Share →

ในยุคดิจิตอล คุณอาจจะไม่ต้องเก็บเพลงในแผ่น CD หรือ Tape ซึ่งถือว่าง่ายกว่ามาก ๆ คุณแค่ตั้งชื่อเพลงให้เหมาะสม และจัดลงโฟลเดอร์ให้เรียบร้อย ความรักที่คุณมีต่อการฟังเพลงจะบังคับคุณให้ทำอย่างนั้นเองเหมือนกับการเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ผมยังไม่ได้เป็นโรคอะไรทั้งนั้น แต่ว่าผมก็ไม่ชอบเวลาที่เจออะไรยุ่งเหยิง อย่างเช่นคลังเพลงของผม ที่เพิ่งเป็นเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ยังถือว่าโชคดีที่ในโลกนี้ยังมีโปรแกรมจัดการคลังเพลงมากมายที่ช่วยคุณได้ MP3Tag เคยเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ผมเลือก แต่ว่าตอนนี้ผมคิดว่าจะลองใช้โปรแกรม TagScanner (version 5.1) ผมอยากจะเห็นว่ามันจะเป็นมิตรกับผมมากแค่ไหน อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมอยากจะลองใช้มันก็คือ มันขึ้นเป็นโปรแกรมแนะนำในหลาย ๆ เวปไซท์เลยทีเดียว

เกี่ยวกับโปรแกรม TagScanner

TagScanner มีขนาดเพียง 1.8 MB ซึ่งไม่ยุ่งยากเลยในการดาวน์โหลด ส่วนตัวผมเองชอบเวอร์ชั่นพกพามากกว่า โปรแกรมนี้รับรองการใช้งานได้หลายภาษาและใช้ได้บนวินโดวส์ ตั้งแต่ วินโดวส์ 2000 จนกระทั่ง วินโดวส์ 7 อีกทั้งยังมีคู่มือการใช้งานเป็น PDF ให้ดาวน์โหลดมาดูอีกด้วย

โปรแกรมนี้อาจจะเห็นว่ามีขนาดเล็กแต่ว่ามันอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติดี ๆ มากมายในเรื่องของการติด Tag อีกทั้งยังรองรับไฟล์เพลงได้หลากหลายรูปแบบทั้ง MP3, OGG, Musepack, Monkey’s Audio, FLAC, ACC OptimFROG, SPEEX, WavPack, TrueAudio, WMA และ MP4 และ Tag ที่รองรับคือ ID3 1.0/1.1/2.2/2.3/2.4 APE v1, v2 Vobis Comments, WMA และ MP4(iTunes) metadata

หน้าตาโปรแกรมที่น่าใช้

ผมคิดว่าคงไม่มีใครที่จะบอกว่าหน้าตาของโปรแกรมนี้มันไม่น่าใช้ TagScanner มี 4 หน้าที่หลัก ๆ ซึ่งแต่ละหน้าที่จะมีแทปเป็นของตัวเอง เรามาเริ่มลองใช้งาน Tag และเปลี่ยนชื่อกันดีกว่า โดยการค้นหาไฟล์เพลงที่อยู่ในเครื่องของเราโดยการกดปุ่น Browse สีฟ้าเทาที่ด้านล่างของโปรแกรม ต่อมาไปที่ Music Renamer โดยที่แทปนี้จะเป็นการให้ข้อมูลเป็นครั้งแรกของการจัดการไฟล์เพลง แน่นอนว่าคุณสามารถข้ามไปยังขั้นตอน Tag editor หรือ Tag processor ได้เลย ขึ้นอยู่กับว่าไฟล์เพลงของคุณอยู่ที่ขั้นตอนใดแล้ว

การเปลี่ยนชื่อไฟล์เพลง

คุณสามารถกำหนดรูปแบบของชื่อที่คุณต้องการจะใช้ได้ โดยที่โปรแกรมจะเปลี่ยนชื่อไฟล์เพลงของคุณให้ตามที่คุณกำหนดทั้งหมด คุณยังสามารถกำหนดได้อีกว่าจะให้ตำแน่งไหนของชื่อไฟล์เหมือนกัน หรือตำแหน่งไหนที่จะเปลี่ยนไปตามแต่ละไฟล์ เช่น คุณกำหนดรูปแบบเป็น %title% ไฟล์เพลงทั้งหมดที่คุณกำลังจะเปลี่ยนชื่อจะใช้ชื่อไฟล์ของแต่ละไฟล์เอง และคุณยังสามารถกำหนดความยาวของชื่อไฟล์ได้อีกด้วย

ในขณะที่คุณกำหนดรูปแบบ โปรแกรมก็จะแสดงตัวอย่างให้คุณเห็นว่ารูปแบบที่คุณกำลังกำหนดนั้น จะมีชื่อไฟล์ออกมาเป็นแบบใด ตามตัวอย่างในรูปด้านล่าง

การใช้ Tag ทำให้คุณสามารถสร้างโฟลเดอร์ย่อย ๆ สำหรับการจัดระเบียบคลังเพลงได้ และการตั้งชื่อไฟล์ใหม่นี้ คุณสามารถกำหนดได้ว่าให้ย้ายไฟล์ที่คุณเปลี่ยนชื่อแล้วไปที่โฟลเดอร์ใด

 

การเลือกติด Tag เอง

 

ที่แทปนี้คุณสามารถเลือกแก้ไขการ Tag ได้ตามความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลบ หรือสร้าง Tag เช่น คุณอาจจะจัดเพลงสำหรับการออกกำลังกายโดยการระบุ BPM (Beats per minute)

 

Tag จะถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ได้แก่ Main, Extended, Embedded Art และ Lyrics ซึ่งแต่ละส่วนจะขยายเพื่อกรอกข้อมูลเพิ่มเติมได้ หากคุณต้องการที่จะที่จะใส่ Tag ที่เหมือนกันสำหรับหลาย ๆ เพลงในครั้งเดียว คุณสามารถทำได้โดยเลือก “locks the values”

ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละไฟล์เพลง เช่น ขนาดไฟล์ ระยะเวลา codec ที่ใช้ นามสกุลไฟล์ จะปรากฏให้คุณเห็นในส่วนล่างขวาของจอ

 

การใส่ Tag อัตโนมัติ

 

ในหน้าต่างนี้จะบอกวิธีต่าง ๆ ในการค้นหาอัลบัม และข้อมูลของเพลง ใช้ Freedb และ Tracktype สำหรับข้อมูลที่เป็นตัวอักษร (รูปภาพอัลบัมใช้ไม่ได้) ใช้ Amazon และ Discogs ได้สำหรับข้อมูลทุกอย่างรวมถึงรูปภาพด้วย ก่อนที่คุณจะอัพเดทหรือเซฟข้อมูล คุณควรจะเช็คการตั้งค่าก่อนโดยการกดที่ไอคอนรูปเฟืองและดูตัวอย่างหลังการติด Tag ด้วย โดยที่ข้อมูลที่จะมีการเปลี่ยนแปลงจะถูกไฮไลท์ด้วยสีม่วง อย่างไรก็ตาม คุณสามารถที่จะแก้ไข Tag ด้วยตัวคุณเองได้ด้วยหากคุณมีจุดที่ต้องการแก้ไข

 

ขั้นตอน Tag Processor คุณยังสามารถตั้งค่าการ Tag ได้ด้วยตัวคุณเองอีกบางอย่างเช่น สร้าง Tag จากชื่อไฟล์, Import  Tag จาก Text file, ใช้ Tag จากไฟล์เก่าที่คุณเคยทำ หรือ เพิ่มเติมจาก Tag เก่าได้อีกด้วย
การใส่รูปภาพอัลบัมคุณก็สามารถเลือกไฟล์รูปภาพที่คุณต้องการจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้เลย โดยการคลิกขวาที่ไฟล์ใด ๆ ที่ต้องการ แล้วเลือก Importing-exporting the cover art.

 

Share →
0 comments
Read more:
icon
เขียนตาและริมฝีปากให้มีมิติด้วย Photoshop ตอนที่ 1

Close