Share →

หลักการ

McClellan Oscillator เป็น market breadth indicator โดยอาศัยการปรับค่าให้ราบเรียบของค่าต่างระหว่างจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นกับจำนวนหุ้นที่ลดลงในตลาดหุ้น

 McClellan Oscillator ถูกพัฒนาขึ้นโดย Sherman และ Marian McClellan ซึ่งได้มีการเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมในหนังสือชื่อ Patterns for Profit

 

ความหมาย

ดัชนีนี้ใช้ค่าของจำนวนหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้นและจำนวนหุ้นที่ราคาลดลงเพื่อหาการเคลื่อนไหวของตลาด ในตลาดขาขึ้นจะมีจำนวนหุ้นจำนวนมากที่มีราคาเพิ่มขึ้น แต่เมื่อตลาดขาขึ้นอ่อนแรงลงจำนวนหุ้นจำนวนไม่มากที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งการลดลงของค่าดังกล่าวบ่อยครั้งจะเป็นสัญญาณในการบอกถึงการจบของตลาดขาขึ้น ซึ่งเราอาจจะแปลความหมายในลักษณะเดียวกันในตลาดขาลงเมื่อดัชนีตลาดยังลงในขณะที่มีจำนวนหุ้นที่มีราคาลดลงน้อยลง

 ค่า McClellan Oscillator เป็นหนึ่งใน breadth indicator ที่นิยมใช้มาก (อีก breadth indicator ที่นิยมก็คือ Advance/Decline Line) สัญญาณซื้อจะเกิดขึ้นเมื่อค่า McClellan Oscillator มีค่าเข้าสู่พื้นที่ oversold ซึ่งมีค่าอยู่ในช่วง -70 ถึง -100 แล้วกลับตัว ส่วนสัญญาณขายเมื่อค่า McClellan Oscillator เพิ่มขึ้นจนเข้าสู่พื้นที่ overbought ซึ่งมีค่าอยู่ในช่วง +70 ถึง +100 แล้วกลับตัว

 แต่ถ้าค่า oscillator มีค่าเกิดขอบเขตที่กล่าวไว้ (เกินค่า +100 หรือ ต่ำกว่า -100) ซึ่งเป็นสภาวะ overbought หรือ oversold แบบขีดสุด ในสภาวะขีดสุดแบบนี้ปกติแล้วจะเป็นการบ่งบอกถึงการคงของแนวโน้มในปัจจุบัน

 

ตัวอย่างเช่น ถ้า oscillator ตกลงต่ำกว่า -90 และพลิกหัวกลับขึ้นมา สัญญาซื้อจะเกิดขึ้น แต่ถ้า oscillator ตกลงต่ำกว่า -100 ตลาดก็มีแนวโน้มที่จะลงต่ำต่อไปอีก 2-3 อาทิตย์ ดังนั้นคุณไม่ควรที่จะซื้อจนกว่าค่า oscillator อยู่ในช่วงและสภาพที่เหมาะสมก่อน

 

ตัวอย่าง

กราฟแสดง 5 ช่วงในการซื้อขายหุ้น ของ McClellan Oscillator (ตามตัวอย่าง มากกว่า +100, ระหว่าง +70 ถึง +100, ระหว่าง +70 ถึง -70, ระหว่าง -70 ถึง -100 และต่ำกว่า -100)

 

กราฟต่อมาแสดงค่า McClellan Oscillator และค่า Dow Industrials

 

สัญญาณซื้อเกิดขึ้นเมื่อค่า Oscillator มากกว่า -70 และ สัญญาณขายเกิดขึ้นเมื่อค่า Oscillator ต่ำกว่า +70 ซึ่ง indicator ตัวนี้ให้ผลการทำงานที่ดีในการหาจุดเข้าและออกในการซื้อขายหุ้น

 

การคำนวณ

McClellan Oscillator เป็นค่าความต่างของ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential แบบ 10%(ประมาณ 19 วัน)ของหุ้นที่ขึ้นหักหุ้นที่ลง และ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ exponential แบบ 5%(ประมาณ 39 วัน)ของหุ้นที่ขึ้นหักหุ้นที่ลง

 

 บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ MASS INDEX

บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ McCLELLAN SUMMATION INDEX

Share →
Read more:
powerpoint
เทคนิคการเติมลายน้ำใน Powerpoint

Close