Share →

ถ้าคุณทำงานเกี่ยวกับการพัฒนางานบนคอมพิวเตอร์ คุณจำเป็นต้องใช้ Text Editor  และด้วยคำว่า “การพัฒนา” มันไม่เพียงหมายถึงการเขียนโปรแกรมเท่านั้น มันก็สามารถพัฒนาเว็บได้ด้วย หรือแม้กระทั่งการรักษาและการปรับแต่งเว็บไซต์ที่มีอยู่

หลายปีที่ผ่านมาผมได้ลองใช้  Text Editor ตัวแล้วตัวเล่า คุณลองเอ่ยชื่อมาสิ ผมเคยลองมันหมดทุกตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็น jEdit, Notepad + +, SciTE, PSPad, Komodo ผมไม่ได้แค่เอ่ยชื่อขึ้นมาอย่างมั่วๆนะ ผมเคยลองใช้โปรแกรมเหล่านี้ ถึงกับตั้งให้เป็นโปรแกรมหลัก ในช่วงระยะเวลามากกว่า 2 เดือน  และผมก็ยังเคยใช้ UltraEdit อันเก่าแก่แต่ไม่ฟรี อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่สามารถหาโปรแกรมที่ทำงานได้อย่างเหมาะสมและปรับแต่งให้พอดีกับความต้องการของผม

แต่ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปจนกระทั่งหลายเดือนที่ผ่านมา เมื่อผมได้เริ่มลองใช้โปรแกรม Vim Text Editor แบบทั้งวี่ทั้งวัน นี่เป็น 6 เหตุผลที่คุณควรพิจารณาให้โอกาสกับมัน

เหตุผลแรกคือโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมเก่าแก่

เรามักจะถูกปลูกฝังความคิดเกี่ยวกับ Software ที่ว่า “ยิ่งใหม่ยิ่งดี” เรามักจะติดตามBrowser ใหม่ล่าสุด ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด เกมใหม่ล่าสุด แต่ก็ยังมี Software เก่าๆที่ยังมีผู้ใช้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

คุณทราบหรือไม่ว่า MS Office ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1990  นั่นมัน 21 ปีที่แล้ว และลองมองดูว่ามันมาได้ไกลแค่ไหน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ Vim ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1991 อีกด้วย เพียง แต่ Vim นั้นอยู่บนพื้นฐานโปรแกรมที่เก่ากว่ามาก ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1976

อะไรที่ทำให้ Software ที่เป็นเหมือนชิ้นส่วนโบราณอย่างนี้ถึงได้มีความน่าสนใจ และมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นหลายพันคนในทุกๆปี

เหตุผลที่ 2: Vim เป็นโปรแกรมฟรีและมีส่วนช่วยเหลือสังคมที่ดี

Vim ถูกกำหนดให้เป็น “Charityware” มันให้ใช้ฟรีและเป็น Open-Source และยังได้เปิดรับการบริจาคให้เด็กกำพร้าที่ประเทศ ยูกันดา โดยที่ไม่รบกวนคุณ

ถ้าคุณไปที่หน้าเว็บของ Vim คุณจะพบข่าวสารล่าสุดจำนวนมาก ผมนับการอัพเดท Script ได้ 9 รายการภายในหนึ่งวัน

เหตุผลที่ 3: Vim สามารถปรับแต่งและขยายตัวได้มาก

จาก Script ที่ผมได้แสดงให้เห็น มันเป็นกุญแจไขที่สำคัญมากของพลังของ Vim ในภาพข้างบนคุณสามารถเห็น FuzzyFinder ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการโปรดของผม มันเป็น Script ที่ช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ชื่อไฟล์ คำสั่ง รายการความช่วยเหลือ ฯลฯ และค้นหาพวกมันอย่างเพิ่มมากขึ้น, ในระหว่างนั้น คุณไม่จำเป็นต้องพิมพ์ชื่อจากจุดเริ่มต้น และก็มี options ที่มี – และนั่นก็เป็นเพียงแค่หนึ่ง script เท่านั้น!

Script ที่โดดเด่นอื่น ๆ ได้แก่ NERD Tree ที่มีระบบจัดการไฟล์แบบ “เชื่อมโยง”  SuperTab Continued สำหรับ Tab-Completion ที่มีประสิทธิภาพ และ snipMate สำหรับการใช้งานตัวอย่าง TextMate จำลอง และยังมีอีกหลาย Script จำนวนมาก

บางครั้งผมก็ต้องแก้ไขหน้าเว็บที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล ด้วยตนเอง ผมเคยใช้ WinSCP เพื่อจำลองการแก้ไขใน local แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง โปรแกรม Editor ที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็มี built- in FTP Clients แต่การจัดการกับโฟลเดอร์ที่ซับซ้อนก็มักจะยุ่งยากและใช้เวลานาน

ด้วยโปรแกรม Vim Text Editor ผมสามารถเปิดการเชื่อมต่อ SSH ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ของผมและเรียกใช้ Vim บนเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล Vim ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับ Slow terminal ดังนั้นมันถึงได้รู้สึกว่าทำงานได้รวดเร็ว ตามที่คุณเห็นในภาพข้างบน สีตัวหนังสือทำงานได้ดีผ่าน SSH

ความที่มันสามารถทำงานโดยตรงบนเซิร์ฟเวอร์ได้ ทำให้เกิดความแตกต่างกันมากในการทำงานพัฒนาเว็บของผม ไม่เพียงแต่มันจะเร็วกว่า แต่ตอนนี้ผมสามารถค้นหาไฟล์ผ่านบนเซิร์ฟเวอร์ได้และใช้ Vim เพื่อดูผลได้อย่างรวดเร็วและค้นหาสิ่งที่ผมต้องการแก้ไขด้วยการระบุตำแหน่งที่แม่นยำ

เหตุผลที่ 5: การกำหนดค่าของ Vim เป็นแบบพกพาได้

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น Vim สามารถปรับแต่งได้หลากหลาย นั่นหมายความว่าผมต้องทำงานค่อนข้างหนักหน่อยจนกว่าจะเป็นที่น่าพอใจ บนระบบ Windows การต้องทำทุกอย่างที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลอาจทำให้เกิดอาการเบื่อได้ โชคดีที่ผมเพียงต้องการ คัดลอก Directories เล็กๆน้อยๆ และไฟล์การกำหนดค่าที่มีความสำคัญยิ่ง ที่เรียกว่า vimrc.

นี่จะเป็นการคัดลอกการกำหนดค่าทั้งหมดของผมจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows ของผมไปยังเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลของ Linux จากนั้นผมก็เพียงแค่แก้ไขไฟล์การตั้งค่าของผมและแก้ไขบางอย่างสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และมันก็เสร็จอย่างง่ายดาย

เหตุผลที่ 6: Vim มีเนื้อหาที่ละเอียด

ไม่มีคำไหนในบทความที่บอกคุณว่า “Vim ใช้งานง่าย” นั่นเป็นเพราะมันก็ไม่ได้ใช้งานง่าย มันมีความต้องการการเรียนรู้เบื้องต้นเมื่อคุณเริ่มใช้เป็นครั้งแรก และมันต้องอาศัยความมุ่งมั่นสักเล็กน้อย แต่ก็มีบางอย่างที่สามารถช่วยคุณได้

1. PeepCode ใน screencasts ของ vim  (แสดงในภาพข้างต้น): มันไม่ได้ให้ใช้ฟรี มันมีค่าใช้จ่าย $ 12 ต่ออัน (มีสองอัน) แต่มันคุ้มค่ากับการลงทุนมาก เมื่อตอนที่ผมตัดสินใจว่าผมอยากจะใช้งาน Vim อย่างจริงจัง ผมซื้ออันแรกและดู มันก็มากพอที่ผมจะเริ่มต้นใช้ด้วยความเชื่อมั่น มันก็ไม่ได้น่าเบื่อเท่าไหร่นัก

2. คำสั่ง help ของ Vim นำไปสู่ขุมทรัพย์ของเอกสารที่เขียนขึ้นมาอย่างละเอียดยิบ Script ทุกอันมีเอกสารอธิบายของตัวมันเอง; ปุ่มลัดเริ่มต้นจะถูกบันทึกอย่างละเอียด และทั้งหมดของคำสั่งก็มีการอธิบาย ฯลฯ

3. Vim ยังมี Wiki ของเคล็ดลับที่มีเยอะแยะ, เทคนิคและตัวอย่างโค้ด เป็นประโยชน์สำหรับคุณที่จะคัดลอกและลองทำ

 

หากมีผู้ใช้ Vim ที่ต้องการแบ่งปันเคล็ดลับหรือถามคำถาม ผมก็ยินดีรับฟัง ผมรู้ดีว่าแทบจะไม่ได้เจาะลึกเกี่ยวกับ Vim ในบทความนี้มากนัก ดังนั้นหากคุณต้องการรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Vim ก็แบ่งปันความคิดของคุณด้วย

Tagged with →  
Share →
2 comments
idevkitti
idevkitti

ผมอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับ vimrc  อะครับ ว่ามีวิธีตั้งค่ายังไง ให้ง่ายต่อกันใช้งานครับ ขอบคุณมากนะครับ

Ashi
Ashi

@idevkitti ผมว่าการตั้งค่าแนะนำให้ลองค้นหาใน youtube ดูครับมีเยอะครับ


Read more:
powerpoint
ใช้งาน Macro เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้นใน Powerpoint

Close