Share →

หลักการ

ในช่วงยุคปี 1600 ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบใหม่เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ราคาของสัญญาซื้อข้าว โดยเทคนิคนี้ถูกเรียกว่า กราฟแท่งเทียน (Candlestick charting) หลังจากนั้นนาย Steven Nison ได้นำเทคนิคดังกล่าวมาเผยแพร่ทำให้เทคนิค Candlesticks ได้รับความนิยม และตัวเขาเองก็ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตีความหมายของกราฟแท่งเทียน

 กราฟแท่งเที่ยงแสดงราคาเปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุด และราคาปิด ในรูปแบบนี้กราฟแท่ง ซึ่งให้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาเปิดและราคาปิด กราฟแท่งเทียนเป็นแนวทางใหม่ในการแสดงราคาหุ้น ซึ่งในกระบวนนี้ไม่มีการคำนวณใดๆ มาเกี่ยวข้อง

 แต่ละแท่งเทียนนั้นหมายถึงข้อมูลระยะเวลาหนึ่งวัน  ซึ่งแสดงองค์ประกอบตามรูปด้านล่าง

 

 

ความหมาย

ผมเคยพบนักลงทุนที่สนใจการใช้กราฟแท่งเทียนในการวิเคราะห์หุ้นด้วยเหตุผลว่ามันแอบเป็นศาสตร์ลึกลับที่น่าศึกษา และผมก็เคยพบนักลงทุนที่ปฏิเสธกับเรื่องกราฟแท่งเทียนเพราะว่ามันเป็นเพียงแค่กราฟโง่ที่ไม่มีอะไรมากมาย จริงๆแล้วผมอยากให้ทุกคนมองเกี่ยวกับการแท่งเทียนว่าเป็นการแสดงให้เห็นของการเปลี่ยนแปลงเส้นอุปสงค์/อุปทาน

 เพราะแท่งเทียนแสดงความสัมพันธ์ของราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิด ดังนั้นแท่งเทียนจะไม่สามารถเขียนได้เลย ถ้าเรามีข้อมูลเพียงแค่ราคาปิด แต่ถ้าเราอยากจะนำข้อมูลที่เรามีเพียงแค่ราคาปิดมาเขียนเราก็ยังพอทำได้ โดยอาจจะใช้ราคาปิดของเมื่อวานมาเป็นราคาเปิดของวันนี้ ด้วยเทคนิคทำให้คุณสามารถสร้างเส้นแท่งเทียนแต่รูปแบบของกราฟอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง

 การแปลความหมายกราฟแท่งเทียนโดยดูจากรูปแบบของกราฟ โดยเราได้นำรูปแบบที่ได้รับความนิยมมาอธิบายไว้ด้านล่าง

 

รูปแบบตลาดผู้ซื้อ

Long white (empty) line

รูปแบบนี้เป็นของตลาดผู้ซื้อ มันจะเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดใกล้กับราคาต่ำสุดและราคาปิดใกล้กับราคาสูงสุด

 

Hammer

รูปแบบนี้เป็นของตลาดผู้ซื้อ มันจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดการลงของราคาอย่างมีนัย ถ้าเส้นนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างมีนัยและ เราจะเรียกรูปแบบนี้ว่า Hanging Man โดย Hammer จะมีส่วนของตัวเทียนเพียงนิดเดียวเท่านั้น (มีช่วงห่างที่น้อยระหว่างราคาเปิดและราคาปิด) และมีส่วนหางที่ยาวมาก (ค่าต่ำสุดมีค่าต่ำกว่าราคาเปิด, ราคาปิด , ราคาสูงสุด อย่างมาก) โดยที่ส่วนของแท่งเทียนอาจจะมีหรือไม่มีการใส่สีลงไปก็ได้

Piercing line

เป็นรูปแบบของตลาดผู้ซื้อและตรงกันข้ามกับ Dark cloud cover โดยแท่งแรกจะเป็นแท่งดำยาว และเส้นสองที่จะเป็นเส้นสีขาวยาว โดยเส้นที่สองจะมีราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งแรก แต่ราคาปิดของแท่งที่สองจะสูงเกินครึ่งของเส้นตัวแท่งเทียนแรก

Bullish engulfing line

เป็นรูปแบบของตลาดผู้ซื้อรุนแรงถ้ามันเกิดหลังจากมีการตกลงของราคาอย่างมีนัย (เป็นสัญญาการกลับตัว) มันจะเกิดขึ้นเมื่อแท่งเทียนทึบอันแรกจะถูกครอบด้วยแท่งเทียนอันหลัง

Morning Star

นี้เป็นรูปแบบของตลาดผู้ซื้อซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ณ จุดนี้เป็นจุดต่ำสุด “star” เป็นตัวบ่งบอกว่ามีความเป็นไปด้ว่าตลาดจะมีการเปลี่ยนทิศทางในขาขึ้น และมีแท่งเที่ยน (ที่สอง) เป็นตัวยืนยันอีกด้วย โดยที่ star อาจจะเป็นแบบใส่สีหรือไม่ใส่สีภายในก็ได้

Bullish doji star

Star เป็นตัวชี้บอกถึงการเปลี่ยนทิศทางของตลาด และ doji เป็นตัวบ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ ดังนั้นรูปแบบนี้จะเป็นตัวชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทาง คุณควรจะรอการยืนยันของการเปลี่ยนทิศทางก่อน (มีรูปแบบ Morning star ด้านบน) ก่อนจะทำการเทรด เส้นแรกสามารถเป็นได้ทั้งแบบใส่สีหรือไม่ใส่สีก็ได้

 

รูปแบบตลาดผู้ขาย

Long Black (filled-in) line

เป็นเส้นของผู้ขาย มันจะเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดใกล้กับราคาสูงสุดและราคาปิดมีค่าใกล้กับราคาปิด

 

Hanging Man

เป็นเส้นของผู้ขายถ้าเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ถ้ารูปแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดขาลงชัดเจน เราจะเรียกว่า Hammer โดยแท่งเทียนนี้จะมีส่วนของตัวแท่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (มีช่องว่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) และมีส่วนห่างที่ยาว (มีค่าต่ำสุดต่ำกว่าราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาสูงสุดเป็นอย่างมาก) โดยส่วนของแท่งเทียนอาจจะมีสีหรือไม่มีสีก็ได้

 

Dark cloud cover

เป็นรูปแบบของตลาดผู้ขาย ซึ่งรูปแบบนี้จะมีความสำคัญมากถ้ามีแท่งหลังอยู่ต่ำกว่ากึ่งกลางของแท่งแรก (ตามรูป)

 

Bear engulfing line

รูปแบบนี้เป็นตลาดผู้ขายอย่างชัดเจน ถ้าเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นขาขึ้น (เป็นสัญลักษณ์ของการกลับตัว) มันจะเกิดขึ้นเมื่อแท่งผู้ขาย (แท่งไม่มีสี) ถูกแท่งผู้ซื้อ (แท่งมีสี) คุมอยู่

 

Evening star

รูปแบบของตลาดผู้ขายที่มีตัวยอดขึ้นมาอย่างเด่นชัด โดย “star” จะเป็นตัวบ่งบอกถึงการกลับตัวและแท่งผู้ซื้อ (แท่งเทียนมีสี) ได้ยืนยันเหตุการณ์นี้ โดย star อาจจะมีสีหรือไม่มีสีก็ได้

 

Doji star

โดยที่ star จะเป็นตัวบ่งบอกถึงการกลับตัว และ doji เป็นตัวบ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ ดังนั้นรูปแบบนี้จึงเป็นตัวบ่งบอกถึงสัญญาณการกลับตัวและช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจของนักลงทุน คุณควรจะรอสัญญาณเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจก่อนจะทำการเทรดด้วย

 

Shooting star

เป็นรูปแบบที่บอกว่าจะมีการกลับตัวเบาๆ 

 

สัญญาณการกลับตัว

Long-legged doji

เป็นเส้นที่เป็นสัญลักษณ์ของการกลับตัว โดยจะเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดและราคาปิดเป็นราคาเดียวกัน โดยมีความกว้างระหว่างราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดของค่อนข้างมาก

 

Dragon-fly doji

เป็นเส้นที่เป็นสัญลักษณ์ของการกลับตัว โดยที่ราคาเปิดและราคาปิดเท่ากับ โดยมีค่าต่ำสุดต่ำกว่าราคาเปิด,ราคาสูงสุด, ราคาปิดค่อนข้างมาก

 

Gravestone doji

เป็นเส้นที่เป็นสัญลักษณ์ของการกลับตัว โดยที่ราคาเปิด, ราคาต่ำสุด, ราคาปิด เป็นราคาเดียวกัน  โดยที่ราคาสูงสุดสูงกว่าราคาเปิด, ราคาปิด และราคาต่ำสุด ค่อนข้างมาก

  

Star

Star เป็นตัวบ่งบอกถึงการกลับตัว โดยที่ star จะเป็นแท่งที่มีส่วนของตัวแท่งเทียนที่สั้นมากๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดแท่งเทียนที่มีตัวแท่งที่ยาวมากกว่า โดยไม่มีส่วนของตัวแท่งอยู่ในแนวเดียวกัน แต่ส่วนของ shadow อาจจะเกยกันได้บ้าง

 

Doji star

โดยที่ star เป็นสัญญาณของการกลับตัวและ doji เป็นสัญญาณของความไม่แน่ใจ ดังนั้น รูปแบบนี้จะเป็นตัวบอกถึงการกลับตัวแล้วตามมาด้วยความไม่แน่ใจ เมื่อคุณเจอแท่งเทียนในรูปแบบนี้คุณควรรอการยืนยันให้แน่นอนก่อนที่จะทำการเทรดหุ้น 

  

Spinning tops

รูปแบบกลางๆที่ไม่มีอะไรพิเศษ โดยรูปแบบแท่งเทียนแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อระยะห่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิดมีค่าต่างกันเพียงเล็กน้อย

 

Doji

เป็นเส้นที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ โดยราคาหุ้นเปิดและปิดอยู่ที่ราคาเดียวกัน โดยเส้นในรูปแบบนี้มีหลายรูปแบบ

Double doji line (เส้น doji สองเส้นติดกัน) ซึ่งจะเกิดก่อนจะมีการ breakout จากความลังเลในปัจจุบัน

 

Harami

เป็นรูปแบบที่บอกถึงการลดลงของโมเมนตัม มันจะเกิดขึ้นเมื่อแท่งที่อยู่เล็กกว่าอยู่ภายในแท่งที่ใหญ่กว่า

ตัวอย่าง จะเกิดแท่งผู้ซื้อ (แท่งไม่ใส่สี) แล้วตามมาด้วยแท่งของผู้ขาย (แท่งใส่สี) ที่มีขนาดเล็ก จะเป็นบ่งบอกถึงการลดลงของโมเมนตัวของตลาดผู้ซื้อ

 

Harami cross

 เป็นรูปแบบที่บ่งบอกถึงการลดลงของโมเมนตัม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Harami แต่มีส่วนของ doji เพิ่มขึ้น 

 

บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ BOLLINGER BANDS
บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ CANSLIM

 

 

Share →