Share →

หลักการ

MACD (“Moving Average Convergence/Divergence”) เป็นตัวดัชนีประเภท trend following moment ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่สองอัน โดย MACD ถูกพัฒนาขึ้นโดย Gerald Appel ซึ่งได้ทำการตีพิมพ์ในหนังสือ Systems and Forecast

 MACD เป็นความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential ของ26 วันและ 12 วัน โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential แบบ 9 วันเรียกว่า “signal” หรือ “trigger” ซึ่งจะทำการสร้างกราฟไว้บน MACD เพื่อหาจุดที่จะซื้อและจุดที่จะขาย (นาย Appel ใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential ในรูปของเปอร์เซนต์ ดังนั้นเขาจึงใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 7.5%, 15% และ 20% ตามลำดับ)

 

ความหมาย

MACD ได้รับการพิสูจน์ในการใช้งานว่ามีประสิทธิภาพเมื่อตลาดหุ้นมีการแกว่งตัวสูง โดยมีสามวิธีที่นิยมใช้กับ MACD คือ crossovers, overbought/oversold และ divergence

Crossovers

หลักการง่ายของการซื้อขายโดยใช้ MACD คือจะขายเมื่อ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้น signal และจะซื้อเมื่อค่า MACD อยู่เหนือเส้น signal เราอาจจะพูดง่ายๆว่า เราจะทำการซื้อเมื่อค่า MACD ต่ำกว่าศูนย์ และจะขายเมื่อค่า MACD มากกว่าศูนย์

 

สภาวะ Overbought / Oversold

ค่า MACD จะเป็นตัวช่วยบอกสภาวะ Overbought / Oversold ได้เป็นอย่างดี เมื่อค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นแยกออกห่างจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว (ตัวอย่างเช่น การที่ค่า MACD สูงขึ้น) มันจะเป็นการบอกว่าราคาของหุ้นมีการบิดเบือนจากราคาที่ควรจะเป็น หุ้นแต่ละตัวจะเกิดสภาวะ overbought / oversold แยกเป็นอิสระจากหุ้นตัวอื่น

 

Divergences

โดยดัชนี้จะเป็นตัวชี้บอกว่าแนวโน้มในปัจจุบันใกล้จะจบเร็วๆนี้ เมื่อค่า MACD มีค่าค่อยๆลู่เข้า ในตลาดขาลงจะเกิดการที่ MACD จะทำค่าต่ำสุดในขณะเดียวกันราคาหุ้นก็จะตกลงทำค่าต่ำสุดใหม่เช่นกัน ส่วนในตลาดขาขึ้นนั้น MACD จะทำค่าสูงสุดในขณะที่ราคาหุ้นจะทำค่าสูงสุดด้วย โดยการ divergence เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรารับรู้ถึงสภาวะ overbought / oversold

 

ตัวอย่าง

กราฟของหุ้น Whirlpool และค่า MACD

 

จุด “ซื้อ” คือจุดที่ MACD อยู่เหนือเส้น signal และจุด “ขาย” คือจุดที่ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้น signal

 จากกราฟเราจะพบว่า MACD เป็นดัชนีประเภท trend following ซึ่งจะทำให้คุณมั่นใจว่าคุณอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะอยู่ในตลาด เมื่อตลาดมีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้นอย่างเช่นในเดือนตุลาคม 1993 และในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 1994 ซึ่งค่า MACD สามารถตรวจจับได้ชัดเจน แต่เมื่อแนวโน้มเกิดขึ้นในระยะสั้น เช่น มกราคม 1993 โดยค่า MACD ไม่สามารถตรวจจับ

 

การคำนวณ

MACD ถูกคำนวณโดยนำค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential แบบ 12 วันลบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential แบบ 26 วัน โดยน้ำค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential แบบ 9 วัน (เส้นประ) ของเส้น MACD (เส้น signal) วาดอยู่ในกราฟ MACD

บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ LINEAR REGRESSION LINES
บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ MASS INDEX

Share →
Read more:
powerpoint
ซ้อมการ present powerpoint ด้วย rehearse timing

Close