Share →

วันนี้ควรจะซื้อหุ้นดีไหม? แล้วพรุ่งนี้ราคาหุ้นจะขึ้นหรือเปล่า? แล้วเดือนหน้าหุ้นจะขึ้นหรือจะลง? การลงทุนคงจะง่ายมากขึ้นถ้าเรารู้คำตอบของคำถามเหล่านี้ ต่อจากนี้ไปเราจะได้เรียนรู้เทคนิคที่จะใช้การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเพื่อที่จะช่วยตอบคำถามเหล่านี้ ผมหวังว่าบทความที่ผมเขียนขึ้นมานี้จะช่วยให้หลายคนๆ ได้เรียนรู้เทคนิคในการวิเคราะห์หุ้นเพื่อช่วยให้คุณสามารถทำกำไรในการลงทุนได้มากขึ้น

ประวัติวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค
แค่คำว่า “ทางเทคนิค” มันก็ให้หลายๆ คนกลัวแล้ว หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเป็นอะไรที่ยาก แต่ในความเป็นจริงๆแล้ว การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคไม่ได้ยากอย่างที่คิด ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กราฟเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์
คนที่เป็นคนริเริ่มเทคนิคการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค คือนาย Charles Dow โดยเขาคิดทฤษฏี Dow ขึ้นมา ซึ่งทฤษฏีนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยปี 1900 คิดไปคิดมาก็อายุเป็น 100 ปีแล้ว โดยการวิเคราะห์ทางเทคนิคในปัจจุบันได้นำทฤษฏี Dow มาประยุกต์ใช้ไม่ว่าจะเป็นเส้นแนวโน้ม, แนวต้าน, แนวรับ และอื่นๆ อีกมากมาย

เข้าใจมนุษย์ก่อนเข้าใจราคา
ราคาของหุ้นมาจากประชามติในการที่จะซื้อจะขายของคนส่วนใหญ่ ราคาของหุ้นนั้นมาจากคนหนึ่งที่ยินดีซื้อที่ราคาที่อีกคนหนึ่งพร้อมจะขาย โดยที่ราคาที่ใช้ในการซื้อหรือขายนั้นเป็นการสะท้อนความคาดหวังในตัวหุ้นของผู้ซื้อหรือผู้ขาย ถ้านักลงทุนคิดว่าหุ้นน่าจะมีราคาสูงขึ้น นักลงทุนก็จะซื้อ แต่ถ้านักลงทุนคิดว่าราคาหุ้นน่าจะลง นักลงทุนก็จะขาย ประโยคที่กล่าวไว้นั้นเป็นประโยคที่ทุกคนเข้าใจกันได้อย่างดี แต่ประโยคง่ายๆ แบบนี้กลับกลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ว่าเราจะทำอย่างไรในการที่จะทำนายราคาหุ้นในอนาคต ซึ่งราคาหุ้นนั้นขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคน มนุษย์เป็นสิ่งที่ยากมากที่จะทำความเข้าใจและทำนาย
เนื่องด้วยราคาหุ้นมีเรื่องของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหลายๆครั้งการลงทุนของมนุษย์ไม่ได้ใช้หลักการของเหตุผลด้วยซ้ำ มีหลายสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตครอบครัว, เพื่อนบ้าน, เพื่อนร่วมงาน, รายได้, ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีต ทุกอย่างที่กล่าวมามีผลต่อการคาดหวังและการตัดสินใจสูงมาก
ราคาของหุ้นเกิดจากคนหลายๆคนที่มาลงทุนไม่ว่าจะเป็นเงินของผู้จัดการ, นักเรียน, หมอ, ครู, นักการเมือง, คนขายของ, คนรวยหลายพันหลาย หรือมนุษย์เงินเดือนเดือนละไม่กี่พันบาท ซึ่งราคาหุ้นในตลาดเกิดจากบุคคลเหล่านี้ซึ่งพูดได้เลยว่ามันยากมากที่จะทำนายอนาคตให้ถูกต้องได้

การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน
สมมุติครับสมมุติ ว่ามนุษย์ทุกคนใช้หลักการเหตุผลในการตัดสินใจลงทุน ไม่มีอารมณ์ร่วมในการตัดสินใจลงทุนเลย การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานจะเป็นตัววัดราคาของหุ้นจากรายได้ในอนาคต ราคาของหุ้นควรจะเป็นทุกครั้งที่มีรายงานการดำเนินการของบริษัทหรือมีข่าวเกี่ยวกับบริษัทออกมา โดยนักลงทุนจะพยายามที่จะหาข้อมูลพื้นฐานของหุ้นแล้วหาหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่
มีทฤษฏีที่ชื่อ “effcient market theory” กล่าวไว้ว่า ราคาของหุ้นจะมาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับหุ้นในเวลานั้น ซึ่งจากทฤษฏีนี้เราแทบจะไม่มีทางที่จะทำนายราคาในอนาคตได้เลย เพราะราคานั้นได้สะท้อนทุกอย่างที่รู้ในปัจจุบันเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นหมดแล้ว

อดีตฤาจะบอกอนาคต
“ฉันเชื่อว่าอนาคตเป็นเพียงอดีตที่ย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่งเพียงแต่ผ่านมากันคนละประตูเท่านั้นเอง”
Sir Arthur Wing Pinero,1893
การวิเคราะห์เชิงเทคนิคเป็นขบวนการวิเคราะห์ราคาหุ้นในอดีตเพื่อที่จะพยายามทำนายราคาในอนาคตที่เป็นไปได้ ซึ่งการทำแบบนี้เหมือนกับการเปรียบเทียบผลของราคาปัจจุบัน(ความคาดหวังของนักลงทุนในปัจจุบัน) กับราคาที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีตเพื่อที่จะใช้ในการทำนายราคาในอนาคต ซึ่งมันเหมือนเราจะกล่าวว่า อดีตมันจะเกิดซ้ำๆ อย่างที่มันควรจะเป็นดังนั้นเราสามารถเรียนรู้จากอดีตเพื่อทำนายอนาคตได้นั้นเอง

หรือว่ามันเป็นแค่เกมส์เสี่ยงโชค
จากประสบการณ์ในการเล่นหุ้นของผม มีนักวิเคราะห์หุ้นเพียงน้อยนิดมากที่จะสามารถทำนายราคาหุ้นในอนาคตได้ถูกต้อง ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถที่จะทำนายอนาคตของราคาหุ้นได้แต่เราก็สามารถที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและสร้างโอกาสในการสร้างผลกำไรได้
มีนักลงทุนหลายคนที่ซื้อหุ้นไปโดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหุ้นตัวนี้กำลังจะขึ้น แต่ถ้าเขาซื้อหุ้นหลังจากที่หุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้นแล้ว เขาเองก็สามารถเห็นโอกาสที่ทำกำไรได้มากกว่า คนที่ซื้อหุ้นโดยไม่เห็นสัญญาณของการปรับราคาขึ้นของหุ้นเลย
อย่างที่บอกไว้ เราไม่รู้ว่าราคาหุ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เราทำได้เพียงแค่สร้างวิธีการที่จะช่วยให้มีโอกาสทำกำไรได้เท่านั้นเอง การวิเคราะห์ง่ายๆ เช่นการดูเส้นแนวโน้มระยะสั้น กลาง และยาวของหุ้น มันจะช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสและเห็นแนวโน้มของราคาในอนาคตมากกว่าการที่คุณไม่ได้ใช้อะไรในการตัดสินใจเลย
เราลองมาดูกราฟรูปที่ 1 กัน ซึ่งเป็นกราฟของหุ้น Merck เราเห็นชัดเจนว่าหุ้นมีทิศทางราคาลงชัดเจนโดยไม่เห็นสัญญาณกลับตัวใดๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าบริษัทนี้จะมีผลประกอบการและพื้นฐานที่ดีก็ตาม เราก็ยังไม่ควรที่จะซื้อหุ้นตัวนี้ในขณะนี้จนกว่าเราจะเห็นสัญญาณบางอย่างที่บอกว่าราคากำลังจะเปลี่ยนทิศทางจากขาลง

 

การสั่งซื้อสั่งขายอัตโนมัติ

ยอมรับเถอะครับว่าอารมณ์และความคาดหวังของมนุษย์มีผลต่อราคาหุ้นเป็นอย่างมาก นักลงทุนหลายคนพยายามที่จะตัดอารมณ์ที่ใช้ในการลงทุนออกไปโดยการใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวตัดสินใจ เหมือนหนังวิทยาสตร์เรื่องดังในอดีต ที่มีคอมพิวเตอร์ชื่อ “HAL” เป็นตัวตัดสินใจทุกอย่าง

การใช้คอมพิวเตอร์ในการซื้อขายจะช่วยให้เราตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ การวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยให้เรานำข้อมูลในอดีตมาวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้เราทำการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หยุดก่อนนะครับ อย่าคิดว่าคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือวิเศษในการช่วยในการลงทุน คุณควรใช้มันเป็นแค่เครื่องมือในการวิเคราะห์ และใช้การตัดสินใจของคนในการลงทุน เพราะความเสี่ยงในการลงทุนควรจะเกิดจากการตัดสินใจของคุณเอง

 

บทความต่อไป : เล่นหุ้นต้องรู้จักคำว่าราคา

Share →
Read more:
dollar
บทที่ 7 การเพิ่มขึ้นของความนิยมและลิงค์เกี่ยวกับ SEO

Close