Share →

หลักการ

เส้น Advance/Decline (เส้น A/D) เป็นเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการวัดลักษณะของตลาด โดยค่านี้เกิดจากผลรวมของดัชนี Advancing-Declining Issues เมื่อเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของค่าดัชนีของตลาดหุ้น เราจะพบว่าเส้น A/D จะมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากในการวัดความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น

 

ความหมาย

เส้น A/D มีประโยชน์มากในการวัดความแข็งแรงของตลาดโดยรวม เมื่อมีหุ้นขึ้นมากกว่าหุ้นที่ราคาลดลง เส้น A/D จะมีทิศทางพุ่งขึ้น และในทางกลับกัน ถ้าราคาหุ้นที่มีราคาลงมีมากกว่าหุ้นที่มีราคาขึ้น เส้น A/D จะมีทิศทางพุ่งลง

 นักลงทุนจำนวนมากเห็นว่าเส้น A/D สามารถแสดงความแข็งแกร่งของตลาดหุ้นได้ดีกว่าค่าดัชนีอื่นๆโดยทั่วไป อย่างเช่น ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ด้วยการศึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มของเส้น A/D เราจะเห็นว่าถ้าตลาดมีทิศทางในขาขึ้นหรือขาลงก็ตาม เส้น A/D ก็สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน และสามารถแสดงให้เห็นภาพว่าแนวโน้มตลาดปัจจุบันยังคงอยู่ได้อีกนานเท่าไรด้วย

วิธีการใช้งานเส้น A/D อีกรูปแบบหนึ่ง คือใช้ในการหาลักษณะของ Divergence ระหว่าง Set index กับ เส้น A/D บ่อยครั้งที่ในตลาดขาขึ้นเราจะสามารถทำนายจากเส้น A/D ที่เริ่มจะกลับตัว ถึงแม้ว่าค่า SET Index ยังคงทำค่าสูงสุดใหม่ต่อไป จากข้อมูลเก่าๆ เราพบว่าการ Divergence ระหว่าง SET Index กับ เส้น A/D ค่า SET Index จะเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางของเส้น A/D

 

ตัวอย่าง

กราฟแสดง DJIA และเส้น A/D

 

โดยค่า DJIA ทำจุดสูงสุดก่อนเกิดวิกฤติการตลาดหุ้นในปี 1987 ในช่วงเวลาเดียวกัน เส้น A/D ได้เริ่มมีค่าลดลงแล้ว ซึ่งเป็นชนิดหนึ่งของ Divergence ซึ่งทำให้นักลงทุนหลายๆคุณไม่ตามราคาหุ้นต่อไป ส่งผลทำให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรงในปี 1987


การคำนวณ

เส้น A/D ถูกคำนวณมาจากผลต่างของจำนวนหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้นกับจำนวนหุ้นที่ราคาลดลง แล้วนำค่าดังกล่าวของวันนั้นมาบวกหรือลบกับค่าสะสมเดิม

ตารางแสดงการคำนวณเส้น A/D

 

เนื่องจากเส้น A/D เริ่มจากค่าศูนย์ ดั้งนั้นตัวเลขของเส้น A/D จึงไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไร แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือความชันและรูปแบบของเส้น A/D 

 

บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ดัชนี ACCUMULATION SWING INDEX
บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ ADVANCE/DECLINE RATIO

Share →
Read more:
icon
ปรับสีภาพถ่ายให้เป็นภาพแนว Posterize ด้วย Photoshop (ภาค 2)

Close