Share →

หลักการ

หลักการพื้นฐานของการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคคือราคาหุ้นจะมีการเคลื่อนไหวตามแนวโน้ม ซึ่งเราก็รู้ดีว่าแนวโน้มนั้นไม่คงอยู่ตลอดไป ปกติแล้วทิศทางของแนวโน้มจะค่อยๆเปลี่ยนไปซึ่งมันยากที่จะตรวจจับ การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มราคานั้นจะส่งผลต่อความคาดหวังของนักลงทุนทำให้เกิดการเปลี่ยนเส้นอุปสงค์และอุปทานขึ้นใหม่

การเปลี่ยนความคาดหวังจะทำเกิดรูปรูปแบบของราคาขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นคนละตลาดแต่รูปแบบของราคาก็มักที่จะคล้ายกัน การทำนายพฤติกรรมของราคาบ่อยครั้งจะเป็นไปตามรูปแบบของราคาที่เคยเกิดขึ้น

 แพทเทิร์นของกราฟสามารถอยู่ได้จากไม่กี่วันจนถึงหลายๆเดือนหรืออาจจะหลายๆ ปีเลยก็ได้ โดยยิ่งแพทเทิร์นของกราฟยาวนานเท่าไรก็ยิ่งเห็นความชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงราคา

 

การแปลข้อมูล

เรื่องต่อไปนี้เราจะพูดถึงแพทเทิร์นของกราฟที่นักลงทุนมักจะเจอกันบ่อยๆ ถ้าผู้อ่านต้องการอ่านเกี่ยวกับแพทเทิร์นของกราฟเพื่อใช้ในการเล่นหุ้นอย่างละเอียดสามารถอ่านได้จากหนังสือชื่อ Technical Analysis of Stock Trends โดย Robert Edwards และ John Magee

 

Head-and-Shoulders

แพทเทิร์นแบบ Head-and-Shoulders นั้นเป็นหนึ่งในรูปแบบของกราฟที่ค่อนข้างจะมีความแม่นยำและเป็นหนึ่งในรูปแบบของกราฟที่นักลงทุนส่วนใหญ่รู้จักกันดี แพทเทิร์นของกราฟแบบนี้จะต้องประกอบไปด้วยส่วนหัวและส่วนไหล่ทั้งสองข้าง ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเห็นจุดกลับตัวของหุ้นได้

หุ้นขาขึ้นนั้นเกิดจากราคาสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและ ราคาต่ำสุดก็มากขึ้นด้วยในลักษณะเป็นขั้นบันได โดยแนวโน้มของราคาจะถูกหยุดเมื่อมันขึ้นมาถึงจุดสูงสุด  จากกราฟด้านล่างคุณจะเห็นส่วนไหล่ด้านซ้ายและหัวซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่เพิ่มขึ้นจุดสุดท้าย

 

 

ไหล่ขวาจะถูกสร้างในลักษณะตลาดขาขึ้นพยายามที่จะผลักให้ราคาขึ้นไปสูงกว่าเดิม แต่ตลาดไม่สามารถดันราคาขึ้นได้ ซึ่งนี้เป็นจุดที่บ่งบอกว่าสภาวะขาขึ้นหมดลงแล้ว การยืนยันการเกิดขาลงครั้งใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุลงมาตำกว่าเส้น neckline

ถ้าอยู่ในช่วงขาขึ้นแบบปกติ ปริมาณการซื้อขายควรจะเพิ่มขึ้นในแต่ละขั้น สัญญาณการอ่อนแรงของขาจะเกิดขึ้นเมื่อปริมาณการซื้อขายในขั้นปัจจุบันน้อยกว่าขั้นที่แล้ว โดยปกติแล้วแพทเทิร์นแบบ Head-and-Shoulders ปริมาณการซื้อขายจะลดลง ณ ตำแหน่งหัวและจะยิ่งน้อยลงในตำแหน่งไหล่ขวา

 

เมื่อราคาทะลุแนว neckline โดยปกติแล้วราคาจะกลับมาที่ตำแหน่ง neckline เพื่อที่จะทำการลงมาทดสอบและพยายามที่จะไปในขาขึ้นต่อไป ถ้าราคาไม่สามารถขึ้นไปเหนือแนว neckline ได้ โดยปกติปริมาณการซื้อขายจะลดลงอย่างรวดเร็ว

 

ในทางกลับกัน ในขาลง แพทเทิร์นแบบ Head-and-Shoulders ปกติจะเกิดที่จุดต่ำสุดของตลาด แพทเทิร์นแบบ Head-and-Shoulders ปริมาณการซื้อขายจะลดลงและประมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้นตามราคาที่เพิ่มขึ้นเหนือเส้น neckline

 

Rounding Tops and Bottoms

Rounding tops เกิดขึ้นเมื่อความคาดหวังค่อยๆเปลี่ยนจากตลาดขาขึ้นไปเป็นขาลงอย่างช้า การค่อยๆเปลี่ยนแปลงทีละนิดทำให้เกิดรูปแบบของ rounding top ส่วน rounding bottoms เกิดขึ้นเมื่อความคาดหวังค่อยๆเปลี่ยนจากขาลงไปเป็นขาขึ้นอย่างช้า

 

กราฟแสดงหุ้น Goodyear และรูปแบบ rounding bottom

 

 

สามเหลี่ยม

สามเหลี่ยมเกิดขึ้นในช่วงระหว่างจุดสุดขีดและจุดยอดใกล้ๆ สามเหลี่ยมปกติจะเกิดราคาชนกับแนวต้านหรือแนวรับซึ่งต้านการเปลี่ยนแปลงของราคา

Symmetrical triangle เกิดขึ้นเมื่อราคาราคาสูงสุดต่ำลงและราคาต่ำสุดสูงขึ้น ส่วน ascending triangle จะเกิดขึ้นเมื่อค่าต่ำสุดสูงขึ้น (เหมือนในกรณีของ symmetrical triangle) แต่ค่าสูงสุดจะอยู่ในระดับราคาเดียวกันที่แนวต้าน มีความเป็นไปได้ค่อยข้างมากในการที่จะเกิด breakout เมื่อเกิด ascending triangle ส่วน descending triangle เกิดขึ้นเมื่อค่าสูงสุดต่ำลง (ในลักษณะเดี่ยวกับ symmetrical triangle) แต่ค่าต่ำสุดจะอยู่ที่ระดับราคาเดียวกันที่แนวต้าน ในลักษณะนี้มีแนวโน้มเกิด breakout ราคาลงจาก descending triangle

ด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อแรงน้ำผ่านแนวช่องเปิดแคบๆ แรงดันของราคาจะเพิ่มขึ้นตามรูปแบบของสามเหลี่ยม ราคาจะพุ่งออกจากแนว breakout อย่างแรง การ breakout จะเป็นการยืนยันเมื่อมีการเพิ่มขึ้นของราคา

การ breakout ที่น่าเชื่อถือได้มักจะเกิดขึ้นที่จุดบริเวณกึ่งกลางและสามในสี่ของสามเหลี่ยม แต่ถ้าราคาเกิดการ breakout ผ่านจุดยอดของสามเหลี่ยม การ breakout ในครั้งนั้นจะไม่มีความสำคัญทั้งสิ้น

 

กราฟแสดงหุ้น Boeing และ descending triangle

 

มีการ breakout ขาลงอย่างแรงโดยมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

 

Double Tops and Bottoms

Double Tops เกิดขึ้นเมื่อมีการขึ้นของราคาหุ้นจนไปถึงแนวต้านโดยมีปริมาณการซื้อขายที่มากพอ และราคาก็ถอยลง แล้วจากนั้นราคาก็กลับไปที่แนวต้านอีกครั้งโดยมีปริมาณการซื้อขายที่ลดลง แล้วหลังจากนั้นราคาก็ลดลง ซึ่งนั้นเป็นสัญญาณของการเริ่มเกิดขาลง

 

 

 บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ PARABOLIC SAR

บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ PERFORMANCE

Share →
Read more:
ความแตกต่างของคนหลาก Generation
Close