Share →

หลักการ

ค่า Vertical Horizontal Filter (VHF) คิดมาจากราคาที่อยู่ในช่วงมีแนวโน้มและช่วงที่เปลี่ยน โดยค่า VHF ถูกแนะนำครั้งแรกโดย Adam White ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือ Futures Magazine ในเดือนสิงหาคม ปี 1991

 ความหมาย

ปัญหาที่สำคัญมากที่สุดของการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคคือการระบุว่าราคานั้นอยู่ในแนวโน้มหรือไม่ การเล่นหุ้นแบบ trend-following มักใช้ดัชนีเช่น MACD และ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยในการพิจารณา แต่ในสภาวะช่วงปรับเปลี่ยนแนวโน้มจะเกิดความสับสนขึ้นได้ หรือกล่าวง่ายๆว่า oscillator เช่น RSI และ Stochastic จะทำงานได้ดีเมื่อราคามีการแกว่งตัวอยู่ในช่วงหนึ่ง  ค่าดัชนี VHF จะช่วยในการหาระดับความมีแนวโน้มของราคาเพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกดัชนีที่เหมาะสมในการใช้งาน

ดัชนี VHF มีการใช้งานอยู่ 3 แบบคือ

  1. คุณสามารถใช้ค่า VHF ในการวัดระดับราคาว่ามีแนวโน้มแค่ไหน ยิ่งค่า VHF สูงเท่าใด ก็หมายความว่า ยิ่งมีความมีแนวโน้มของราคาสูงเท่านั้น และคุณก็ควรจะใช้ดัชนีประเภท trend-following
  2. คุณสามารถใช้ทิศทางของ VHF เพื่อบ่งบอกความมีแนวโน้มหรือสภาวะการเปลี่ยนแนวโน้ม การเพิ่มขึ้นของ VHF จะเป็นตัวบอกการสร้างแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้น และการลดลงของ VHF จะบ่งบอกว่าราคาจะเข้าสู่สภาวะการเปลี่ยนแนวโน้ม
  3. คุณสามารถใช้ค่า VHF ในลักษณะเดียวกับดัชนี Contrarian ในช่วงมีการเปลี่ยนแนวโน้มจะมีค่า VHF สูง และในช่วงที่ราคามีแนวโน้มจะมีค่า VHF ต่ำ

 

ตัวอย่าง

กราฟแสดงราคาหุ้น Motorola และดัชนี VHF

ค่าดัชนี VHF มีค่าค่อนข้างต่ำในช่วงปี 1989 จนถึงปี 1992 โดยค่าที่ต่ำเป็นตัวบอกว่าราคาของหุ้นแกว่งอยู่ในค่าระดับหนึ่ง แต่ช่วงปลายปี 1992 และ 1993 ค่า VHF สูงขึ้นอย่างมีนัย ยิ่งค่ายิ่งสูงมากเท่าไร ก็จะเป็นการบ่งบอกว่าราคามีแนวโน้มมากขึ้นเท่านั้น

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 40 สัปดาห์ (200 วัน) ของราคาหุ้น Motorola ถูกแสดงในกราฟดัชนี VHF คุณจะพบว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทำงานได้อย่างดีในช่วงปี 1992 และ 1993 เท่านั้น

 

คำนวณ

การคำนวณดัชนี VHF ขั้นแรกหาราคาปิดสูงสุด (HCP) และราคาปิดต่ำสุด (LCP) ในช่วงเวลาที่พิจารณา โดยปกติใช้ระยะเวลา 28 วัน

หาค่า numerator โดยคิดจากสูตรต่อไปนี้

การหาค่า Numerator นั้นคิดจากผลรวมของค่าสัมบูรณ์ของผลต่างราคาปิดวันนี้กับราคาปิดของวันที่แล้ว

ค่า VHF คิดจาก

บทความก่อนหน้านี้ : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ ULTIMATE OSCILLATOR
บทความต่อไป : เรียนรู้การเล่นหุ้นโดยใช้ VOLATILITY, CHAIKIN’S

Share →
0 comments