Share →

หลักการ

Advancing, Declining, Unchanged Volume (ปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่ราคาสูงขึ้น, ราคาลดลง, ราคาปิดไม่เปลี่ยนแปลง) เป็นตัวดัชนีในการวัด momentum ของตลาด ซึ่งค่าดังกล่าวนี้จะสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวของหุ้นที่มีการซื้อขายหลายล้านตัวต่อวัน

ปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาสูงขึ้น หมายถึงปริมาณการซื้อขายของหุ้นทุกตัวที่มีการซื้อขายในราคาที่สูงขึ้น ส่วนปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาต่ำลง หมายถึงปริมาณการซื้อขายของหุ้นทุกตัวที่มีการซื้อขายในราคาที่ต่ำลง และส่วนปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาไม่เปลี่ยนแปลง คือปริมาณของหุ้นทั้งหมดที่มีการซื้อขายที่ซึ่งราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

ความหมาย

ตัวดัชนีที่พัฒนามาจากปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลง มีหลายตัวไม่ว่าจะเป็น Cumulative Volume Index, Negative Volume Index, Positive Volume Index และ Upside-Downside Ratio กราฟของปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นหรือกราฟของปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาลดลงนั้นจะใช้เพื่อมองหาการ Divergence (ที่ซึ่งปริมาณการซื้อขายของหุ้นเพิ่มขึ้นแต่ตลาดหุ้นลง)

เนื่องจากมีการแกว่งตัวของปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นและราคาลดลง ดังนั้นผมแนะนำให้คุณปรับดัชนีโดยใช้ค่าเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่แบบ 3 ถึง 10 วัน

 
ตัวอย่าง

กราฟด้านล่างเป็นกราฟของ S&P500 และ ค่าเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่แบบ 10 วันของปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาขึ้น

 

จากกราฟเราจะเห็นว่าราคาในเส้นแนวโน้ม A กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของปริมาณการซื้อขายของหุ้นที่มีราคาสูงขึ้น (เส้นแนวโน้ม B)มีการ Divergence (ขัดแย้งกัน) ถ้าคุณมองดัชนี S&P500 คุณจะรู้สึกว่าตลาดกำลังจะขึ้น แต่ปริมาณการซื้อขายของหุ้นให้ภาพที่เป็นจริงมากกว่า และราคาก็ถูกปรับให้เป็นไปตามนั้นในที่สุด

บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ ADVANCING-DECLINING ISSUES
บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ ANDREWS’ PITCHFORK

Share →
Read more:
powerpoint
การสั่งไฟล์เสียงให้วนใน Powerpoint

Close