Share →

หลักการ

Positive volume index (PVI) ซึ่งเราจะพูดถึงในบทความนี้ โดยที่ PVI จะสนใจเฉพาะในวันที่มีปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้นจากวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาว่ามีคนจำนวนมากสนใจจะซื้อจะขายหุ้นในวันนั้น

 

ความหมาย

การแปลความหมายของ PVI เราจะสมมุติว่าในวันที่มีการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้น คือวันที่นักลงทุนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ความชำนาญตามเข้าซื้อในตลาด และในทางกลับกัน ในวันที่ปริมาณการซื้อขายหุ้นลดลง นักลงทุนที่มีความสามารถสูงจะเข้าทำการซื้อขายแบบเงียบๆ ดังนั้นค่า PVI จะเป็นการแสดงถึงเงินในส่วนที่ไม่ได้มาจากนักลงทุนความสามารถสูง ถึงอย่างไรก็ตาม ค่า PVI ไม่ใช้ดัชนีวัดข้อมูลของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ค่า PVI จะวัดในส่วนเงินลงทุนของนักลงทุนที่ไม่มีความสามารถสูง ซึ่งจะมีแนวโน้มของปริมาณการซื้อขายตามราคา

ตารางแสดงถึงค่า NVI และค่า PVI จากปี 1941 ถึง 1975 ซึ่งถูกอธิบายในหนังสือ Stock Market Logic ซึ่งแต่งโดย Norman Fosback

 

 

คุณจะพบว่า ค่า NVI จะเป็นตัวบอกตลาดขาขึ้นได้อย่างดี (ตัวอย่างเช่นถ้าค่า NVI มีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบหนึ่งปี) และค่า PVI จะเป็นตัวบอกตลาดขาขึ้น (ในกรณีที่ค่า PVI อยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) และตลาดขาลง (ในกรณีที่ค่า PVI มีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)

 

ตัวอย่าง

กราฟแสดงค่า NVI, PVI ของ Dow Jones Industrial Average (DJIA) ในช่วงเวลา 4 ปี (ข้อมูลรายอาทิตย์)

 

 

ผมได้ระบุในกราฟ NVI และ PVI ในตำแหน่งของช่วงขาขึ้นและขาลง โดยดูจากการที่ที่ดัชนีอยู่เหนือหรือต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 52 สัปดาห์ และผมได้ระบุสภาวะตลาดลงในกราฟ DJIA เมื่อค่า NVI หรือ PVI อยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และจะเป็นขาขึ้นอย่างแรงเมื่อค่าดัชนีทั้งสองอยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

 

การคำนวณ

ถ้าปริมาณการซื้อขายวันนี้มีค่ามากกว่าปริมาณการซื้อขายเมื่อวาน เราจะได้ว่า

ถ้าปริมาณการซื้อขายวันนี้มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับปริมาณการซื้อขายเมื่อวานแล้ว

 

เพราะการเพิ่มขึ้นของราคามักจะมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขาย ดังนั้นค่า PVI มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีแนวโน้มขาขึ้น

 บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ PERFORMANCE

บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ PRICE AND VOLUME TREND

Share →
Read more:
03.Record
อัดเสียง iPhone ด้วย CaptureAudio

Close