Share →

หลักการ

Bollinger Bands มีลักษณะคล้ายกับ moving average envelopes ความแตกต่างระหว่าง Bollinger Bands และ envelop คือ envelop นั้นจะถูกสร้างจากเปอร์เซ็นต์ที่ตายตัวซึ่งอยู่เหนือและต่ำกว่า moving average ในขณะที่ Bollinger Bands จะถูกสร้างจากระดับค่า standard deviation level ที่อยู่เหนือและต่ำกว่ากว่า moving average ในขณะที่ standard deviation จะถูกวัดจากการแกว่งตัว โดยความกว้างของช่วงจะถูกปรับตามการแกว่งตัวของตลาด โดย Bollinger Bands นั้นถูกคิดโดยนาย John Bollinger

 

ความหมาย

Bollinger Bands จะถูกใช้ในการแสดงค่าสูงสุดของราคาหุ้น แต่พวกมันก็ยังสามารถแสดงในรูปของ indicator ได้ด้วย ซึ่งจะแทนช่วงที่เป็นไปได้ของราคา โดยที่ Bollinger Band นั้นเป็นความกว้างของแถบซึ่งจะถูกเปลี่ยนไปตามการแกว่งตัวของราคา ในขณะที่มีการแกว่งของราคามากนั้น ความกว้างของแถบก็จะกว้าง และในขณะที่ราคามีการแกว่งตัวต่ำ ความกว้างของแถบก็จะแคบมาก

นาย Bollinger เคยเขียนลักษณะที่สำคัญของ Bollinger Bands ไว้ดังนี้

-          การเปลี่ยนแปลงราคาโดยฉับพลับจะเกิดขึ้นหลังจากที่ความกว้างของแถบแคบมากๆ

-          เมื่อราคาวิ่งออกในความกว้างแถบ นั้นหมายความแนวโน้มในปัจจุบันจะยังคงอยู่

-          ถ้าค่าต่ำสุดและค่าสูงสุดออกนอกความกว้างของแถบ นั้นหมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแนวโน้ม

 

ตัวอย่าง

กราฟแสดง Bollinger Bands ของราคาหุ้น Exxon

 

ความกว้างเกิดจากการคำนวณโดยใช้ 20-day exponential moving average และระยะความกว้างมีค่าเท่ากับ 2 เท่าของ deviation

ส่วนที่กว้างที่สุดของแถบเป็นช่วงที่ราคามีการแกว่งตัวสูงซึ่งเกิดในช่วงเดือนเมษายน  และความกว้างของแถบเริ่มลดลงซึ่งเข้าสู่จุดสมดุลในช่วงปลายปี ซึ่งการแคบลงของแถบจะเป็นการเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาแบบฉับพลัน ราคาที่หลุดออกมาจากแถบความกว้างในช่วงที่แคบๆ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นราคา breakout

 

การคำนวณ

Bollinger Bands จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 เส้น โดยเส้นกลางจะเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา ซึ่งจะมีสูตรดังต่อไปนี้ โดยที่ค่า “n” จะเป็นจำนวนเวลาที่จะคิดค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ตัวอย่างเช่น 20 วัน)

 

 

 

เส้นบนจะมีลักษณะเดียวกับเส้นกลางแต่มีการเลื่อนขึ้นด้านบนเท่ากับค่า standard deviation โดยในสูตรต่อไปนี้ ค่า “D” จะมีค่าเท่ากับ standard deviation

 

ส่วนเส้นล่างจะเป็นการเลื่อนลงมาด้านล่างโดยมีค่าเท่ากับ standard deviation

 

 

 

นาย Bollinger แนะนำให้ใช้ค่า 20 เป็นค่าของการคิดค่าเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่ โดยการคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นแบบวิธีง่ายๆ ทั่วไป (เหมือนที่แสดงในการคำนวณเส้นกลาง) และใช้นำค่า 2 เท่าของ standard deviation มาคิดด้วย นาย Bollinger พบว่าการที่ใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่น้อยกว่า 10 วันจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ AVERAGE TRUE RANGE
บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ CANDLESTICKS

Share →