Share →

Top 5 ธุรกิจแฟรนไชส์เวิร์คๆที่ทำแล้วรวยในพ.ศ.นี้

 

เวลานี้หลายๆ คนที่กำลังคิดอยากเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง ก็คงหนีไม่พ้นที่จะสนใจธุรกิจแฟรนไชส์ที่เป็น “กระแสฮอตฮิต” หรือ “เป็นที่นิยม” ในสังคมอยู่แล้ว เพราะการทำธุรกิจแฟรนไชส์มีข้อดีหลายอย่าง อย่างแรกคือชื่อเสียงของร้านค้า ประมาณว่าแค่เห็นชื่อร้านหรือชื่อแบรนด์ก็เป็นชื่อที่ติดหูของใครต่อใครแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาหรือเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้ามากเท่ากับการไปเริ่มนับหนึ่งธุรกิจโนเนมของตนเองเลย

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ว่านี้จะว่าเป็นเรื่องใหม่ก็คงไม่ใช่สำหรับยุคนี้  เพราะนับวันๆ จะเห็นได้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์มีแต่จะเจริญเติบโตขึ้น ขยายสาขาตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้า ออกสู่ตลาดนัด ตั้งแต่ตลาดนัดติดแอร์ ลงไปถึงตลาดนัดแบกะดิน ริมข้างทางก็มี นี่คือตัวชี้วัดที่สะท้อนว่าธุรกิจแฟรนไชส์กำลังได้รับความนิยมและเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจแก่ผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจดีๆ แต่ยังไร้ไอเดียในการทำธุรกิจ

มาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะได้แรงบันดาลใจเรื่องการทำธุรกิจแฟรนไชส์กันแล้ว ผู้เขียนขอย้ำอีกครั้งว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยการลงทุนซื้อแฟรนไชส์มานับเป็นช่องทางในการเริ่มต้นธุรกิจที่ดี  อย่างน้อยเราก็ได้รับประกันหรืออุ่นใจได้เปราะหนึ่งว่า ลกความเสี่ยงการขาดทุนลดลงไปกึ่งหนึ่ง เพราะธุรกิจที่สามารถขยายกิจการด้วยการขายแฟรนไชส์ให้กับลูกค้าได้จะต้องเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริงแล้วทั้งในเรื่องตัวสินค้าเอง เงินทุน ไปจนถึงระบบบริหารจัดการ จึงมีแบรนด์หรือตราสินค้าเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากลูกค้าหรือผู้บริโภคเป็นอย่างดี

ซึ่งกว่าจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เจ้าของธุรกิจแฟรนไชน์ดังกล่าวจะต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชน์ของตน ขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ก็สะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ได้ด้วย การได้ร่วมงานหรือสานต่อธุรกิจแฟรนไชส์จากผู้ที่มีความตั้งใจและมีประสบการณ์มาก่อน ในทางหนึ่งก็เหมือนเราได้เพื่อนคู่คิดมาคอยแนะแนวหนทางในการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ที่ซื้อมานั่นเอง ดูได้จากตัวอย่าง เซเว่น อีเลฟเว่นที่ขยายสาขาไม่มีสิ้นสุด ตรงกันข้ามนับวันดูท่าว่าจะเจริญเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่เรียกว่ามาถูกทาง ขยายทั้งในด้านปริมาณด้วยการเพิ่มสาขาไปยังแหล่งชุมชนต่างๆ ให้เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด และในด้านคุณภาพ จากเดิมที่เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อ ก็ได้พัฒนาเข้ามาในคอนเซปท์ของเซเว่นนั่นก็คือ เพื่อนที่รู้ใจ ใกล้ๆ คุณ คือสามารถหาซื้ออาหารและสินค้าต่างๆ ได้สะดวกและครบครัน  โดยบรรดาสารพัดสินค้าเองต่างก็เห็นเซเว่นเป็นช่องทางในการโปรโมทสินค้าใหม่ อย่างหลังๆ มานี้จะสังเกตได้เลยว่าโฆษณาบางตัวโดยเฉพาะสินค้าที่ออกมาใหม่จะระบุไว้ชัดเจนในโฆษณาว่า “มีจำหน่ายแล้วที่เซเว่น” หรือ “หาซื้อได้ที่เซเว่นเพียงที่เดียวเท่านั้น”  นี่เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่สินค้าใหม่ชนิดนั้น ดึงภาพลักษณ์ความใกล้ชิดของเซเว่นมาใช้กับสินค้าของตนเองเพื่อแสดงภาพลักษณ์ว่าเป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาครีเอทโฆษณาสินค้าให้ยุ่งยากเลย เป็นตัวอย่างของธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามและเป็นกรณีศึกษาให้แก่นักธุรกิจหน้าใหม่ทั้งหลายได้ด้วย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าด้วยระบบการบริหารการจัดที่ดีเยี่ยมของแฟรนไชส์เซเว่น ทำให้ราคาแฟรนไชส์ค่อนข้างสูงตามไปด้วย ล่าสุดเท่าที่สามารถเช็คได้คือ อยู่ราว 1,500,000 บาทเลยทีเดียว

เชื่อว่าได้ยินราคาแล้วหลายคนถอดใจ แต่อย่าเพิ่งตกใจค่ะ หากคุณมีเงินทุนเพียงหลักแสน คุณก็สามารถเลือกทำธุรกิจแฟรนไชส์อื่นๆ ได้อีกมากมาย และยังมีแฟรนไชส์อีกหลายประเภทที่น่าสนใจ ซึ่งในวันนี้จะมาพูดถึงธุรกิจแฟรนไชส์ที่โดดเด่นในยุค พ.ศ.นี้ รับรองว่าธุรกิจแฟรนไชส์ทั้ง 5 ประเภทที่กำลังจะพูดถึงนี้ สามารถทำให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจเงินล้านได้ง่ายดาย

อันดับ 1 – ธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร

หากจะกล่าวว่าธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ยอดฮิตและครองแชมป์แฟรนไชส์ที่มีคนซื้อมากที่สุดก็คงไม่ผิดนัก เพราะเป็นประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีจำนวนมากที่สุด ความจริงแล้วเซเว่นอีเลฟเว่นที่ประสบความสำเร็จได้สูง ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการพัฒนาและเพิ่มสินค้าประเภทอาหารไว้ใน SHOP ที่ช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายได้มากขึ้นหลายเปอร์เซ็น

หลายคนมักเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ด้วยการจับทางธุรกิจแฟรนไชส์ประเภทอาหารเป็นที่แรก เพราะมองว่าอาหารเป็นสิ่งที่คนขาดไม่ได้ อย่างไรเสียมนุษย์ทุกวัยต่างก็ต้องกินต้องดื่มกันทั้งนั้น ซึ่งเป็นความคิดที่ถูกต้องข้อหนึ่ง แต่ความจริงแล้วธุรกิจแฟรนไชส์อาหารยังมีข้อดีในแง่ของต้นทุนทางวัตถุดิบและต้นทุนแฟรนไชส์ไม่สูง ยกเว้นแฟรนไชส์อาหารบางประเภทที่จำหน่ายแต่ในเฉพาะศูนย์การค้าจะมีราคาสูงกว่าปกติ เพราะมีค่าเช่าที่ต้องจ่ายให้กับทางห้างสรรพสินค้าชั้นนำหรือตามศูนย์อาหารต่างๆ ซึ่งค่าที่อย่างที่รู้ๆกันก็อาจจะแพงหน่อย เช่น  ธุรกิจแฟรนไชส์จำหน่ายไส้กรอกเยอรมันระดับพรีเมี่ยม “EZ’s (อีซี่ย์)” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีลูกค้าติดอยู่ค่อนข้างด้วยคุณภาพของไส้กรอกที่เนื้อเน้นคัดสรรจากเนื้อหมูล้วนๆ นำเข้าจากประเทศเยอรมัน การันตีด้วยรางวัล Thailand Franchise Quality Award 2011 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ที่การันตีว่ามีคุณภาพถึงระดับแฟรนไชส์เลยทีเดียว ปัจจุบันมีรูปแบบของแฟรนไชส์ออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน นั่นคือ อีซี่ย์คิทเช่น และ Morgen by EZ’s โดยรูปแบบแรกอีซี่ย์ คิทเช่นนั้นจะเป็นรูปแบบร้านเล็กที่เหมาะสำหรับตั้งบริเวณ Food Court ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ กับแบบที่ 2 Morgen by Ez’s จะมีลักษณะเป็นร้านที่มีพื้นที่นั่งรับประทานในตัว ซึ่งต้องใช้พื้นที่มากและตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเช่นกัน

แต่ก็มีธุรกิจแฟรนไชส์อาหารบางประเภทที่ขายแฟรนไชน์ออกสู่พื้นที่นอกห้างสรรพสินค้า ชื่อดังและคุ้นหูอีกเช่นกัน ยกให้ ไก่ย่างห้าดาว”  ที่ตัวบริษัทเองเปลี่ยนบทบาทจากการเข้าไปขายกับลูกค้าโดยตรงมาเป็นผู้สนับสนุน ด้านความรู้การจัดการให้แก่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชนส์ผู้ซื้อ รวมทั้งการสนับสนุนการขายต่างๆ ไล่เรียงกันไปตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด ระบบ Logistic เพื่อให้เจ้าของธุรกิจแฟรนไชนส์ผู้ซื้อมั่นใจในการร่วมธุรกิจกับไก่ย่างห้าดาว

มาว่ากันที่ขนมหรือของทานเล่นกันบ้าง อย่าง “เดอะวอฟเฟิล” ที่เป็นที่รู้จักที่ชื่นชอบของผู้ที่หลงใหลในกลิ่นหอมกรุ่นๆ รสชาตินุ่มๆ ของขนมรูปตาราง ขณะนี้ขยับขยายจุดขายได้มากกว่า 130 สาขาทั่วประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์แล้ว

นอกจากนี้ยังมีแฟรนไชส์อาหารอีกเป็นร้อยๆ แฟรนไชส์ เช่น แฟรนไชส์ร้านขายกาแฟ เช่น กาแฟชาวดอย กาแฟเขาทะลุ กาแฟสตาร์บั๊ค เป็นต้น แฟรนไชส์ร้านขนม แฟรนไชส์ร้านอาหาร เป็นต้น ถ้าไม่เชื่อคุณลองออกจากบ้านเดินห้างสรรพสินค้าสักครึ่งวัน คุณจะเห็นเลยว่าสินค้าแบรนด์นึงมีให้เห็นเกือบทุกห้างสรรพสินค้า ลองออกไปเปิดหูเปิดตาเผื่อจะได้ไอเดียในการซื้อแฟรนไชส์มาเปิดร้านของตนเอง

 อันดับ 2 – ธุรกิจแฟรนไชส์ความงาม

ความงามกับผู้หญิงมักเป็นของคู่กัน และผู้หญิงเป็นเพศที่ชื่นชอบเรื่องการช็อปปิ้งอยู่แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจที่ธุรกิจแฟรนไชส์เกี่ยวกับความงามจะมาวินเข้าสู่อันดับ 2 อย่างสวยงาม ด้วยสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงามมีมากมายหลายประเภทมากขึ้น เกมส์ทางการตลาดย่อมสูงขึ้น หลากหลายแบรนด์ดังจึงหันมาใช้วิธีการขายแฟรนไชส์เพื่อขยายกิจการและเพิ่มยอดสินค้า  สังเกตได้จากจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ๆ เกี่ยวกับความสวยความงามที่ผุดกันขึ้นหลายสิบแห่งในช่วงระยะเวลาไม่นาน เช่น “ Kristie France” ธุรกิจแฟรนไชน์เกี่ยวกับการให้บริการด้านความงามต่างๆ และการลดน้ำหนักหนึ่งในบริษัทเครือ บอดี้เชพ คอร์ปอเรชั่นกรุ๊ป จำกัด ที่ตอนนี้มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย คือ มากถึง 39 สาขาทั่วประเทศ นับว่าเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีประสบการณ์ทางธุรกิจทางด้านนี้มานานกว่า 18 ปีเลยทีเดียว

หรืออย่าง เครื่องสำอาง “KARMART” ที่นำเข้าเครื่องสำอางจากหลายประเทศ เช่น เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอีกหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งไม่ได้ผลิตในประเทศไทย  แต่มีจุดเด่นที่เป็นสินค้ามีคุณภาพเครื่องสำอางสไตล์เกาหลีที่อยู่ในกระแสนิยมของวัยรุ่น ราคาปานกลาง เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย เมื่อมีกระแสความนิยมการใช้สินค้าของ KARMART ทำให้มีการผลิตสินค้าปลอมและเลียนแบบออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาดจำนวนมาก จึงมีการขยายขายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ “KARMART SHOP” เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นว่าเป็นสินค้าของแท้จริงๆ ภายใต้แบรนด์ KARMART แม้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์ความงามจะน่าสนใจ เพราะให้ผลตอบแทนสูง แต่การลงทุนต้องอาศัยต้นทุนที่สูงพอสมควร และในการบริหารผู้ลงทุนต้องมีเวลาและใส่ใจในธุรกิจแฟรนไชส์ประเภทนี้ค่อนข้างมาก อย่างที่ได้กล่าวไปว่ามีสินค้าลอกเลียนแบบ ตลอดจนการให้บริการทางด้านความงามที่ค่อนข้างมีการแข่งขันทางโปรโมชั่นอย่างดุเดือด ต้องมีความรอบรู้ ความกระตือรื้อร้นที่จะอัพเดทข้อมูล แฟชั่น ความงามต่างๆ เสมอ

อันดับ 3 – ธุรกิจแฟรนไชส์ค้าส่ง

จะดีแค่ไหนถ้าเราได้ซื้อสินค้าในราคาส่งโดยไม่ต้องนั่งรถพุ่งตรงไปที่สำเพ็งอย่างเดียว นี่คือคอนเซปต์ที่จุดประกายให้ธุรกิจแฟรนไชส์ค้าส่งก้าวเข้ามาในอันดับ 3

ที่จริงแล้วศูนย์ค้าส่ง เอโกะ เครือบริษัท เอกดำรงค์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จะว่าไปก็ไม่ใช่ธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ แต่ก็ถือว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะร้านเอโกะจะขายส่งสินค้าหลากหลายที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาต้นทุนและราคาขายที่ไม่สูงมาก โด่งดังด้วยราคาขายเพียง 20 บาทที่ในเวลานี้ใครได้เห็นเป็นต้องพุ่งตรงเข้าไปช็อปทันที

เช่นเดียวกับร้าน ไดโซชื่อคุ้นหู ร้านรวมสารพัดสินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบบินตรงจากญี่ปุ่น ฟันธงทุกชิ้นราคาเดียว 60 บาท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีข้อดีตรงที่เราสามารถกำหนดปริมาณสินค้าได้เองโดยไม่มีเงื่อนไขอื่น ที่สำคัญทางศูนย์การค้าส่งยังอนุญาตให้เราเปลี่ยนสินค้าที่มีในร้านหรือส่งคืนได้ภายใน 30 วันกรณีที่ขายไม่ดี เพราะในแต่ละทำเลมีความต้องการซื้อในสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นไม่มีสินค้าจมสต๊อกอยู่ในร้านให้กังวลใจอย่างแน่นอน จะว่าลงทุนก็คุ้ม เพราะคลับคล้ายคลับคลาก็เหมือนเซเว่นฯอยู่บางที แต่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อแฟรนไชส์ค้าส่งนี้ที่ต้องใช้เวลาศึกษาทางการตลาดสักหน่อยว่ากำลังมีความสนใจไปในสินค้าประเภทใด ก่อนจะตัดสินใจนำสินค้ามาลงในร้าน

อันดับ  4 – ธุรกิจแฟรนไชส์ยา

เมื่อมีอาหารแล้วก็ต้องดูแลสุขภาพ ถึงจะมีบัตรประกันสุขภาพ 30 บาทแต่เชื่อเถอะว่าน้อยคนนักที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปหาหมอทันที ก็แหม.. โรงพยาบาลรัฐ กว่าจะได้ใช้บริการ ต้องรอนานเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้ ฟาสซิโน เลยไม่รอช้าฉวยโอกาสนี้บุกตลาดร้านขายยาด้วยระบบแฟรนไชส์ขึ้น มาถึงตอนนี้หลายคนคงเกิดคำถามว่าทำได้ด้วยเหรอ คำตอบคือ ทำได้ เพราะฟาสซิโนทำมาแล้ว แถมทำได้ถึง 50 สาขา

จุดเริ่มต้นของฟาสซิโน เริ่มจากร้านขายยากิจการเล็กๆ แถวโรงพยาบาลศิริราชด้วยเงินลงทุนประมาณ 1,000,000 บาท เมื่อกิจการค้าปลีกไปได้สวย จึงเริ่มหันมาทำร้านขายยาส่งแล้วขยายสาขาจาก 1 เป็น 3 ร้าน จากนั้นขยายร้านขายยาปลีกออกไปในรูปแบบของแฟรนไชส์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และจากคำถามคาใจ ก็ขออธิบายไว้เสียว่านี่คือจุดเด่นของธุรกิจแฟรนไชส์ประเภทนี้ที่พนักงานของบริษัทฟาสซิโนจะแตกต่างไปจากพนักงานขายยาร้านทั่วไป เพราะได้รับการเทรนนิ่งจากห้องเรียนมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือนและยังต้องฝึกเรียนรู้ระหว่างปฏิบัติงานอย่างต่ำ 2 เดือน เพื่อให้ได้มาตรฐานที่สื่อถึงความมีคุณภาพของสินค้าและบริการอย่างมืออาชีพ เพราะมาตรฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจระบบแฟรนไชส์ บริษัทฟาสซิโนจะเทรนให้ตั้งแต่ระบบการปฏิบัติงาน ระบบไอที การบริการ ตลอดจนมาตรฐานคุณภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ฟาสซิโนก็ได้ทำการตลาดเพื่อสังคมด้วย โดยเข้าไปให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพและการใช้ยาอย่างถูกต้องในชุมชนและสถาบันการศึกษาต่างๆ ด้วยรายได้ (อย่างที่ทราบกัน) และภาพลักษณ์ที่ดีจึงทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ยาเป็นอีกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจในเวลานี้ได้อย่างไม่น่าสงสัย

อันดับ  5 – ธุรกิจแฟรนไชส์บริการ

ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ เร่งด่วน จนต้องทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะคนในเมืองกรุงฯ ดังนั้นแฟรนไชส์ด้านการบริการที่จะยกตัวอย่างมานี้ได้ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีเวลาไม่เพียงพอต่อการดูแลตนเองรวมถึงดูแลรถยนต์คู่กายคู่ใจของตนได้อย่างดีเยี่ยม

ธุรกิจแฟรนไชส์ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คือ “โมลี แคร์” ศูนย์บริการขัดเคลือบสีรถยนต์แบบครบวงจรที่มีมาตรฐานสินค้าและการบริการที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก มีพนักงานที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี พิถีพิถันในทุกขั้นตอนและใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด หันมาตอบโจทย์ดังกล่าวสำหรับผู้ไม่มีเวลาดูแลรถยนต์คู่ใจให้หันมาใช้บริการของศูนย์บริการแทน  เพราะช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ซึ่งการตอบโจทย์ดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในศูนย์บริการมากขึ้นแม้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในราคาที่สูง โมลี แคร์ จึงขยายกิจการด้วยการขายแฟรนไชส์สำหรับผู้สนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์ที่ชื่นชอบการดูแลรักษาเครื่องยนต์หรือชื่นชอบในเรื่องของการทำงานเกี่ยวกับรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันการลงทุนของธุรกิจแฟรนไชส์บริการเกี่ยวกับรถยนต์ยังมีไม่มาก เพราะเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ในทำเลดีๆ แต่ถ้าคุณเห็นทำเลดีๆ อยู่ในใจคุณแล้วและมีพื้นที่ใหญ่มากพอ คุณขับรถหรือเปล่า คุณชื่นชอบเกี่ยวกับรถยนต์หรือไม่ ถ้าสนใจและมีความสุขที่ได้อยู่กับมัน ก็นับเป็นธุรกิจแฟรนไชส์บริการอีกประเภทหนึ่งที่เยี่ยมยอดไม่แพ้กัน

หรือใครเกิดคำถาม แล้วมีธุรกิจแฟรนไชส์บริการอย่างอื่นอีกไหม คำตอบคือ มากมาย แต่เราจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ เพราะนี่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์บริการที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง นั่นคือ  วินเซ็นท์ เซ็นเตอร์เซอร์วิสธุรกิจแฟรนไชส์แบบครบวงจรที่รวมทุกการให้บริการตั้งแต่ร้านถ่ายเอกสาร ร้านถ่ายรูปด่วน ศูนย์เติมหมึกพิมพ์ ร้านทำการ์ดให้กับงานต่างๆ ฯลฯ มาไว้ในร้านเดียวกันเป็นร้านแบบครบวงจร เพื่อสนองความสะดวกสบายและรวดเร็วแก่ผู้ใช้บริการ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อธุรกิจแฟรนไชส์ดังกล่าวปัจจุบันมีสาขามากถึง 270 สาขาทั่วประเทศ และก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำทางธุรกิจแฟรนไชส์ด้านร้านสารพัดบริการที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก ซึ่งข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์บริการดังกล่าวนี้คือ การนำหลายๆ บริการมารวมไว้ที่เดียวกันจึงทำให้มีต้นทุนไม่สูงมาก เพราะบางบริการสามารถใช้อุปกรณ์ชิ้นเดียวร่วมกันได้ อีกทั้งยังไม่เปลืองพื้นที่และไม่ต้องมีการสต๊อกสินค้าเหมือนธุรกิจแฟรนไชน์ประเภทอื่นอีกด้วย แต่ถ้าคิดจะเริ่มต้นในธุรกิจแฟรนไชส์ประเภทนี้ก็ต้องรู้จักสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการเช่นกัน เพราะมิฉะนั้นแล้วด้วยค่าบริการ เช่นการส่งไปรษณีย์ที่อาจมีราคาสูงกว่าการส่งที่ไปรษณีย์เอง อาจจะทำให้ผู้ใช้บริการเกิดการเปลี่ยนใจ ไม่กลับมาใช้บริการแล้ว นี่คือความเสี่ยงที่ธุรกิจแฟรนไชส์แบบครบวงจรมี วินเซ็นท์มองเห็น จึงเสริมศักยภาพในการบริการเพื่อรักษาลูกค้าและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น อย่างเช่น พัฒนาระบบนวัตกรรมใหม่เป็นระบบ GPSMS ซึ่งเป็นระบบ SMS ที่จะแจ้งกลับไปให้ผู้ใช้บริการทราบเมื่อพัสดุส่งถึงปลายทางเรียบร้อย เป็นต้น เหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและด้วยการดูแลระบบแฟรนไชส์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องก็ได้ทำให้วินเซนต์ได้รับรางวัลมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ดีเด่นทางด้านการสร้างสรรค์ลูกค้าจากงาน Franchise Quality Award 2009

จาก Top 5 ธุรกิจแฟรนไชส์ที่กล่าวมาได้แสดงให้เห็นแล้วถึงความน่าสนใจในการลงทุน อย่างไรเสียผู้ลงทุนทุกท่านก็อย่าลืมที่จะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจทั้ง 5 ประเภทอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนทุกครั้งตัดสินใจจับปากกาเซ็นสัญญาซื้อ

Share →
0 comments