Share →

วิเคราะห์ธุรกิจผ่านมุมอง SWOT

ปัจจุบันหลายองค์กรมีการวิเคราะห์ SWOT เพื่อประเมินสถานการณ์ทางธุรกิจและวางแผนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้ง่ายและวิเคราะห์ภาพรวมได้ชัดเจน เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยิน SWOT กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะสงสัยอยู่ว่ามันคืออะไร ใช้ทำอะไร วิเคราะห์อย่างไร ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ SWOT จะได้มาอธิบายกันในวันนี้ ทางลัดสู่การตลาดที่แท้จริงโปรแกรมโพสเว็บบอร์ด BC สามารถเพิ่มยอดขายขยายลูกค้าได้มากกว่า 50 – 100 % Learn !

การวิเคราะห์ SWOT หรือ SWOT Analysis คือ การวิเคราะห์หน่วยงานหรือองค์กรในเชิงธุรกิจ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย โอกาสและอุปสรรคอะไรบ้าง โดยมองทั้งจากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของทุกองค์กรในการทำธุรกิจและวางแผนบริหาร ดังนั้นการวิเคราะห์ SWOT จึงมีประโยชน์ในแง่ของการประเมินศักยภาพองค์กรและนำผลไปวางแผนพัฒนาต่อไป พูดง่ายๆ คือ จุดแข็งก็นำไปพัฒนา จุดอ่อนนำไปปรับปรุง เป็นต้น หากหาข้อมูลเพิ่มเติมจะเห็นว่ามีตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT จากองค์กรใหญ่ๆ ให้ดูหลายบริษัท ซึ่งท่านสามารถหามาศึกษาได้

 

SWOT วิเคราะห์ด้านใดบ้าง


เกริ่นไปแล้วว่า SWOT เป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคขององค์กรนั้นๆ ดังนั้น SWOT ก็คือตัวย่อของสิ่งที่จะวิเคราะห์กันนั่นเอง โดย SWOT ย่อมาจากภาษาอังกฤษจำนวน 4 ตัว มีความหมายดังนี้

“S” ย่อมาจาก Strengths หมายถึงจุดแข็ง หรือจุดเด่น คือสิ่งที่เป็นข้อดีเด่นขององค์กร/ธุรกิจที่ทำให้แตกต่างและโดดเด่นจากองค์กรคู่แข่งและสามารถแข่งขันอยู่ในตลาดได้ โดยเป็นผลมาจากปัจจัยภายในที่มีมาแต่เดิม เช่น จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งที่ช่วยให้ส่งสินค้าได้ง่าย จุดแข็งด้านกำลังการผลิต ไปจนถึงสถานะทางการเงิน เป็นต้น ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับองค์กร ซึ่งองค์กรทุกแห่งต้องรู้ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร

“W” ย่อมาจาก Weaknesses หมายถึง จุดอ่อน หรือข้อด้อยขององค์กร เป็นข้อบกพร่องของบริษัทที่สามารถประเมินออกมาได้ เป็นผลกระทบทางลบในแง่ที่ว่าอาจเป็นข้อเสียเปรียบในการดำเนินธุรกิจ เช่น พนักงานน้อย ต้นทุนการผลิตสูงเนื่องจากมีค่าขนส่ง เป็นต้น

สำหรับการวิเคราะห์ภายในองค์กร มีประเด็นที่มักจะนำมาวิเคราะห์ จุดแข็ง-จุดอ่อน เช่น

  • - กลยุทธ์ทางการตลาดบรรลุเป้าหมายหรือไม่
  • - โครงสร้างองค์กร บริหารจัดการดีหรือไม่
  • - ทักษะของแรงงานฝีมือหรือไม่
  • - การสื่อสารภายในองค์กรมีประสิทธิภาพหรือไม่
  • - ภาพลักษณ์ของธุรกิจเป็นไปในทางที่ดีหรือไม่
  • - เงินทุนในการดำเนินงานมีเพียงพอหรือไม่
  • - ทรัพยากรในด้านการผลิต
  • - ระบบประเมินผลประกอบการเป็นอย่างไร
  • - สิ่งที่ได้เปรียบ – เสียเปรียบคู่แข่ง

ทั้ง S และ W เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยที่มาภายในองค์กร แต่ 2 ตัวที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยที่มาจากภายนอกองค์กรที่เราไม่สามารถควบคุมได้
“O” ย่อมาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส แปลตามตรงเลยก็คือ โอกาสจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง นโยบายภาครัฐ เทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นต้น ซึ่งต่างจากจุดแข็งที่มาจากสภาพแวดล้อมภายในองค์กร ดังนั้นผู้บริหารหรือนักการตลาดจะต้องติดตามข่าวสารเพื่อให้ทันต่อข่าวสารที่อาจจะมีผลในเชิงบวกต่อองค์กร

“T” ย่อมาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค หรือ ภัยคุกคาม คือ ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลในแง่ลบต่อองค์กร แม้ว่าเราไม่สามารถควบคุมอุปสรรคทีจะเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถติดตามข่าวสารและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นและป้องกันเหตุที่จะตามมาได้ อุปสรรคที่มาจากภายนอกและมีผลต่อการดำเนินงานในองค์กร เช่น นโยบายภาครัฐ การเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาท(มีผลต่อธุรกิจนำเข้า-ส่งออก) คู่แข่งที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ดังนั้นองค์กรจึงต้องหาวิธีการหรือปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เหมาะสมกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

สำหรับการวิเคราะห์ภายนอกองค์กร มีประเด็นที่มักจะนำมาวิเคราะห์ โอกาส-อุปสรรค เช่น

  • - ตัวแปรทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าเงินบาท เงินเฟ้อ ราคาทอง ราคาน้ำมัน อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตรวจสอบดูว่าจะส่งผลต่อธุรกิจของเรายังไงบ้าง
  • - ตัวแปรด้านการเมือง สังคม วัฒนธรรม
  • - ตัวแปรด้านเทคโนโลยี ความใหม่-เก่าของช่องทางการติดต่อสื่อสาร
  • - องค์ประกอบอื่นๆ ที่มีผลต่อด้านการตลาด เช่น ความนิยมในชนิดของสื่อ เทรนด์ของสินค้า สไตล์ของบรรจุภัณฑ์สินค้า ไปจนถึงราคาและโปรโมชั่นของคู่แข่งรายอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ SWOT ในส่วนของ O(Opportunities) และ T(Treats) ในแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกัน สิ่งที่เป็นโอกาสขององค์กรหนึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคของอีกองค์กรหนึ่งก็ได้ เช่น ในปีหน้ารัฐบาลปรับราคาน้ำตาลขึ้น ถือเป็นโอกาสของบริษัทผลิตน้ำตาล แต่เป็นอุปสรรคของบริษัทที่นำน้ำตาลไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์อื่น เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น เป็นต้น

ประโยชน์ของ SWOT
หลังจากวิเคราะห์ SWOT ขององค์กร/ธุรกิจของตัวเองได้ครบทุกด้านแล้ว สามารถนำผลมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หรือวางแผนให้เข้ากับสภาพขององค์กรได้ ดังนี้

  1. ตอกย้ำจุดแข็ง เมื่อองค์กรมีจุดแข็งโดดเด่น จนคู่แข่งไม่สามารถต่อกรได้ ให้พัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่ให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นไปอีก หรือชูจุดเด่นให้เป็นจุดขาย รวมถึงการพยายามคงความมั่นคงและแข็งแกร่งของบริษัทไว้
  2. กำจัดจุดอ่อน ส่วนจุดอ่อนที่มีภายในองค์กร ให้พยายามหาหนทางปรับปรุงหรือลดจำนวนปัญหาลงให้เหลือน้อยที่สุด เพราะจุดอ่อนนี้คือสิ่งที่ทำให้องค์กรเสียเปรียบคู่แข่ง หากปล่อยไว้จะเป็นผลเสียโดยใช่เหตุ
  3. แสวงหาโอกาส เมื่อวิเคราะห์เห็นถึงโอกาสที่มาอยู่ตรงหน้า ให้นำข้อดีเหล่านั้นมาสร้างเสริมให้บริษัทเข้มแข็ง พูดง่ายๆ คือ ใช้โอกาสทีมีอยู่พัฒนาองค์กร/ธุรกิจให้ก้าวหน้ากว่าเดิม
  4. เอาชนะอุปสรรค อุปสรรคหรือภัยคุกคามหลายๆ อย่างเราอาจไม่ทันตั้งตัวหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางอย่างก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันระวัง ดังนั้นเมื่อคาดเดาถึงอุปสรรคที่สามารถจะเกิดขึ้นได้แล้ว ให้เตรียมวางแผนแก้ไขเป็นลำดับขั้นตอนล่วงหน้า เพื่อปรับสภาพของบริษัทให้พร้อมรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น

จากรายละเอียดที่กล่าวมาข้างต้น สรุปเป็นตารางได้ดังนี้

 

SWOT

 

 

ตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่มห่ม (เรียบเรียงข้อมูลจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม)

จุดแข็ง (Strengths)

  1. มาตรฐานการผลิตและฝีมือแรงงานไทยดีกว่าประเทศอื่นในอาเซียน
  2. ไทยมีห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมครบถ้วน ทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
  3. ผู้ประกอบการมีความรู้ ประสบการณ์
  4. ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิตและแรงงาน ในตลาดโลก

จุดอ่อน(Weaknesses)

  1. ต้นทุนแรงงานสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
  2. ขาดแคลนแรงงาน
  3. ขาดระบบการขนส่งทางราง ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์สูง
  4. ผลกระทบด้านราคาสินค้าที่มีการนำเข้าจากอาเซียนด้วยกันซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า
  5. ผู้ประกอบการไม่มีตราสินค้าของตนเอง ขาดการออกแบบพัฒนา
  6. ขาดการเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำ

โอกาส(Opportunities)

  1. ประเทศเพื่อนบ้านมีต้นทุนแรงงานต่ำกว่าไทย
  2. ไทยตั้งอยู่ศูนย์กลางแหลมอินโดจีน
  3. ใช้ CLMV เป็นฐานส่งออกไปนอก AEC เพื่อใช้ประโยชน์จากสถานะ Least Developed
  4. Countries: LDCs
  5. การรับและแบ่งงานตามความถนัดในสายโซ่อุปทาน(Supply & Value Chain) มีความร่วมมือในการผลิตและใช้ชิ้นส่วนต่างๆประกอบร่วมกัน โดยใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศ

อุปสรรค(Threats)

  1. ประเทศอื่นในอาเซียนก็ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน
  2. มีการแข่งขันมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

ตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง

จุดแข็ง(Strengths)

  1. มีจำนวนสาขาโรงภาพยนตร์สูงที่สุดในประเทศไทย
  2. มีส่วนแบ่งการตลาดด้านภาพยนตร์สูง
  3. มีธุรกิจอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น ราคาโอเกะ โบวลิ่ง เป็นการขยายตลาดและรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้บริการ
  4. บริษัทมีแผนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
  5. มีระบบเทคโนโลยีรองรับ เช่น การจองออนไลน์ การเช็ครอบภาพยนตร์ออนไลน์ ทำให้ผู้มาใช้บริการสะดวกสบาย
  6. จัดโปรโมชั่นอย่างสม่ำเสมอ มีการตลาดที่ดี
  7. สัญลักษณ์จดจำได้ง่าย มองเห็นแล้วสามารถรู้ได้ว่าเป็นโรงภาพยนตร์ของบริษัทใด

จุดอ่อน(Weaknesses)

  1. ต้นทุนสูง ทั้งการจัดการระบบแสง สี เสียงและการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เข้ามาฉาย
  2. บางสาขาสร้างมานานแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ อาจเสื่อมสภาพได้
  3. ราคาขนมและเครื่องดื่มในโรงภาพยนตร์มีราคาสูง
  4. บางสาขาโรงภาพยนตร์น้อย ทำให้รอบในการฉายภาพยนตร์น้อยลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนดู
  5. มีการจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานสูง
  6. เนื่องจากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้ก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ เจ้าหน้าที่ต้องตรวจกระเป๋าและดูแลความเรียบร้อย ทำให้ผู้มาใช้บริการไม่สะดวกบ้างเล็กน้อย

โอกาส(Opportunities)

  1. อัตราการเติบโตของห้างสรรพสินค้า หรือ แหล่งพักผ่อนเพิ่มสูงขึ้น สามารถขยายการลงทุนได้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ยังมีไม่มาก
  2. คนสมัยใหม่โดยเฉพาะวัยรุ่นมีค่านิยมว่าการดูหนัง คือการพักผ่อนอย่างหนึ่ง และเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ทุกสัปดาห์
  3. วงการภาพยนตร์โลกขยายตัว มีภาพยนตร์น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นทุกปี
  4. การเพิ่มเส้นทาง BTS และขนส่งมวลชนอื่นๆ ของรัฐบาล ทำให้เข้าถึงแหล่งมากขึ้น สะดวกต่อการเดินทางมามภาพยนตร์
  5. คนส่วนมากเริ่มนิยมการดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากได้อรรถรส ได้พักผ่อนและยังสามารถเลือกรูปแบบการดูภาพยนตร์ได้ เช่น สามมิติ ดิจิตอล เป็นต้น
  6. ปัจจุบันพฤติกรรมการชมภาพยนตร์เปลี่ยนไป คือ ไม่ได้ดูเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ชมยังเกิดความประทับใจและภักดีต่อผู้แสดง ภาพยนตร์ที่ฉาย ผู้กำกับ ฯลฯ ซึ่งสามารถเป็นช่องทางที่บริษัทจะจัดทำของระลึกเพื่อจัดจำหน่ายได้

อุปสรรค(Threats)

  1. มีการละเมิดลิขสิทธิ์โดยการเอากล้องไปแอบถ่ายขณะภาพยนตร์กำลังฉาย ทำให้ภาพยนตร์ออกมาในรูปแบบ CD, VCD ก่อนที่ภาพยนตร์ออกจากโรง ทำให้ผู้ชมบางส่วนเลือกบริโภคของก็อปเนื่องจากราคาถุกกว่า
  2. การแข่งขันสูง
  3. ผู้ชมจะมากหรือน้อย บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับทำเลและความนิยมของผู้ชมต่อสถานที่นั้นๆ เช่น ผู้ใช้บริการมาศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เพื่อต้องการดูภาพยนตร์และทานข้าวร้านโปรด หากศุนย์การค้าแห่งนั้นไม่มีร้านอาหารที่ต้องการ อาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปเดินห้างอื่นซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์คู่แข่ง เป็นต้น
  4. ราคาที่ต้องปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้มีผู้มาใช้บริการน้อยลง
  5. การจัดเรตติ้งภาพยนตร์ ทำให้ต้องเสียผู้บริโภคบางกลุ่มไป
  6. ด้วยสถานที่ที่เป็นที่มืด อาจทำให้บางคนใช้เป็นแหล่งอนาจารหรือทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทได้
Share →
0 comments

Trackbacks

  1. [...] โดยอาจจะใช้หลัก SWOT เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ [...]

Read more:
picexcel
กำหนดรูปแบบของข้อมูลที่ใส่ได้ใน Excel ด้วยการระบุข้อกำหนดของข้อมูลที่ใส่ได้ (Data Entry Rules)

Close