โดยข้อความดังกล่าวจะไปปรากฏบนหน้าโฮมเพจของผู้ติดตามด้วย ข้อความเหล่านั้นสามารถลิงค์ไปสู่เว็ปไซด์ของสินค้า, โปร์ไฟล์ใน Facebook, รูปภาพ, วีดีโอ และอื่นๆ ลิงค์จะถูกทำขึ้นเพื่อให้ผู้ติดตาม (follower) สามารถใช้เวลามากขึ้นในการรับรู้และตอบโต้กับสินค้าออนไลน์ได้ การรับรู้และตอบโต้สามารถสร้างความจงรักภักดีระหว่างสินค้าและบุคคลและยังสามารถนำมาซึ่งโอกาสในการโฆษณาที่ดีกว่าอีกด้วย

Facebook

โปรไฟล์ของ facebook สามารถใส่รายละเอียดได้มากกว่า Twitter โดย Facebook จะอนุญาตให้ใส่วีดีโอ, รูปภาพ และคำอธิบายที่ยาวกว่าได้ วีดีโอสามารถแสดงการใช้งานสินค้าหรือวิธีใช้งาน ใน Facebook เมื่อผู้ติดตาม (follower) คอมเมนต์ในหน้าของสินค้าแล้ว ผู้อื่นก็สามารถจะเห็นข้อความเหล่านั้นได้ด้วย และ Facebook ยังสามารถลิงค์ไปยังหน้าสินค้าใน Twitter และยังสามารถเตือนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย ใน Facebook การโฆษณาสินค้าเป็นในรูปแบบทันทีทันใดและสามารถดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจได้อย่างดีด้วย

นักการตลาดมองเห็นประโยชน์ในการตลาดแบบ social media(โซเชียลมีเดีย) ทำให้นักโฆษณายังคงเพิ่มการใช้จ่ายในการตลาดแบบ social media (โซเชียลมีเดีย) อย่างต่อเนื่องประมาณ 25% กลยุทธทางการตลาดขยายขอบเขตในรูปแบบสปอนเซอร์และการได้รับผู้สนใจ (fan) ใหม่ผ่านทางโฆษณาใน facebook จากการศึกษาพบว่า 84% ของการคลิ๊กเพื่อกดชอบมาจากการโฆษณาใน facebook ทุกวันนี้ตราผลิตภัณฑ์ สามารถเพิ่มผู้สนใจโดยเฉลี่ย 9% ต่อเดือน หรือเพิ่มฐานจำนวนผู้สนใจเพิ่มขึ้นสองเท่าในทุกๆ ปี

Blogs

ทุกวันมีหลายเหตุผลที่บริษัทใช้รูปแบบของ Blog สำหรับงานทางด้าน social media (โซเชียลมีเดีย) โดยที่ Blog มีลักษณะเหมือนกับ LinkedIn ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสภาพแวดล้อมสำหรับบริษัทหรือลูกค้าเพื่อทำการเชื่อมต่อออนไลน์  บริษัทจะผลักดัน Blog ของตัวเองให้สินค้าเป็นที่รู้จักและมีเอกลักษณ์เฉพาะตน และสามารถส่งผ่านข้อมูลที่ถูกต้องสู่ลูกค้าผ่าน Social media ในรูปของข้อมูลที่จำเป็น, จุดกำเนิด และความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล

เราสามารถเขียนคำอธิบายสินค้าหรือบริการได้ละเอียดกว่า ด้วยคำอธิบายที่ละเอียดกว่านั้น ทำให้สามารถใส่เหตุผลและวิธีการใช้งานลงไปได้ด้วย และ Blog ยังสามารถเห็นข้อความตอบโต้กันได้อีกด้วย โดยที่ Blog สามารถเชื่อมต่อไปยัง Facebook, Twitter ,Social network และหน้าของ Blog อีกด้วย ในการใช้งาน Blog เราสามารถอัพเดทข้อมูลได้บ่อยและสามารถใช้เทคนิคในการโฆษณาสำหรับการรักษาฐานลูกค้าได้ด้วย  การใช้การโปรโมทอื่นนั้นนำมาซึ่งผู้ติดตาม (follower) และผู้สมัครสมาชิก (Subscriber) หรือแม้แต่การเข้าโดยตรงสู่หน้าเพจ Social network

ในลักษณะเดียวกัน, สังคมออนไลน์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเพราะธุรกิจสามารถใช้สังคมออนไลน์ในการเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจในรูปแบบการใช้ Social network ได้ ด้วยสภาพแวดล้อมแบบออนไลน์ซึ่งสามารถเข้าถึงโดยเอกเทศ ดังนั้นลูกค้าจึงถูกเชิญชวนให้เป็นส่วนหนึ่งของการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ ด้วยการอนุญาตให้บริษัทสามารถประเมินตัวเองในโลกธุรกิจ อย่างเช่น Glassdoor ซึ่งเป็นเว็ปไซด์ที่ซึ่งลูกจ้างสามารถประเมินบริษัทของตัวเองได้ด้วย

บางธุรกิจเลือกที่จะรวมรูปแบบของ Social media  Marketing มาเป็นส่วนหนึ่งในรูปแบบการตลาดแบบดั้งเดิม เพราะลูกจ้างของธุรกิจนั้นไม่ชอบในสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่แยกอิสระออกมา มีการกำหนดกฏเกณฑ์ของบริษัทขึ้นเมื่อมีการใช้งานการตอบโต้แบบออนไลน์ โดยที่หลายบริษัทกังวลเกี่ยวกับสาธารณชนจะมีอิทธิผลมากเกินไปต่อการรับรู้ทางการตลาดของบริษัท  อันเกิดจากความสามารถเข้าถึงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพื่อรักษาความได้เปรียบทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า ธุรกิจจำเป็นต้องตระหนักถึง 4 ประการหลักในการรักษาลูกค้าไว้ คือ ข้อมูล, การมีส่วนรวม, สังคม และการควบคุม

LinkedIn 

LinkedIn โดยปกติแล้วเว็บนี้ไม่ค่อยเหมาะกับคนไทยเนื่องจากว่า คนไทยใช้ค่อนข้างน้อย แต่จะบอก ไอเดียว่าการตลาดในเมืองนอกเขาทำกันยังไง เริ่มแรกเป็นเว็บไซด์เกี่ยวกับเครือข่ายทางธุรกิจแบบมืออาชีพ ซึ่งจะยอมให้บริษัทสามารถสร้างโปร์ไฟล์แบบมืออาชีพ และให้บริษัทเหล่าสร้างความสัมพันธ์และพบปะกันได้ บริษัทสามารถโปรโมทผ่านกิจกรรมทาง social network ด้วย  ผ่านทางการใช้งาน Widget เช่นการใช้ Twitter หรือ Blog ในการเข้าถึงหน้าของผลิตภัณฑ์ในหน้าเพจโปร์ไฟล์ของ LinkedIn และทาง LinkedIn จัดให้สมาชิกมีโอกาสที่สร้างการขาย หรือหาคนร่วมลงทุนในธุรกิจอีกด้วย  สมาชิกสามารถใช้เพจบริษัท (Company Page) ที่ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหน้า Facebook เพื่อสร้างพื้นที่ซึ่งเจ้าของบริษัทสามารถโฆษณาสินค้าและบริการและยังสามารถตอบโต้กับลูกค้าได้อีกด้วย

Yelp

Yelp เป็นดัชนีออนไลน์ของโปร์ไฟล์ของธุรกิจ ธุรกิจต่างๆ สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสมุดหน้าเหลือง (Yellow Pages) เว็บไซด์นี้มีการดำเนินงานใน 7 ประเทศ ซึ่งรวม สหรัฐอเมริกาและ แคนนาดา ด้วย ผู้มีสิทธิในการใช้งานจะสามารถสร้าง แชร์ หรือ แก้ไขโปร์ไฟล์ของบริษัท พวกเขาอาจจะโพสข้อมูลเช่น ที่อยู่, ข้อมูลในการติดต่อ, รูปภาพ และ ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการ โดยที่เว็บไซด์ Yelp อนุญาตให้แต่ละคนสามารถเขียนหรือโพสรีวิวเกี่ยวกับบริษัทและให้คะแนนในรูปแบบคะแนนเต็ม 5 แต้มอีกด้วย คุณสมบัติเกี่ยวกับข้อความและการพูดคุยกันนั้นทำให้สมาชิกทั่วไปได้ศึกษาและรับรู้ผ่านทางความเห็นที่ถูกโพสลงไป

Youtube

Youtube เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ได้รับความนิยม การโฆษณาถูกทำขึ้นในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้ฟังหรือผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ประเภทของภาษาและแนวความคิดที่ถูกใช้ในการโฆษณาสินค้านั้นสะท้อนจากสไตล์และรสนิยมของผู้ชมเอง

การโฆษณาใน Youtube นั้นปกติจะมีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาของวีดีโอที่ถูกเรียกชม ซึ่งนี้เป็นข้อดีของ Youtube สำหรับนักโฆษณา โฆษณาที่เหมาะสมโดยที่เนื้อหามีเกี่ยวข้องกันจะถูกแสดงออกมากับโฆษณานั้น โอกาสการโฆษณาเช่นการเป็นสปอนเซอร์ของวีดีโอนั้นเป็นไปได้บน Youtube ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้หาวีดีโอการฝึกสุนัขซึ่งบางทีอาจจะแสดงวีดีโอที่เป็นสปอนเซอร์ซึ่งเป็นบริษัทผลิตของเล่นสุนัขปนกับวีดีโออื่นๆ

Share →
0 comments
Read more:
technical analysis หุ้น
จะเซียนเล่นหุ้น ต้องเข้าใจแนวรับและแนวต้าน

Close