Share →

ในเรื่องที่แล้วเราได้มีการพูดถึงแนวรับและแนวต้าน โดยเราได้อธิบายไว้ว่าเมื่อไรที่มีการทะลุแนวต้านหรือแนวรับแล้วนั้นหมายถึงว่ามีการเปลี่ยนความคาดหวังของนักลงทุน (มีผลทำให้เกิดการเลื่อนของเส้นอุปสงค์และอุปทานเกิดขึ้น)
โดยในบทความนี้เราจะทำการพูดถึงเกี่ยวกับ “แนวโน้มของราคา” แนวโน้มของราคานั้นจะแทนการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้น แนวโน้มของราคานั้นแตกต่างจากแนวรับและแนวต้าน ซึ่งแนวโน้มของราคาจะแทนถึงการเปลี่ยนแปลงของราคา ส่วนแนวรับและแนวต้านนั้นจะเปลี่ยนเหมือนกำแพงที่กันการเปลี่ยนแปลงของราคานั้นเอง
ในรูปที่ 1 แนวโน้มราคาของหุ้นมีค่าเพิ่มขึ้น โดยดูได้จากการเพิ่มขึ้นของราคาต่ำสุด โดยแนวโน้มหุ้นขาขึ้นนั้นหมายความว่าผู้ขายมีอิทธิพลต่อราคามากกว่าจึงผลักทำให้ราคาสูงขึ้น

รูปที่ 1.


สำหรับรูปที่2 เป็นรูปแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มราคาขาลงโดยค่าสูงสุดมีค่าต่ำลงเรื่อยๆ ซึ่งแนวโน้มขาลงแบบนี้หมายความว่า ผู้ซื้อมีอิทธิพลต่อราคาโดยผลักดันราคาให้ต่ำลงเรื่อยๆ

รูปที่ 2.

เมื่อมีการเปลี่ยนความคาดหวังของนักลงทุนแล้ว ราคาจะมีการทะลุแนวต้านหรือแนวรับ ราคาจะมีการทะลุผ่านเส้นแนวโน้มออกมา รูปที่ 3 แสดงให้เห็นว่าหุ้นตัวนี้มีเส้นแนวโน้มเป็นขาลงแต่ที่จุดใดจุดหนึ่ง นักลงทุนจะคาดหวังว่าราคาไม่ควรจะต่ำกว่านี้แล้ว
ข้อสังเกตในรูปที่ 3 จะมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการทะลุเส้นแนวโน้ม โดยนี้เป็นการยืนยันที่สำคัญมากๆว่าเส้นแนวโน้มเดิมที่เกิดขึ้นจะหยุดลง

 

รูปที่ 3.

มันเป็นธรรมชาติมากๆ เมื่อมีการทะลุแนวต้านหรือแนวรับ จะมีการทดสอบแนวเกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นในรูปที่ 4

รูปที่ 4

ขอย้ำอีกครั้ง ปริมาณการซื้อขายเป็นตัวสำคัญมากๆเมื่อมีการทะลุเส้นแนวโน้มออกมา ในตัวอย่างด้านบน ปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีการทะลุเส้นแนวโน้ม ซึ่งผู้ขายไม่แข็งแรงพอที่จะดึงราคาให้กลับไปอยู่เหนือเส้นแนวโน้มได้

บทความก่อนหน้านี้ : จะเซียนเล่นหุ้น ต้องเข้าใจแนวรับและแนวต้าน

บทความต่อไป : ดัชนี (indicator) ในการเล่นหุ้น

Share →
Read more:
powerpoint
ใช้งาน powerpoint ผ่านระบบ network ด้วย sharepoint site

Close